บทสวดมนต์ทิเบตเพื่อผู้จากไป


บทสวดดวงประทีปแห่งอัญมณีอันเปี่ยมไปด้วยความหมาย
คำภาวนาถึงพระพุทธเจ้าเมินลัม ทาเย1
(ซังเจ เมินลัม ทาเย ลา เมินซิก เตนชก รินเช็น เตรินเม กูมา ทงวา เทินเต็น ฉู)

เอมาโฮ

นุบชก เตวา แจนจิ ฉิงคัม ซุ
ณ พุทธเกษตรแห่งมหาสุขด้านทิศตะวันตก

เมินลัม ทาเย ซังเจ เออมิ จูร์
พระพุทธเจ้าเมินลัม ทาเย ผู้มีแสงอันไม่เปลี่ยนแปลง

เกียวา ลาฉี เยเช็น เซ็มปา เจด
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐทั้งสี่และพระมหาโพธิสัตว์ทั้งแปด

โกเว เชนฉี เซ็มปา ทรังเม คอร์
จตุทวารบาลและพระโพธิสัตว์องค์บริวารมากมาย

ตุกเง แลเชด นัมเทรอ เตจิด ชก
(แดนแห่งนี้) ปราศจากความทุกข์ มีแต่ความสุขแห่งมหาวิมุตติ

ฉิงเต เยินเต็น เฉเช เจิดแล เต
คุณสมบัติอันประเสริฐแห่งสุขาวดีมิอาจพรรณนาได้

ซังเจ เมินลัม ทาเย ตูนทรุง ตุ
ณ เบื้องพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าเมินลัม ทาเย

นุบชก เตวา แจนเต เจวา โช
ขอให้ (ตั้งจิตถึงผู้จากไป) ได้เกิดในแดนสุขาวดีแห่งทิศตะวันตกด้วยเทอญ

โอม มา ตรี มู เย ซา เล ดู

เฉตัง จูชัก เญวา ซาทรัง เจด
ด้วยสั่งสมโทสะ จึงเกิดเป็นสัตว์นรกที่ทนทุกข์ในขุมร้อนและเย็น

เตอฉัน จูชัก ยีตัก เตรกม ตุง
ด้วยสั่งสมโลภะ จึงเป็นเปรตที่มีทุกข์จากความหิวและกระหาย

ติมุก จูชัก เชอชง เลนกุก มง
ด้วยสั่งสมโมหะ จึงเป็นสัตว์เดรัจฉานที่มีจิตมืดมนและโง่เขลา

แงนซง ซุมจิ ตุกเง ยาเร งา
ผู้ประสบทุกข์จากอบายภูมิทั้งสาม ช่างน่าสงสาร!

เตแล ทาเตอ โตรวา โพโม นัม
สรรพสัตว์ชายหญิงผู้ปรารถนาการหลุดพ้นจากสภาวะนี้

ฉิงเต เยินเต็น เทรนฉิง เมินซิก กิ
ด้วยพลังแห่งคำอธิษฐานและการนึกถึงคุณสมบัติแห่งสุขาวดี

ซังเจ เมินลัม ทาเย ตูนทรุง ตุ
ณ เบื้องพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าเมินลัม ทาเย

นุบชก เตวา แจนเต เจวา โช
ขอให้ (ตั้งจิตถึงผู้จากไป) ได้เกิดในแดนสุขาวดีแห่งทิศตะวันตกด้วยเทอญ

โอม มา ตรี มู เย ซา เล ดู

ทรักตก จูชัก ทาคบ อูฉิง พง
ด้วยสั่งสมความอิจฉาริษยา จึงเกิดมายากไร้และเป็นอนารยชน

งาเกีย จูชัก ลามิน ทักเซอ เจด
ด้วยสั่งสมความหยิ่งยโส จึงเป็นอสูรที่วิวาทและทำศึกสงคราม

เลเลอ จูชัก ลามิน ทักเซอ เจด
ด้วยสั่งสมความเกียจคร้าน จึงเป็นเทวดาที่มีทุกข์จากการตกสวรรค์

เลเลอ จูชัก ลานัม พัมฉิง ตุง
ผู้ประสบทุกข์จากสุคติภูมิทั้งสาม ช่างน่าสงสาร!

