Touching earth with humbleness

Tara Maghapuja Retreat with Kunga Sangbo Rinpoche

February 9, 2010 · Leave a Comment

ปฏิบัติธรรมเนื่องในวันมาฆบูชากับกุงกา ซังโบ ริมโปเช 26 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม 2553 ณ ศูนย์ขทิรวัน

ในปี 2549  มูลนิธิพันดาราได้จัดสวดภาวนาถึงพระแม่ตาราเป็นครั้งแรกที่ขทิรวันในคืนวันเพ็ญมาฆบูชา ครั้งนั้น เราได้สวดมนตราประจำพระองค์ถึง 100,000 จบ ภายในเวลาชั่วช้ามคืน นับเป็นนิมิตหมายที่ดีของการงานของมูลนิธิในเวลาต่อมา เพื่อรำลึกถึงความทรงจำอันงดงามในครั้งนั้น มูลนิธิจึงจะจัดสวดมนตร์ภาวนาถึงพระแม่ตาราและจัดปฏิบัติธรรมเนื่องในวันมาฆบูชาที่จะถึงนี้ พระอาจารย์กุงกา ซังโบ ริมโปเชได้มีเมตตารับนิมนตร์ที่จะมานำภาวนาในครั้งนี้และสอนวิธีนั่งสมาธิกรรมฐานแบบทิเบต  จึงขอเรียนเชิญพุทธศาสนิกชนที่สนใจได้มาร่วมบำเพ็ญบุญกุศลด้วยการบ่มเพาะความรักความกรุณาในหัวใจและร่วมสร้างบุญกุศลกับมูลนิธิในการสร้างพระศานติตารามหาสถูป ปูชนียสถานขนาดใหญ่ในพระพุทธศาสนาที่จะสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพระบาทสมเก็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะที่ทรงเป็นธรรมิกราชาและเพื่อรังสรรค์ให้สันติภาพบังเกิดบนโลกมนุษย์และสันติสุขบังเกิดในใจของเราทุกคน ในครั้งนี้ ริมโปเชจะทำพิธีสวดมนตร์อวยพรแก่การตอกเสาเข็มจำนวน 500 ต้นที่มีกำหนดตอกในเดือนมีนาคมนี้

รายละเอียดของกิจกรรม โปรดอ่านภาษาอังกฤษด้านล่าง

The Tara Great Stupa Project, Thousand Stars Foundation is pleased to invite interested persons to join our upcoming Tara retreat with Kunga Sangbo Rinpoche to celebrate Maghapuja and to bless the Stupa project on 26 February to 1 March 2010 at Khadiravana Center, Hua-Hin.

Tentative Program:
26 Feb. Arrive at Khadiravana at 6 pm to make preparations for the retreat

27 Feb. Prostration yoga, meditation, dharma teachings and making of Tara Dobum (a pile of stones with Tara mantra)

28 Feb. Tara empowerment, How to visualize on Tara, Tara recitations and the offering of Dobum as a mandala, circumambulations at the Great Stupa site and the offering of lights amidst the full moon and thousand stars.

1 Mar. Prostration yoga, meditation, and practice session with Rinpoche

Registration fees: 2,000 baht per person. The amount will be used to cover Rinpoche’s traveling expenses and the retreat costs but not including transportation. All vegetarian meals and snacks, and simple accommodation will be provided.

Contact: 1000tara@gmail.com. Tel: 0869775867
Registration deadline: 22 February 2010.

→ Leave a CommentCategories: 1000 Stars's Activities · Empowerments · Khadiravana Center · Tara Great Stupa · Tibetan Masters
Tagged: , , ,

On Tibetan Buddhism

February 6, 2010 · Leave a Comment

การปฏิบัติในสายยุงตรุงเพิน (Yungdrung Bon) และญิงมาปะ (Nyingmapa) แบ่งเป็น 3 แบบคือ แบบพระสูตร (Sutra) ตันตระ (Tantra) และซกเช็น (Dzogchen)

แบบพระสูตรเน้นการสะสมบุญบารมี ค่อยๆปฏิบัติธรรมจนกว่าจะเข้าถึงพระนิพพาน หัวใจหลักของสายนี้การสละโลก (renunciation path)

