ป๋วยเสวนาคาร จัดเสวนาเรื่อง ความสำคัญของตารา และ ทาคินี ในทางวัชรยาน และการสร้างมหาสถูปที่หัวหิน นำเสวนาโดย รศ. ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ วันเสาร์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ณ ป๋วยเสวนาคาร วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร ถนนทรงวาด เยาวราช กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ๐๒-๔๓๘-๙๓๓๑-๒ /๐๘๖-๗๗๗-๙๖๙๒
All posts in category Krisadawan's Talks
Seminar on Tara & Dakini
Posted by Krisadawan Hongladarom on December 2, 2010
http://krisadawan.wordpress.com/2010/12/02/seminar-on-tara-dakini/
From “Health & Cuisine” Magazine, November 2010
Posted by Krisadawan Hongladarom on November 6, 2010
http://krisadawan.wordpress.com/2010/11/06/5886/
Upcoming Talk on Tibet
Tibet: Religion and Way of Life by Krisadawan Hongladarom The rich and profound cultural and religious traditions of Tibet have continued to fascinate people from the outside ever since the first Westerners had a brief glimpse of this forbidden land centuries ago. Nowadays, this fascination has grown much stronger due to the exile of Tibetan [...]
Posted by Krisadawan Hongladarom on November 4, 2010
http://krisadawan.wordpress.com/2010/11/04/talk-on-tibet-religion-way-of-life/
Precious Human Existence
การเกิดเป็นมนุษย์ยากยิ่ง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่เรื่องโชคชะตา แต่เป็นผลของการกระทำของเราเองในอดีตชาติ ตราบเท่าที่กรรมยังไม่หมด เราก็ยังคงเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ ประทับร่องรอยของกรรมในดวงจิตไปเรื่อยๆ เมื่อได้กายมนุษย์ที่มีคุณค่าเช่นนี้ เราควรตระหนักถึงความสำคัญของการถือกำเนิดมา มีวิริยะอุตสาหะที่จะประกอบคุณงามความดี หลีกเลี่ยงอกุศลกรรมทั้งหลาย หมั่นสั่งสมบุญบารมีด้วยจิตบริสุทธิ์ปราศจากผลประโยชน์ของอัตตา เและบ่มเพาะกรุณากับปัญญาเพื่อการตรัสรู้ธรรมในที่สุด ไม่มีความสุขใดจีรังยั่งยืนเท่าความสุขจากการได้ เข้าใจและเข้าถึงจิตเดิมแท้ของตัวเราเอง เราอาจจะอยากมีชีวิตที่สุขสบายในภพชาตินี้เท่านั้น ไม่สนใจชาติภพต่อไป หรือไม่สนใจที่จะตรัสรู้ธรรม แต่เราจะไม่มีวันมีชีวิตที่สุขสบายไปตลอดได้ เพราะสักวันไม่เราหรือคนที่เรารักก็ต้องเจ็บป่วยล้มตายลง เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจะเรียกสิ่งที่เรามีว่า “ความสุข” ได้อย่างไร แต่ละวันเราได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์เพียงไร ได้ทำให้แต่ละวินาทีเป็นไปเพื่อการหลุดพ้นหรือไม่ เรากำลังดำรงชีวิตอยู่บนความประมาทด้วยการปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ด้วยการผลัดวันประกันพรุ่ง หรือเรากำลังนำพานาวาชีวิตนี้ไปอย่างชาญฉลาดด้วยการเปลี่ยนช่วงเวลาของความ เป็นสัตว์โลกให้เป็นช่วงเวลาแห่งพุทธะ มีคำกล่าวว่า โดยเนื้อแท้ พระพุทธเจ้ากับสัตว์โลกเป็นอย่างเดียวกัน แต่ด้วยความไม่รู้ เราจึงเป็นเพียงสัตว์โลกที่ยังเห็นแก่ตัว ที่ปราศจากความรักความกรุณาแก่ผู้อื่นอย่างจริงใจ ที่ไม่มีญาณหยั่งรู้เช่นพระองค์ เพราะญาณทัศนะของเรามัวหมองด้วยการคิดถึงแต่ตัวเองเป็นสำคัญ
Posted by Krisadawan Hongladarom on September 8, 2010
http://krisadawan.wordpress.com/2010/09/08/precious-human-existence/