เตโตร ซุมนาอัง ตุกเง ยาเร งา
สรรพสัตว์ชายหญิงผู้ปรารถนาการหลุดพ้นจากสภาวะนี้

ฉิงเต เยินเต็น เทรนฉิง เมินซิก กิ
ด้วยพลังแห่งคำอธิษฐานและการนึกถึงคุณสมบัติแห่งสุขาวดี

ซังเจ เมินลัม ทาเย ตูนทรุง ตุ
ณ เบื้องพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าเมินลัม ทาเย

นุบชก เตวา แจนเต เจวา โช
ขอให้ (ตั้งจิตถึงผู้จากไป) ได้เกิดในแดนสุขาวดีแห่งทิศตะวันตกด้วยเทอญ

โอม มา ตรี มู เย ซา เล ดู

ตุกเง จูชัก วาโด ตงแฉน ชัก
ด้วยสั่งสมกิเลสทั้งห้า จึงยึดติดกับภาพลวงในบาร์โด

จูทรุก บับชู วาโด เกียมโซ ฉิน
(เกิดและดับ) ดุจดังสายน้ำทั้งหกในมหาสมุทรแห่งบาร์โด

ฉีเช ตุตเทรด เชกม ชาเตร เค
ประสบมารแห่งความตายและภูติที่แย่งอาหารและเครื่องดื่ม

ยีซุก งาลู ชีเม ลูมา เญ
ปราศจากร่างที่เคยมีและยังไม่ได้ร่างแห่งภพชาติใหม่

เตแล ทาเตอ โตรวา โพโม นัม
สรรพสัตว์ชายหญิงผู้ปรารถนาการหลุดพ้นจากสภาวะนี้

ฉิงเต เยินเต็น เทรนฉิง เมินซิก กิ
ด้วยพลังแห่งคำอธิษฐานและการนึกถึงคุณสมบัติแห่งสุขาวดี

ซังเจ เมินลัม ทาเย ตูนทรุง ตุ
ณ เบื้องพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าเมินลัม ทาเย

นุบชก เตวา แจนเต เจวา โช
ขอให้ (ตั้งจิตถึงผู้จากไป) ได้เกิดในแดนสุขาวดีแห่งทิศตะวันตกด้วยเทอญ

โอม มา ตรี มู เย ซา เล ดู

เกียเว ฉิงคัม ซังฉิง ญัมกา วา
ณ แดนพุทธเกษตรวิจิตรงดงาม

เกียเว กุนเงอ เมินลัม ทาเย ทรุง
ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าเมินลัม ทาเยและพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

เกียเว ฉิงเต เปเม ซูเจ เน
ขอให้ได้ถือกำเนิดในดอกบัวในพุทธเกษตรแห่งนี้
เกียวา เกียมเซอ ฉิงเต เคอเน นิ
ได้ดำรงอยู่ในดินแดนแห่งพระชินเจ้าจำนวนมาก

ตูเช ฉิงลาเซเม ทรัง ทาเย
แดนแห่งไวไนยสัตว์มีมากมายนับไม่ถ้วน

ตูเว ทับทุก มากัก กังตู เล
ด้วยอุบายและความกรุณาอย่างไม่หยุดยั้ง

ตูเช เพินโก เตฉิน เตินนู เน
ขอให้สอนพระธรรมตามแต่จริตของไวไนยสัตว์

ตูเช โตรกูน คาญัม ลงซก โช
ขอให้สรรพสัตว์ท้งหลายซึ่งมีมากมายเทียบเท่าท้องฟ้า
ได้บรรลุสภาวะแห่งการหลุดพ้นด้วยเทอญ

โอม มา ตรี มู เย ซา เล ดู

—-
1  พระนาม “เมินลัม ทาเย” แปลว่า ภาวนาหรือปณิธานอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นอีกพระนามของพระพุทธเจ้าอมิตาภะ พระนามที่แพร่หลายอื่นๆ อาทิ เออปัก เม “พระผู้มีแสงอันไม่มีที่สิ้นสุด (อมิตาภะ) และ ”นังวา ทาเย” ปรากฏการณ์อันไม่มีที่ส้ินสุด