แบบตันตระและซกเช็นจะเน้นการเข้าถึงโดยฉับพลัน โดยตันตระ เป็นการปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้าจากภายใน เน้นการเปลี่ยนสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ให้บริสุทธิ์ เปลี่ยนโลก (transformation path) และซกเช็นเป็นการปฏิบัติที่เข้าถึงภาวะจิตกระจ่างโดยตรง เป็นวิถีแบบการปล่อยให้ทุกอย่างสลายไปด้วยตัวเอง (self libaration path)

ในสายซกเช็น ปัจจัยสำคัญในการตรัสรู้ธรรม ได้แก่
1. การได้รับพรจากครู ปราศจากครูโอกาสที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าได้มีน้อยมาก
ข้อนี้เป็นเรื่องแรกที่จะต้องทำความเข้าใจว่า พรของพระพุทธเจ้า พระมหาโพธิสัตว์ ครู มีอยู่จริง แม้ว่าเราจะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เหมือนลมที่มีอยู่หนทุกแห่งแต่เราไม่สามารถจับต้องได้
2. บุญบารมีที่สั่งสมมาในอดีตชาติจนถึงปัจจุบัน
3. การเข้าถึงภาวะดั้งเดิมของจิตตนเอง โดยไม่มีการปรุงแต่ง

เรียบเรียงจากคำสอนของกุนเทรอ เมินเกียล ลาเซ ริมโปเช

→ Leave a CommentCategories: Krisadawan's Talks
Tagged: , ,

Dear and Dying in Tibetan Buddhism (4)

February 6, 2010 · Leave a Comment

ประเภทของบาร์โด
“บาร์โดแห่งการเกิดที่เป็นธรรมชาติ” หรือ “บาร์โดแห่งการดำรงชีวิตอยู่” เริ่มตั้งแต่ตอนที่เราเกิดมาจนก่อนที่เรากำลังจะตาย ในขณะนี้พวกเราอยู่ในบาร์โดนี้ นี่คือโอกาสในการเตรียมตัวตาย เพื่อไม่ให้เรามีทุกข์ในบาร์โดที่เหลือ

เมื่อตาย เมื่อมีโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ ขณะที่ป่วยหนักใกล้ตายไปจนถึงลมหายใจเฮือกสุดท้ายหมดลง เรียกว่า “บาร์โดแห่งขณะกำลังจะตาย” หรือ “บาร์โดแห่งธรรมกาย” จิตของผู้ตายจะประสบกับสภาวะแสงกระจ่างในบาร์โดนี้ ถ้าตระหนักรู้ก็เข้าถึงการหลุดพ้นได้

เมื่อตายไปแล้ว ผู้ตายซึ่งตอนนี้เหลือเพียงพลังจิตจะประสบกับนิมิตหลากหลาย ช่วงเวลาแห่งนิมิตนี้เป็นช่วงที่เรียกว่า  “บาร์โดแห่งความเป็นธรรมดา” เพราะสิ่งที่ปรากฏให้เห็นนั้นจริงๆแล้วเป็นเพียงความเป็นธรรมดา เป็นสภาวะที่แท้จริงของจิต บาร์โดนี้ยังเรียกว่า “บาร์โดแห่งสัมโภคกาย” เนื่องจากนิมิตต่างๆที่ประสบเป็นส่วนหนึ่งของสัมโภคกายของพระพุทธเจ้า

และบาร์โดสุดท้ายก่อนไปเกิดใหม่คือ “บาร์โดแห่งการก่อกำเนิดในชีวิตใหม่” จะไปเกิดอย่างไร จะมีสัญญาณต่างๆเกิดขึ้นในช่วงนี้ บาร์โดนี้เรียกอีกอย่างว่า “บาร์โดแห่งนิรมาณกายของพระพุทธเจ้า”

โดยปกติ มี 4 บาร์โดเช่นนี้ แต่เราสามารถแบ่งย่อยได้อีก 2 บาร์โดซึ่งอยู่ภายในบาร์โดแห่งการดำรงชีวิตอยู่ ได้แก่ “บาร์โดแห่งสมาธิ” เป็นช่วงเวลาที่จิตอยู่ในสภาวะที่เป็นสมาธิ และตอนกลางคืนเวลาเรานอนแล้วฝัน เรียกว่า “บาร์โดแห่งความฝัน”

โดยสรุป : บาร์โดที่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์บาร์โด เทอเตรอ คือ

1. บาร์โดแห่งขณะกำลังตาย (บาร์โดแห่งธรรมกาย)

2. บาร์โดแห่งความเป็นธรรมดา (บาร์โดแห่งสัมโภคกาย)

