Krisadawan's Talks


manba 3The lecture hall is well equipped with modern technology.

manba 6

manba 4More than 200 participants attended the talk. Most of them are young nurses.

At the end of the session we sang Tara mantra together. We spread our love and compassion to all patients in the world, particularly our beloved King Bhumipol, who is receiving treatment at Siriraj Hospital. It’s a touching moment when Tara mantra was recited loudly and warmly by our united hearts.

DSC08916Among the organizers. It’s such an honor for me to be part of this lovely event to celebrate the late Princess Mother’s support work for Thai nurses.

Manba 7The participants made contributions to the Tara Great Stupa. We are grateful to Ajarn Tadaratana for inviting me and kindly supporting us. She had the donation box made at the spot. The amount of the donation is: 5300 baht.

Tomorrow will be my big day, as I will give a talk at Rajburi hospital. The audience is a group of nurses. The homework I get is to share my knowledge and insights on Tibetan way of cultivating loving kindness. The more I think about this topic, the more I’m convinced it’s the key to everything and so-called “happiness.”

The problem we face today is we just don’t love each other enough. We can’t just extend our love outside our circle. When true love is cultivated in our heart, we won’t treat others differently from us. Then compassion will automatically arise. The main thing is how to change our attitude towards others – how we can realize there is no true self and other. We and others are actually one and the same, as we both want happiness and we want to be away from suffering. Loving kindness and compassion are already there in our awakened mind. They are not created or added.

บางส่วนจากสไลด์สำหรับการบรรยายเรื่อง “เมตตาภาวนาในวิถีพุทธทิเบต” ที่โรงพยาบาลราชบุรี วันที่ 20 ตุลาคม 2552

เมตตา

ความปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นมีความสุขด้วยความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข
ความรักแบบไม่เห็นแก่ตัว – ไม่เพียงเพื่อตัวเราและครอบครัวเท่านั้น
ความรักแบบนี้มีอยู่แล้วในตัวเรา แต่เราหลงลืมไป
ต้องบ่มเพาะผ่านการภาวนา ระลึกถึง ฝึกปฏิบัติ

ทำไมถึงต้องเมตตา

เพราะทุกชีวิตมีความปรารถนาเดียวกัน เราล้วนต้องการความสุข
เรากับผู้อื่นจึงไม่ต่างจากกัน
ถ้าเรารักแต่ตัวเราหรือคนในครอบครัวของเรา ไม่สามารถรักผู้อื่นได้ ความสุขของเราก็ถูกจำกัดขอบเขต เรามีเพื่อนน้อยลง เราได้รับความรักตอบน้อยลงไปด้วย

กรุณา

ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
ทุกชีวิตล้วนเคยมีความสัมพันธ์กับเรา ในฝ่ายทิเบตกล่าวว่า ทุกชีวิตล้วนเคยเกิดเป็นแม่ของเรามาก่อน (สำนวน “มาเซ็มแจน”) เราจึงต้องรักและกตัญญูต่อพวกเขา
เมื่อเราเห็นสัตว์โลกที่เคยเป็นแม่มีทุกข์ เราไม่สามารถอยู่เฉยๆได้

ประเด็นสำคัญ

เมตตากรุณามีอยู่แล้วในใจเรา ไม่ใช่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้น
ยิ่งมีมากเท่าไร จิตของเราก็ใกล้กับจิตของพระพุทธเจ้าเท่านั้น
เพราะยึดติดในตัวตนทำให้เราเห็นคนอื่นเป็น “ผู้อื่น”การเห็นผู้อื่นแตกต่างจากเราเป็นชนวนไปสู่ “ความเกลียด”

เปลี่ยนมุมมองใหม่ “อย่าขอเพียงความสุขของข้าพเจ้า แต่ขอให้ทุกชีวิตมีความสุข อย่าขอเพียงให้ข้าพเจ้าพ้นทุกข์ แต่ขอให้ทุกชีวิตพ้นทุกข์”

รับฟังคลื่นความคิด 96.5 รายการมองชีวิต มีชีวา ตอนการปฏิบัติธรรมแบบทิเบต การสนทนาระหว่างคุณกนกวรรณ กนกวนาวงศ์ และดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2552 ได้ในเว็บไซต์ต่อไปนี้

http://radio.mcot.net/fm965/programView.php?cliptype=35#

30 เมษายน 2552

a

ดิฉันได้รับเชิญจากอ. เบญจมาภรณ์​ สถาบันราชประชาสมาศัยให้ไปบรรยายเกี่ยวกับจิตวิญญาณแบบทิเบตให้แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของสถาบัน

ดิฉันรับคำเชิญด้วยใจเปี่ยมสุข แม้จะไม่ได้เรียนหมอหรือพยาบาลมา แต่ดิฉันรู้ว่าอาชีพเหล่านี้มีคุณค่าเพียงไร หากจะมีอะไรที่ดิฉันจะทำได้เพื่อให้ผู้ดูแลและให้การบำบัดรักษาผู้ป่วย ดิฉันก็ยินดีจะทำ

ข้อคิดจากครู

ดิฉันนึกถึงคำพูดของพระอาจารย์เมื่อคราวท่านไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง “ไม่มีสถานที่ใดที่มีความหมายอย่างแท้จริงในโลกนี้ ทุกอย่างล้วนเป็นภาพมายา เป็นสิ่งที่ไม่จีรัง แต่หากจะมี ก็คือสถานที่ที่ผู้สร้างและผู้ทำงานอยู่ในนั้นทำงานเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น โรงพยาบาลคือสถานที่เช่นนั้น แพทย์ พยาบาล คือพระโพธิสัตว์”

สถาบันราชประชาสมาศัย

สถาบันราชประชาสมาศัยเป็นสถาบันที่ให้การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อน โรคที่สังคมรังเกียจ ผู้ป่วยที่เป็นโรคก็มักรู้สึกว่าตัวเองมีตราบาป แม้ว่าจะรักษาหายแล้ว พวกเขาก็ไม่อยากกลับบ้านเพราะคนในชุมชนไม่ให้การต้อนรับ

ผู้ป่วยโรคเรื้อน

ที่สถาบัน พวกเขาอยู่กันเหมือนพี่น้อง แม้ว่าบางคนจะนั่งหน้าเศร้า จิตตกเพราะถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่เราก็เห็นแววตาแจ่มใส และสีหน้าเบิกบานของคนไข้หลายคน บางคนร้องเพลงเสียงหวานให้ฟัง ในยามนั้น ดูเหมือนว่าผู้ป่วย โรคภัยไข้เจ็บ อคติในสังคมไม่มีอยู่ มีเพียงผู้ร้องเพลงกับผู้ฟังที่ไม่เคยรู้จักกัน และพยาบาลที่คอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ

ืืnurse

การบรรยายของดิฉันสองชั่วโมงหลังจากนั้นผ่านไปด้วยดี เมื่อบรรยายเสร็จ มูลนิธิมอบหนังสือแทบธุลีดินและแสงจันทร์เหนือยอดสนให้สถาบัน เนื่องจากดิฉันต้องรีบเดินทางไปสิงคโปร์ คณะผู้จัดจึงช่วยดูแลสินค้าของมูลนิธิให้ เรานำสินค้าทิเบตไปเพื่อให้เจ้าหน้าที่จากสถาบันได้มีโอกาสทำบุญกับมูลนิธิ และผู้มีจิตศรัทธาจากสถาบันก็ได้ร่วมกันทำบุญสร้างศาลาวสุตาราเป็นจำนวน 1,860 บาท

give pict to nurse

วันศุกร์ที่ผ่านมา อ. เบญจมาภรณ์ได้นำรายได้จากการจำหน่ายสินค้า 7800 บาทมามอบให้ มูลนิธิจะได้นำรายได้ส่วนนี้ไปสมทบกองทุนสมาธิภาวนาและบำรุงรักษาศูนย์ขทิรวัน ในการนี้ มูลนิธิได้มอบภาพถ่ายจากหิมาลัย 2 ภาพให้แก่สถาบันเพื่อไปติดที่วอร์ดของคนไข้ ภาพเหล่านี้โดยความอนุเคราะห์ของคุณวานซลี เต็ง (Vance Lee Teng) กัลยาณมิตรและอาสาสมัครของมูลนิธิ เราหวังว่าภาพถ่ายจะทำให้คนไข้มีจิตใจเบิกบานร่าเริงขึ้น ให้พวกเขาปล่อยวางจากความคิดและความรู้สึกที่บั่นทอนจิตใจพวกเขา