เมื่อเนยเป็นเหตุ : เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส
ชายคนหนึ่งมีนามว่า “รับเกียล” เป็นนักธุรกิจใหญ่ของทิเบต เขาทำธุรกิจขายเนยและผลิตผลจากจามรี เวลานำเนยไปขาย ก็เดินทางเป็นกองคาราวาน เมื่อหลายปีก่อน รับเกียลเช่ารถหลายสิบคันนำเนยไปขายจากบ้านเกิดที่เมืองฮงหยวนในภาคตะวันออก มุ่งหน้าสู่นครลาซา เมื่อไปถึง ปรากฏว่าราคาเนยตกต่ำมาก เขาก็เฝ้ารอลุ้นให้ราคาสูงขึ้น ยิ่งรอ ราคาก็ยิ่งตก ถ้าขาย ก็มีแต่จะขาดทุน ยิ่งเมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายของกองคาราวานแล้ว ก็ดูเหมือนว่าเขาจะสิ้นเนื้อประดาตัวทีเดียว เช้าวันนั้น เขาไปกราบพระโจโว ริมโปเช (พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวทิเบต) ที่วัดโจคัง จิตใจเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ขณะเข้าแถวเพื่อรอไปนมัสการองค์พระ เขาเห็นผู้มากราบพระคนแล้วคนเล่านำเนยไปเทถวายที่ตะเกียงเนย ฉับพลัน เขาคิดขึ้นมาได้ว่า เขาควรจะนำเนยที่ขายไม่ได้มาถวายเป็นพุทธบูชา เมื่อคิดแล้ว เขาเกิดปีติยินดี เกิดความหวังว่ามาลาซาคราวนี้ ไม่สูญเปล่า เขาจะได้ทำบุญกุศลครั้งใหญ่ เขาโทรศัพท์เรียกลูกน้องให้เอาเนยมาที่วัด รถบรรทุกหลายสิบคันขนเนยกองโตมาจอดไว้หน้าวัด แล้วรับเกีบลก็ถวายเนยทั้งหมดต่อเบื้องพระพักตร์ของพระโจโว ริมโปเชท่ามกลางความอัศจรรย์ใจของผู้มีจิตศรัทธาที่มากราบพระองค์ จากนั้น เขาเดินทางกลับบ้านเกิดโดยมีเงินติดตัวเป็นค่าเดินทางเพียงเล็กน้อย ไม่มีเงินทำธุรกิจต่อ ไม่มีเงินก้นถุงให้แก่ครอบครัว สองสามเดือนหลังจากนั้น เพื่อนคนหนึ่งชวนเขาไปทำงานที่นครเฉิงตู ไปเป็นยามเฝ้าประตู ทั้งวันเขายืนเหมือนหุ่นยนต์อยู่หน้าประตูบริษัท เขาทำอยู่อย่างนั้นสามปี ในระหว่างที่อยู่ที่เฉิงตู เขาเห็นว่าคนทิเบตมาทำธุรกิจและมาเรียนหนังสืออยู่ที่นั่นเป็นจำนวนมาก พวกเขาล้วนแต่โหยหาอาหารทิเบต แต่ยังไม่มีร้านอาหารไหนที่ทำอาหารทิเบตแล้วได้อร่อยเหมือนกับแม่ที่บ้านทำ เขาลาออกจากการเป็นยาม แล้วเรียกลูกสาวลูกชายมาอยู่เฉิงตู เอาเงินเก็นทั้งหมดมาลงทุนเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวทิเบต “ทุกปะ” [...]
Posted by Krisadawan Hongladarom on June 5, 2010
http://krisadawan.wordpress.com/2010/06/05/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88/
When we are angry at someone, we take a revenge on him/her. We gossip about their weakpoints. Time and time again, anger is built up to be a fuel of revenge in our mind. Will we choose to be a revengeful person or the one who is ready to forgive? We can train ourselves not [...]
Posted by Krisadawan Hongladarom on June 3, 2010
http://krisadawan.wordpress.com/2010/06/03/5310/
Everything Can Start Anew
บนเส้นทางที่เลือกเดิน หากเดินแล้ว สะดุดล้ม ขอจงลุกขึ้น และก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หวาดหวั่น อย่ากลัวการหกล้ม อย่ากลัวอุปสรรค เพราะถ้ากลัว แล้วตัดสินใจหันหลังกลับ หนทางข้างหน้าก็ไม่ใช่ทางของเราอีกต่อไป… ตอนที่ไปเยี่ยมชาวทิเบตที่ประสบภัยแผ่นดินไหว พวกเขาบอกว่า “แม้เราจะสูญเสียบ้าน ญาติมิตรแต่พวกเรายังมีลมหายใจ แล้วเราก็จะเริ่มต้นได้ใหม่” คำว่า “จะเริ่มต้นได้ใหม่” ให้ความหวัง ทำให้เรายิ้มออกมาได้ เมื่อเราไม่กลัวทุกข์ ทุกข์ก็จะทำให้เราเห็นหนทางดับทุกข์
Posted by Krisadawan Hongladarom on June 3, 2010