3. บาร์โดแห่งการก่อกำเนิดในชีวิตใหม่ (บาร์โดแห่งนิรมาณกาย)

→ Leave a CommentCategories: Krisadawan's Talks
Tagged: , ,

Death and Dying in Tibetan Buddhism (3)

February 6, 2010 · Leave a Comment

ความหมายของ “บาร์โด”

คำว่า บาร์โด (bardo) แปลว่าช่องว่าง หรือระยะระหว่างสิ่งสองสิ่ง หรือช่วงระหว่างการเริ่มต้นของบางอย่างและการสิ้นสุดของบางอย่าง โดยปกติหมายถึงช่วงเวลาระหว่างการตายกับการเกิดใหม่ เป็นช่วงเวลายาวนาน 49 วันซึ่งในระหว่างนี้ผู้ตายหรือทีี่เรียกว่า สัมภเวสี (bardo beings) จะมีนิมิตต่างๆอันเป็นปรากฏการณ์ของจิต

คำว่านิมิตไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเห็นสิ่งใดส่ิงหนึ่ง แต่พวกเขามีความรู้สึกว่าพวกเขาเป็นสิ่งนั้นหรือรับรู้สิ่งนั้น ตัวอย่างเช่น เมื่อประสบนิมิตเทพปางพิโรธ พวกเขาจะรู้สึกว่าสิ่งที่ประสบเป็นความจริง จะเกิดความกลัวอย่างยิ่งใหญ่ แต่จริงๆแล้วสิ่งที่ประสบคือประสบการณ์ของจิตของพวกเขานั่นเอง ในระหว่างที่อยู่บาร์โด พวกเขาจะเกิดความกลัว ความเศร้าโศกเสียใจ ความทุกข์ทรมานอย่างที่สุดที่สูญเสียร่างกาย ความไม่แน่ใจด้วยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะไปที่ใด

จริงๆแล้ว ประสบการณ์ที่สัมภเวสีประสบไม่ได้ต่างไปจากที่มนุษย์ประสบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หลายครั้งเราไม่รู้ว่าจะทำอย่าไรดี เราเกิดความสับสนหวาดหวั่น เกิดความเจ็บปวดรวดร้าว ด้วยเหตุนี้ การทำความเข้าใจเรื่องบาร์โดจึงไม่เพียงแต่เป็นการเตรียมตัวตายเท่านั้นแต่ยังให้ข้อคิดสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตอยู่อีกด้วย ข้อคิดที่สำคัญอีกข้อคือความไม่จีรังของทุกสิ่ง การที่เราเกิดมาเป็นเพียงวงจรของบาร์โด เราจากบาร์โดหนึ่งไปสู่อีกบาร์โดหนึ่ง จะเป็นอยู่เช่นนี้จนกว่าเราจะได้หลุดพ้น

แม้ว่าความตายจะดูน่ากลัวและบาร์โดเป็นสิ่งที่เราไม่พึงปรารถนา แต่บาร์โดยังให้โอกาสในการหลุดพ้น ด้วยเหตุนี้ ผู้ปฏิบัติธรรมของทิเบตจึงไม่มีความกลัวตาย ถ้าได้ปฏิบัติธรรมมาเป็นอย่างดี บาร์โดคือที่ๆที่นำไปสู่การตรัสรู้ได้

→ Leave a CommentCategories: Krisadawan's Talks
Tagged: , ,

Death and Dying in Tibetan Buddhism (2)

February 6, 2010 · Leave a Comment

คัมภีร์มรณศาสตร์

ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา มีหนังสือหลายเล่มที่แปลเรื่องมรณสติและการปฏิบัติเกี่ยวกับการตายตามประเพณีพุทธศาสนาวัชรยานของทิเบต ประเด็นหลักของหนังสือเหล่านี้คือคัมภีร์ที่พระลามะทิเบตมักสวดให้ผู้ป่วยใกล้ตายหรือผู้ตายที่เรียกกันว่า “คัมภีร์มรณศาสตร์แห่งทิเบต” ตรงกับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า “ The Tibetan Book of the Dead”