สวดมนต์ข้ามปีแบบทิเบต

มูลนิธิพันดาราขอเชิญกัลยาณมิตรร่วมสวดมนต์ข้ามปีแบบทิเบต ณ ศูนย์ขทิรวัน มูลนิธิพันดารา หัวหิน ด้วยการสวดพระนามพระพุทธเจ้าพันองค์ในคืนวันส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ด้วยการทำสมาธิภาวนาและถวายกำยานหอมแด่พระผู้ปกป้องพระธรรม

กำหนดการ
31 ธค 59 (เริ่มเวลา 20.00 น.)
– กราบอัษฎางคประดิษฐ์ เพื่อนอบน้อมต่อพระรัตนตรัยและสลายอกุศลกรรมทางกาย วาจา ใจในปีที่ผ่านมา
– สวดพระนามพระพุทธเจ้าพันองค์ (มีคู่มือสวดที่แปลเป็นภาษาไทย) การสวดพระนามนำมาซึ่งสิริมงคลในชีวิต และเป็นอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ที่เราจะทำให้บุพการีและญาติมิตรที่จากไป
ในระหว่างพัก ขอเชิญรับประทานอาหารว่าง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนความอุดมสมบูรณ์
– ในวินาทีเปลี่ยนผ่านปี จะมีการเป่าแตร ตั้งจิตถวายเสียงดนตรีต้อนรับปีระกา ธาตุไฟ 2560 ถวายมันดาลา สวดบทอธิษฐานอันประเสริฐ
1 มค 60 (06.45-09.00 น.)
– ทำสมาธิ ถวายกำยานหอม
– ถวายดวงประทีปพันดวง
– ร่วมสวดถวายซก (เครื่องบูชาทั้งนอก ใน และลึกล้ำ) แด่พระคุรุริมโปเชและพระฑากินี
ก่อนจบกิจกรรม ขอเชิญสักการะองค์พระซัมปาลา สวดภาวนาให้เกิดความรุ่งเรืองในชีวิต และรับประทานอาหารเช้าก่อนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
ทางมูลนิธิมีความยินดีต้อนรับกัลยาณมิตรที่ไม่เคยฝึกปฏิบัติแบบทิเบตแต่มีความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม
สำหรับกิจกรรมนี้ไม่เก็บค่าลงทะเบียน ท่านสามารถร่วมบุญตามจิตศรัทธา
เพื่อความสะดวกในการเดินทาง ท่านสามารถมาถึงศูนย์ฯ ได้ตั้งแต่ช่วงกลางวันของวันที่ 31 และอยู่ต่อจนถึงช่วงบ่ายของวันปีใหม่ ศิษย์จากคอร์สภาวนาที่สนใจอยู่ปฏิบัติธรรมต่อในช่วงวันหยุดสามารถทำได้เช่นกัน
กรุณาแจ้งความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ 1000tara@gmail.com

บทภาวนาเพื่อผู้ล่วงลับตามประเพณีทิเบต

เพื่อนเอย
อย่าหลับใหลในความมืดบอดของอวิชชา
ที่ปกคลุมไปทั่วนภากาศ
แต่ตื่นขึ้นมา สดับธรรมแล้วใคร่ครวญ
ดวงประทีปแห่งริกปะฉายฉานอยู่ภายใน
ราชาแห่งปัญญาเปี่ยมด้วยศักยภาพ
สามารถพาเราไปสู่การหลุดพ้น
พอเสียที เราได้หลับมาหลายภพหลายชาติ
ตื่นขึ้นมา หมั่นเพียรทำกุศลด้วยกาย วาจา ใจ
เกิด แก่ เจ็บ ตาย ยาวนานเหมือนสายน้ำ
ทะเลแห่งสังสารวัฏให้ความสุขเพียงน้อยนิด
แต่เปี่ยมด้วยคลื่นแห่งความทุกข์มิรู้จบ

 