http://krisadawan.wordpress.com/2010/06/03/everything-can-start-anew/
Breathing Wisdom Breath
ตื่นนอนแต่เช้า หายใจเข้านำลมแห่งปัญญาเข้าไปหล่อเลี้ยงชีวิต หายใจออกขับไล่พิษแห่งจิตใจและ ความ เขลาแห่งอวิชชาออกไป เร่ิมต้นแต่ละวันด้วยลมหายใจแห่งปัญญา พร้อมกับตั้งจิตจะทำความดีระหว่างวัน ก่อนนอนอุทิศบุญกุศลที่ได้ทำและนอนหลับด้วยจิตเปี่ยมสุข [ภาพ - ต้นไทรใหญ่ที่ขทิรวัน ที่แห่งนี้เมื่อสี่ีปีก่อนคือแรงบันดาลใจให้ทำการงานในวันนี้]
Posted by Krisadawan Hongladarom on June 3, 2010
http://krisadawan.wordpress.com/2010/06/03/breathing-wisdom-breath/
Rainbow over Clouds
ธรรมชาติมีความงามในหลายรูปแบบ ขอเพียงเราหยุดมอง แหงนหน้าดูฟ้า ช่วงเวลาสั้นๆนั้นบำรุงจิตใจ เตือนให้เห็นตัวตนที่แสนเล็กท่ามกลางธรรมชาติที่ศักดิ์สิทธิ์ และเตือนให้เห็นความไม่เที่ยงของทุกสรรพสิ่ง รุ้งเหนือเมฆก็เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นและผ่านไป อาจมีบางวันที่เรารู้สึกท้อแท้ รู้สึกแย่ ขอให้รู้ว่าวันเช่นนั้นอาจนำไปสู่โอกาสที่ดีกว่า และปัญญาในการตัดสินใจ นั่งภาวนานิ่งๆ ด้วยจิตใสๆ ด้วยหัวใจเปี่ยมศรัทธา แล้วก้าวเดินต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำการงานให้สำเร็จ ปาฏิหาริย์จะเกิดดังเช่นรุ้งเหนือเมฆฝน เราจะพบว่าในภาวะเช่นนั้น สันติสุขก็บังเกิดได้ในจิตใจของเรา [ภาพ : สมบัติ ไกรฤทธิ์ 2 มิถุนายน 2553]
Posted by Krisadawan Hongladarom on June 3, 2010
http://krisadawan.wordpress.com/2010/06/03/rainbow-over-clouds/
กฎแห่งกรรม
เรื่องกฎแห่งกรรมที่พี่ชายท่านหนึ่งเล่าให้ฟัง หลายปีก่อน เพื่อนคนหนึ่งของพี่คนนี้ชอบล่าสัตว์ เขาล่าด้วยความคึกคะนอง แล้วนำสัตว์ที่ล่ามาอวดกัน คราวใดที่ได้สัตว์ดุร้าย เช่น งูจงอาง ก็จะนำมาเล่าด้วยความภาคภูมิใจ ในการล่าสัตว์ พวกเขามักจะไปกันตอนกลางคืน การล่าสัตว์จะเน้นส่องสัตว์โดยดูจากดวงตาของมันซึ่งเหมือนดวงไฟสีแดง คืนหนึ่ง เพื่อนของพี่กับเพื่อนของเขาไปกันสองคันรถ พวกเขาแบ่งโซนล่าสัตว์ เขากับเพื่อนกลุ่มหนึ่งแยกเข้าป่าไป พวกเขาขับรถวนไปวนมาก็ยังหาสัตว์ไม่ได้ รถของเพื่อนพวกเขาอีกคันจอดพักโดยที่คนขับจุดไฟเพื่อสูบบุหรี่ รถของเพื่อนพี่เห็นประกายไฟ ดีใจคิดว่าเป็นดวงตาของเสือ พวกเขารีบยิงไปทันที ปรากฏว่าพวกเขาได้สังหารเพื่อนของพวกเขาเอง ในรถคันนั้น คนหนึ่งตายทันที อีกคนถูกยิงเข้าแก้ม ทะลุกราม โชคดีว่าผู้ถูกยิงเพิ่งไปถอนฟันมา ทำให้กระดูกฟันไม่แตก และกระสุนทะลุไปที่แก้มอีกด้านหนึ่ง คนนี้ไม่ตาย แต่บาดเจ็บ ส่วนเพื่อนอีก 2 คนในรถพยายามขับรถออกจากป่า แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร พวกเขาก็หลงป่าถึงสองวัน ในช่วงนั้น พวกเขาต้องอยู่กับศพผู้ตายเหมือนกับอยู่กับเหยื่อที่พวกเขาเคยล่ามา หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ ผู้ถูกยิงทะลุแก้มตั้งปฏิญาณที่จะไม่ฆ่าสัตว์อีกต่อไป ทุกวันนี้เขาก็ยังดำรงชีวิตอยู่ แต่น้องชายของเขาไม่เชื่อเรื่องบาปกรรม ยังคงชอบล่าสัตว์อยู่ หลังจากนั้นไม่นาน น้องชายเขาถูกจับเป็นตัวประกันและถูกยิงทิ้ง บาปกรรมมีจริงโดยเฉพาะถ้าฆ่าสัตว์โดยมีองค์ประกอบครบทั้ง 4 องค์ประกอบ: มีเจตนาที่จะฆ่า มีสัตว์ที่ต้องการฆ่า มีการฆ่า และมีผลของการกระทำ คือ สัตว์นั้น ตาย [...]
Posted by Krisadawan Hongladarom on May 24, 2010
http://krisadawan.wordpress.com/2010/05/24/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/