เชอเกียม ทรุงปะ ริมโปเช ได้อธิบายในอรรถาธิบายของหนังสือของท่านว่า การเรียกคัมภีร์ของทิเบตเช่นนี้โดยดูแบบอย่างจากคัมภีร์มรณศาสตร์ของอียิปต์ดูเหมือนจะละเลยประเด็นสำคัญที่ว่า “การตาย” ไม่ได้แยกจาก “การเป็น” การตายไม่ใช่การใช้ชีวิตในโลกลี้ลับ ตรงกันข้าม การตายมีความสัมพันธ์กับการดำรงชีวิตอยู่ ด้วยเหตุนี้ ที่เรียกว่า คัมภีร์มรณศาสตร์ ก็สามารถเรียกใหม่ได้เช่นกันว่า “คัมภีร์ชาตศาสตร์แห่งทิเบต” (The Tibetan Book of Birth)

จริงๆแล้ว สำหรับทรุงปะ ริมโปเชคัมภีร์ดังกล่าวเป็นคัมภีร์เกี่ยวกับจักรวาลเพราะจักรวาลประกอบด้วยทั้งการเกิดและการตาย จักรวาลคือที่ๆเราดำรงชีวิตอยู่ หายใจและกระทำสิ่งต่างๆ รวมทั้งที่ๆเราท่องไปแม้เมื่อตายไปแล้ว

คำว่า จักรวาล นี่แหละที่เป็นแก่นแท้ของวัชรยาน เพราะการปฏิบัติธรรมตามครรลองของวัชรยานคือการมองสิ่งแวดล้อมทั้งหลายว่าเอื้อต่อการปฏิบัติธรรมทั้งสิ้น

คัมภีร์ดังกล่าวมีชื่อเป็นภาษาทิเบตว่า “บาร์โด เทอเตรอ” (Bardo thotrol) เป็นคำสอนหนึ่งในหกประเภทที่นำไปสู่การหลุดพ้น ประเภทของการหลุดพ้นทั้งหกได้แก่ การหลุดพ้นด้วยการได้ยิน การหลุดพ้นด้วยการสวมใส่ การหลุดพ้นด้วยการมองเห็น การหลุดพ้นด้วยการจำได้ การหลุดพ้นด้วยการชิมรส และการหลุดพ้นด้วยการสัมผัส

→ Leave a CommentCategories: Krisadawan's Talks
Tagged: , ,

Death and Dying in Tibetan Buddhism (1)

February 6, 2010 · Leave a Comment

ที่ระลึกจากการบรรยายเรื่องความตายและการตายในพระพุทธศาสนาวัชรยาน (พุทธทิเบต) แก่นิสิตสาวิกาสิกขาลัย เสถียรธรรมสถาน วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553

ความเข้าใจเบื้องต้น

พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเพื่อประโยชน์แก่สัตว์ทั้งหลายซึ่งมีศักยภาพในการฟังและปฏิบัติธรรมแตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ จึงทรงแสดงธรรมหลายประเภทซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นยาน 3 ยาน ได้แก่ เถรวาท มหายาน และวัชรยาน (มหายานที่เน้นผล ซึ่งเน้นให้บรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยเร็ว) ยานหลังนี้เรารู้จักกันในนามของ วัชรยาน ในวัชรยานนี้เองที่มีการพูดถึงคัมภีร์หนึ่งที่รู้จักกันว่าคัมภีร์มรณศาสตร์และแนวคิดเรื่องบาร์โด

การเตรียมจิตก่อนการศึกษาเรื่องความตาย

จิตเดิมแท้ของเรามีความบริสุทธิ์ กระจ่าง ปราศจากการปรุงแต่ง ปราศจากอวิชชา แต่ในภพชาตินับจำนวนไม่ถ้วนที่เราได้ถือกำเนิดมาในกาลเวลาที่ฝ่ายทิเบตเรียกว่า ไม่มีจุดเริ่มต้น จิตของเรามัวหมองด้วยกิเลส มีความเป็นทวิลักษณ์ ด้วยเหตุนี้ เราจึงทำกรรมต่างๆ เรารักผู้อื่นบ้าง เกลียดผู้อื่นบ้าง เราตัดสินคุณค่าของเขาอยู่ตลอดเวลา ตกเป็นทาสของกิเลสซึ่งเป็นพิษในใจแห่งโลภะ โทสะ โมหะ ริษยา และเย่อหยิ่ง กิเลสต่างๆ เหล่านี้เป็นตัวขับเคลืื่อนให้เราประกอบอกุศลกรรมมากมาย