บาร์โด คำสอนว่าด้วยชีวิตและความตาย

เรามักมองว่าความตายคือสิ่งน่าหวาดกลัวและการพูดถึงความตายเป็นอัปมงคล เมื่อมีบุคคลในครอบครัวเจ็บหนัก เราจึงไม่สามารถพูดถึงความตายได้เท่าไรนักเพราะอาจถูกมองว่าเป็นการสาปแช่ง แต่ในสังคมพุทธทิเบต-หิมาลัย การกล่าวถึงความตายเป็นสิ่งปกติธรรมดาและเป็นหลักธรรมยิ่งใหญ่ที่ทำให้ผู้คนได้เตรียมตัวตายในขณะที่พวกเขายังมีอายุน้อยและมีสุขภาพแข็งแรง

ทำไมความตายจึงเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับชาวพุทธกลุ่มนี้ ทั้งนี้เพราะพวกเขาได้รับการปลูกฝังให้เข้าใจว่าความตายคือส่วนหนึ่งของชีวิต มิได้ต่างจากการเกิด และได้รับการสอนให้รู้จัก “บาร์โด” สภาวะที่อยู่ระหว่างการมีชีวิตอยู่กับการตาย และสภาวะที่อยู่ระหว่างการตายกับการเกิดใหม่

คำสอนเรื่องบาร์โดมีการระบุไว้อย่างชัดแจ้งในคัมภีร์มรณศาสตร์ หรือเรียกว่า “บาร์โด เทอเตรอ” ซึ่งแปลว่า หลุดพ้นจากบาร์โดด้วยการได้ยิน เป็นคัมภีร์ที่มักมีการอ่านหรือสาธยายให้ผู้ป่วยในวาระสุดท้ายหรือผู้จากไปโดยเฉพาะในช่วง ๔๙ วันหลังตายจากไปได้ฟัง

เชื่อกันว่า หากผู้กำลังจะจากไปหรือผู้ล่วงลับได้เข้าใจคำสอนนี้ก็จะเกิดการตระหนักรู้ซึ่งจะมีผลให้ดวงจิตของพวกเขาพบความกระจ่างชัดใสและนำไปสู่การหลุดพ้น

นอกจากบาร์โดจะเป็นสิ่งที่ควรแนะนำให้ผู้กำลังจะจากไปและผู้ล่วงลับได้เกิดการตระหนักถึงแล้ว ยังเป็นการปฏิบัติธรรมที่สำคัญ จนมีคำกล่าวว่า “หากเข้าใจบาร์โด ก็จะเข้าใจจิต และเมื่อเข้าใจจิต ก็จะหลุดพ้น”

หากเราเข้าใจบาร์โดอย่างแจ่มแจ้ง เราจะเข้าใจความหมายของการเกิดมาเป็นมษุษย์ ซึ่งจะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างมีความหมายสูงสุด ไม่ปล่อยให้ชีวิตสูญเปล่าจนเราตายจากโลกนี้ไป ชีวิตที่ประเสริฐนั้นคือชีวิตที่ดำเนินไปพร้อมกับการเตรียมตัวตายซึ่งจะทำให้เรามีอิสรภาพเมื่อวินาทีสุดท้ายของชีวิตมาถึง

ณ วินาทีสุดท้ายนั้น หากเกิดการตระหนักรู้ จะเกิดการหลอมรวมระหว่างสภาวะธรรมแห่งศูนยตา (กุนฉี) ซึ่งได้รับการเปรียบเป็นมารดา และจิตกระจ่างเปี่ยมด้วยปรีชาญาณผ่องแผ้ว (ริกปะ) ซึ่งเปรียบเป็นบุตร นั่นคือ มารดากับบุตรจะได้พบกันและไม่แบ่งแยกจากกัน

ถ้าไม่เกิดการตระหนักรู้ มารดากับบุตรจะเพียงเห็นกันแต่ไม่รู้จักกัน ต่างคนต่างไปจนกว่าจะมีโอกาสมาพบกันอีกเมื่อเกิดความตายขึ้นอีกครั้งในภพชาติต่อไป เมื่อไม่รู้จักกัน จึงเกิดความทุกข์ยิ่งใหญ่แห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตายในสังสารวัฏ

เราจึงควรใช้ชีวิตนี้อย่างมีความหมายสูงสุดด้วยการไม่ยึดติดกับเกียรติยศ ชื่อเสียง สมบัติ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถติดตามเราไปได้ ไม่ประกอบอกุศลกรรมซึ่งจะเป็นการป้ายสีดำลงไปในดวงจิต เราเกิดมาเพื่อทำให้ดวงจิตกลับสู่ความผ่องแผ้วเดิมแท้

โดยปกติแล้วเราไม่รู้ว่าเราเคยเกิดเป็นใครมาก่อน และเราไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่เราสามารถเลือกตายด้วยการเตรียมตัวตายได้ คำสอนและการปฏิบัติเกี่ยวกับบาร์โดไม่ใช่เพียงองค์ความรู้จากภูมิปัญญาทิเบต-หิมาลัย แต่คือมรดกของมนุษยชาติ ซึ่งเป็นหนทางไปสู่มหาสันติ คุณสมบัติที่เราแสวงหานี้มิได้อยู่ที่ใดนอกจากในจิตของเราเอง

ดร. กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล ผู้สอนคอร์สภาวนา “เตรียมตัวตายอย่างมีสติในวิถีพุทธทิเบต” มูลนิธิพันดารา

Upcoming Event

We are pleased to announce that the 8th Great Offerings Day for Compassion and Happiness is coming back this year. It will be held on October 23, 2016, 9.30-15.00 hrs. at Kundrol Ling.

IMG_7015-3
This picture depicts 10,000 flower and incense offerings.

There will be 50,000 offerings for Buddhas and Bodhisattvas of the ten directions at the Great Stupa site. The offerings will be followed by a long life empowerment.
The event is chaired by Chimed Lingpa, who is the 3th Sang Ngag Lingpa and son of Kundrol Mongyal Lhasey Rinpoche. We are delighted to have Rinpoche as well as his sister Chimed Rigzin and mother Khandro Dechen Wangmo (Lhasey Rinpoche’s sangyum) back to Thailand.
All is welcome. More detail will be announced soon.

Great Stupa in Tibet

While we mourn the damage of the Sulamani Pagoda from the earthquake in Myanmar, we rejoice in the recent completion of this great stupa in Kham Tibet.

14089118_10154421045122836_1939367107413649740_n
ขณะที่เราเศร้าเสียใจที่เห็นพระเจดีย์ที่พุกามยอดหักจากแผ่นดินไหว เราก็มีความปีติยินดีและเปี่ยมด้วยความหวังเมื่อเห็นพระสถูปองค์นี้ก่อสร้างเสร็จและผ่านการสมโภชเพื่อประโยชน์ของสรรพสัตว์เมื่อไม่กี่วันก่อน
ภาพ : พระสถูปที่แคว้นคาม ทิเบต สร้างตามแบบพระสถูปโพธนาถในเนปาล สร้างอย่างงดงามและสมบูรณ์แบบด้วยความใส่ใจต่อประเพณี