เมื่อทำกรรม เราก็ได้รับผลของกรรมนั้น ไม่มีกรรมใด ที่ไม่ก่อผล ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเราและสัตว์โลกทั้งหลายล้วนเป็นผลของกรรมทั้งสิ้น การดำรงอยู่ของกรรมและผลของกรรมนี้เรียกว่า “สังสารวัฏ” ที่ทำให้เราตายแล้วเกิดไม่จบสิ้น

→ Leave a CommentCategories: Krisadawan's Talks
Tagged: ,

Tibetan Earth House Story

February 5, 2010 · Leave a Comment

ปั้นดิน เรียนรู้ใจ

http://www.facebook.com/note.php?created&&suggest&note_id=289373954094#!/notes/krisadawan-hongladarom/pn-din-reiyn-ru-ci/289373954094

→ Leave a CommentCategories: Khadiravana Center
Tagged: ,

Tibetan Earth House Nearly Complete

February 4, 2010 · 3 Comments

รักษ์ธรรม รังสรรค์บ้านดิน ครั้งที่ 6

Building a Tibetan earth house in Thailand is a challenge. Through six weeks of hardship, we learned to appreciate each other. We learned the true meaning of giving. We transformed ourselves just like mud that made the house.

Childhood memory as a young scout helped Bo think of what to do next.

Each step of work is learning. The house construction is rooted in both Tibetan wisdom and Thai experience.

\It’s not easy to protect a Tibetan roof in the Thai climate.

Trying hard to make the walls strong by experimental hammering

Finally, there’s a fun part

and relaxing time.

Our cook Phi Ah inspects the work.

Mud  ingredients with several bags of cow dung

What we have achieved so far.

Volunteer builders will return to resume the work this weekend.

→ 3 CommentsCategories: Khadiravana Center · Uncategorized
Tagged:

Reflection on Dakini Training

February 3, 2010 · Leave a Comment

เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ขทิรวันต้อนรับกลุ่มรักษ์ธรรม รังสรรค์บ้านดิน กับกลุ่มเข้าอบรมบนวิถีฑากินี พร้อมกับคนงานศาลาหลังใหม่ คนงานของเรา แขกผู้มาเยือน และผู้มาทำบุญ รวมแล้วก็กว่า 50 ชีวิต แม้ว่าอากาศจะร้อนและมีปัญหาในบางจุดของการทำงาน เราได้ประสบการณ์ดีๆ หลายอย่าง มีหลายช่วงเวลาโดยเฉพาะจากการอบรมฑากินีที่จะอยู่ในใจของเราไปตลอด ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูปในน้ำใต้สถูปมนตร์ประภัสสร สนทนาในวงกลมศักดิ์สิทธิ์ในคืนวันเพ็ญที่กลุ่มอบรมฑากินีได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวกับกลุ่มบ้านดิน เดินภาวนาไปที่พระมหาสถูป และดูหนังกลางแปลงกลางแสงดาว

เรียนรู้ที่จะไว้วางใจและไปเกินกว่าขอบเขตที่ใจกำหนด ภาพนี้ยังสะท้อนมิตรภาพข้ามวัฒนธรรมไทยทิเบต

แบ่งปันประสบการณ์ เล่าเรื่องราวบนสนามหญ้าแห่งการสลายตัวตน

เสียงของน้าเยินยังก้องในความทรงจำเมื่อเขาอ้างพระวจนะขององค์ดาไลลามะที่ว่า “ทุกวันนี้มนุษย์ฉลาดเพียงพอแล้ว แต่เรายังมีความรักความกรุณาต่อกันไม่พอ”

เหมียวเพชรร่วมวงสนทนาด้วย

หลายคนหน้าตาคุ้นเคย สำหรับเปิ้ลกับแต ฑากินีเทรนนิ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว เราจะฝึกฝนจนกว่าอัตตาจะลด ความกระจ่างในใจจะเกิด

ฑากินีเป็นบุคลาธิษฐานของปัญญาภายใน อย่ามองฑากินีเพียงรูปลักษณ์ภายนอก เพียงพรศักดิ์สิทธิ์ ฑากินีเป็นกระจกส่องใจ เป็นอุบายให้เราเอาพิษในใจออกมาตีแผ่

ค่ำคืนแห่งการบำเพ็ญบุญกุศล เราแผ่ความรักความเมตตาให้แก่ผู้มีพระคุณ ผู้ป่วย และผู้ล่วงลับ ค่ำคืนนี้ยังเป็นเวลาดีๆที่เราได้มาอยู่ร่วมกัน ได้อนุโมทนาคุณงามความดีของกันและกัน และรู้จักกันเพื่อรู้จักใจที่แอบซ่อนอยู่

วิปัสสนากรรมฐานเป็นประสบการณ์สำคัญของเหล่านักศึกษาฑากินี เราบ่มเพาะปัญญาด้วยการคิด ฟัง พูด และทำสมาธิ

เช้าวันหนึ่งใต้ต้นไทร บทเรียนแห่งการเดินทางอย่างไร้ขอบเขต บทเรียนนี้ทำให้เราได้มาพูดคุยกันว่าสมาธิดีไม่ใช่การสร้างเรื่องราวเหมือนการเล่าภาพยนตร์ ไม่ใช่การมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ไม่ใช่จิตที่ว่างแต่ไม่สว่าง แต่คือการตระหนักรู้และการได้ผลในระยะยาวที่แต่ละคนมีศรัทธาในพระรัตนตรัยมากขึ้น มีความเมตตากรุณาเกิดในหัวใจอย่างไม่เสแสร้าง เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมมากขึ้น มีสติ และเข้่าใจสภาวะของธรรมชาติมากขึ้น

เดือนดวงโตดังเงาในอากาศ เดือนส่องใจให้เห็นสภาวะเดิมแท้ที่ใสกระจ่าง

ด้วยจิตอ่อนโยนแต่ยิ่งใหญ่ด้วยคำอธิษฐานให้พระมหาสถูปแห่งสันติภาพบังเกิดบนโลกมนุษย์และในจิตใจของผู้คน

น้ำใจของอาสาสมัครคือความงดงามในโลกปัจจุบัน

บนวิถีฑากินี รุ่น 3

เราได้รู้จักแม่ทัพฑากินี 4 เหล่าที่จะเป็นเพื่อนร่วมเดินทางเพื่อให้เราดำรงชีวิตได้อย่างมีความหมายมากขึ้น

จิตอยู่ที่ใดฤา

ฑากินีเทรนนิ่งจะกลับมาในฤดูกาลใหม่เพื่อพาผู้คนเดินทางภายในไปค้นความลับ ของจิตกระจ่าง ไปทำความรู้จักเจ้าหนูที่กระโจนหาเมื่อไรก็ตามที่เราเผลอใจ

…จนกว่าจะถึงวันนั้น

ขอบคุณคุณอ๊อนและผู้เรียนรู้ทุกคนที่ทำให้วันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาดีๆที่สุดอีกช่วงหนึ่งของชีวิตและการงานที่ขทิรวัน

ขอบคุณแม่และพี่หมวยใหญ่ที่เข้่ามาดูแลให้ลูกๆและน้องๆทุกคนได้เรียนรู้และปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลใจเรื่องอาหาร

ขอบคุณกลุ่มอาสาบ้านดินที่เข้ามาเปิดใจกับเราและช่วยดูแลพวกเรา

→ Leave a CommentCategories: 1000 Stars's Activities · Khadiravana Center
Tagged: , ,

News for Events in February

January 28, 2010 · 3 Comments

Stupa Diary will continue in early February.

Good news:

Maghapuja Retreat and Dharma Teaching by a Tibetan Master

สมาธิภาวนาเนื่องในวันมาฆบูชากับพระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเช

Kunga Sangbo Rinpoche is coming back to Thailand next month. He will lead a 7-day Maghapuja Retreat at Khadiravana. The dates will be confirmed. On Maghapuja day (28 February), Rinpoche will recite a prayer for world peace and perform a special blessing to the planting of 500 pilings for the Tara Great Stupa. That day we will also recite 100,000 Tara mantra and make a stone mandala. Rinpoche will preside over opening ceremonies for the Tibetan earth house and the new Sala. Detail will be announced later.

Tibetan Medicine

ปรึกษาปัญหาสุขภาพกับคุณหมอทิเบตจากสถาบันการแพทย์ที่ลาซา

Dr. Tsedor Nyarongsha will give consultation to patients and those who want to have a health check-up at the foundation house on 20-21 February, 9 am-7pm. Interested persons, kindly bring your first urine sample of the day. Consultation fee: 400 baht (not including medicine). For reservation, please email: 1000tara@gmail.com, or call our volunteer 0869775867.  We’d appreciate it if you could make reservation via email.

→ 3 CommentsCategories: 1000 Stars's Activities
Tagged: , , ,