Semtri: Understanding the Nature of Mind

“เซ็มทรี หนทางสู่มหาสุขแห่งจิตเดิมแท้”
วันศุกร์ที่ 9 – วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2559 ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน
= เซ็มทรี คืออะไร =
เป็นชื่อคอร์สภาวนาของมูลนิธิพันดารา ว่าด้วยการทำความเข้าใจจิตจากมุมมองของซกเช็น โดยคำว่า “เซ็ม” แปลว่า จิต และ “ทรี” แปลว่า นำพา ซึ่งในที่นี้หมายถึงคำสอนนำพาเราไปสู่การทำความเข้าใจจิต ผู้ฝึกฝนจะได้รับการเปิดใจให้ได้รู้จักธรรมชาติของจิตและตัวตนที่แท้ผ่านมุมมองและเทคนิควิธีต่างๆ ซึ่งอาจารย์ผู้นำภาวนา (อ.กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล และอ.มิว เยินเต็น) ได้รับการถ่ายทอดจากคุรุอาจารย์ทิเบต
= ทำไมเราจึงต้องรู้จักจิตที่แท้ =
เพราะเราใช้ชีวิตอยู่กับการปรุงแต่งจิต เผลอตามความคิดและสิ่งที่มากระทบอายตนะในแต่ละขณะ สร้างเงื่อนไขและกฎกติกามากมาย จนทำให้ขาดความเชื่อมโยงกับจิตที่แท้ซึ่งเปี่ยมด้วยสันติสุข เราจึงกลายเป็นผู้กระเสือกกระสน เหน็ดเหนื่อยกับการใคว่ขว้า แปลกแยกจากจิตเดิมแท้ของตนเอง หลงยึดภาพลวงตาที่ตัวเองเป็นผู้สร้าง และในยามที่เราเจ็บป่วยหรือประสบวิกฤติในชีวิต เราไม่สามารถปล่อยให้จิตดำรงอยู่ในสภาวะที่เป็นธรรมชาติได้ ซึ่งมีผลให้ยิ่งประสบทุกขเวทนา
= ธรรมชาติที่แท้ของจิตเป็นอย่างไร =
จิตมีคุณสมบัติโดยธรรมชาติเป็นความว่าง ซึ่งในมรรควิถีแห่งพระสูตรเรียกว่า ศูนยตา แต่ในซกเช็น จะอธิบายความว่างในมุมมองที่เกี่ยวข้องกับท้องฟ้า อวกาศ และความไพศาล ไม่มีความว่างที่ว่างเปล่า แต่เป็นความว่างที่เป็นความกว้างใหญ่และสมบูรณ์ดุจดังท้องฟ้าที่ไร้ขอบเขต จิตที่แท้กว้างใหญ่ สมบูรณ์ และบริบูรณ์ ไม่มีคุณสมบัติใดที่ขาดหายไปในจิตเดิมแท้ นอกจากความว่าง จิตที่แท้มีคุณสมบัติเป็นความกระจ่างชัดใส
= ความกระจ่างชัดใสแห่งจิต คืออะไร =
ความกระจ่างชัดใสแห่งจิตปราฏในสิ่งที่เรียกว่า “ริกปะ” ซึ่งเป็นตัวตื่นรู้หรือสภาวะตื่นรู้ในปัจจุบันขณะ ไม่ว่าจะเป็นในยามที่จิตสงบนิ่งหรือมีความคิดปรากฏขึ้น ตัวตื่นรู้นี้ดำรงอยู่อย่างเฉียบคมและชัดแจ้ง การดำรงอยู่ของตัวตื่นรู้เป็นสภาวะโดยธรรมชาติที่ไม่สามารถกล่าวออกมาเป็นถ้อยคำ อธิบายหรือพรรณนาได้ อย่างไรก็ตาม สภาวะนี้กระจ่างชัดใสแต่ว่าง ว่างเพราะเราไม่พบเจออะไรในสภาวะนี้ ความกระจ่างชัดใสและความว่างจึงไม่สามารถแยกจากกัน
= เราจะเข้าถึงมหาสันติแห่งจิตเดิมแท้ได้อย่างไร =
ด้วยการทำความเข้าใจมุมมองแห่งจิตและสมาธิ ฝึกฝนวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้มุมมองดังกล่าวประจักษ์ขึ้น การปฏิบัตินี้จะไร้ความหมายหากผู้ภาวนาจะศึกษาเพียงทฤษฎีแล้วไม่ปฏิบัติ เพราะคำว่า “มหาสันติ” อาศัยการฝึกฝนจนวันหนึ่งเราจะไม่ต้องฝึกฝนแล้ว ในวันนั้นเราจะค้นพบและประจักษ์แจ้งสภาวะนี้ที่เรามีอยู่แล้ว
= คุณสมบัติของผู้เข้าอบรมในคอร์สนี้คืออะไร =
ขอเพียงมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติ เปิดใจต่อคำสอน มีความปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ แม้ไม่มีพื้นฐานในการปฏิบัติวัชรยานหรือยังไม่เคยเข้าร่วมอบรมกับทางมูลนิธิพันดารา ก็สามารถเข้าร่วมภาวนาได้ และมีเวลาที่จะเข้ารับการอบรม/ภาวนาตลอดเวลา 3 วัน
= วิธีการสมัคร =
สมัครหรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับคอร์สได้ที่ 1000tara@gmail.com