Upcoming Ngondro Practice

1236520_502137846536681_224138099_n“การปฏิบัติที่เป็นเหมือนการสร้างเสาเข็มให้แก่ชีวิต”

มูลนิธิพันดาราขอเชิญผู้สนใจร่วมคอร์สภาวนาเงินโดร 9 วัน 8 คืน ที่ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน วันที่ 30 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2556

วัตถุประสงค์ของการอบรม
1. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สนใจได้ฝึกปฏิบัติอย่างเป็นระบบและเป็นลำดับชั้นซึ่งจะสร้างความมั่นคงให้แก่การปฏิบัติธรรมและจะทำให้ได้ฝึกฝนในหัวข้ออื่นๆ ในระดับสูงต่อไป

2. เพื่อถ่ายทอดความรู้ในวิถีพุทธวัชรยานโดยเฉพาะในสายการปฏิบัติซกเช็น

3. เพื่อบำเพ็ญบุญกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

อาจารย์นำภาวนาและควบคุมการปฏิบัติ
อาจารย์กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ และอาจารย์มิว เยินเต็น

จำนวนผู้เข้าปฏิบัติ
เนื่องจากห้องพักมีจำนวนจำกัดและเพื่อให้เกิดคุณภาพสูงสุดสำหรับการถ่ายทอดคำสอน มูลนิธิเปิดรับเพียงรุ่นละ 10 คน

คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติ
หากได้เคยผ่านกิจกรรมภาวนาของมูลนิธิพันดารามาก่อน จะทำให้เข้าใจและตามการปฏิบัติได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความสนใจจริงแม้ไม่เคยปฏิบัติกับมูลนิธิก็จะได้รับการพิจารณาเช่นกัน

อาหาร-ที่พัก
บริการอาหารมังสวิรัติวันละ 3 มื้อ อาหารว่างและเครื่องดื่ม ที่พักเป็นห้องภาวนาเดี่ยวในเรือนทศบารมี

บริจาคร่วมกิจกรรม
ท่านละ 3,500 บาท เป็นค่าอาหาร 9 วัน ค่าสาธารณูปโภค ค่าแรงคนงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

การเดินทาง
สามารถเดินทางมาเอง หรือมากับรถตู้ที่มูลนิธิจะเช่าให้ สามารถร่วมบุญเป็นค่ารถตู้ตามจิตศรัทธา

การลงทะเบียน
กรุณาลงทะเบียนพร้อมโอนเงินบริจาคร่วมกิจกรรมภายในวันที่ 20 ตุลาคม 2556 เนื่องจากห้องพักมีจำกัด หากมีการยกเลิกจะทำให้ตัดโอกาสผู้มีความสนใจปฏิบัติจริง

รายละเอียดการโอนเงิน
บัญชีออมทรัพย์ชื่อ มูลนิธิพันดารา ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ เลขที่ 391-266-9989

เมื่อโอนเงินแล้ว กรุณาสแกนหลักฐานโอนเงินแล้วส่งมาที่ 1000tara@gmail.com

ขออนุโมทนากับทุกท่านที่มีความตั้งใจฝึกฝนตนเองและฝึกปฏิบัติในคอร์สภาวนานี้ค่ะ

หมายเหตุ : สำหรับการภาวนารุ่นนี้ รับได้อีก 5-6 คนค่ะ
———
กำหนดการ
แต่ละวัน เราจะมีประเด็นหัวข้อที่เน้น แต่รูปแบบภาวนาจะเป็น 4 ช่วงดังนี้

ช่วงที่ 1
04.00 ตื่นนอน
04.30 ถวายน้ำ ธูป ดวงประทีป (ผู้ปฏิบัติ 2 คน ผลัดกันรับผิดชอบ)
04.45 สมาธิตุกลุงเพื่อขจัดลมเสียในร่างกายและสมาธิเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่จิตใจ
05.30 กราบอัษฎางคประดิษฐ์และสวดยึดพระรัตนตรัย 150-300 ครั้ง
07.00 พัก รับประทานอาหารว่างยามเช้า
07.30 ทำวัตรเช้า ถวายมันดาลา/ เดินภาวนา
08.30 พักรับประทานอาหารเช้า

ช่วงที่ 2
09.30 ศึกษาคู่มือปฏิบัติ ฟังคำสอน ฝึกการตั้งนิมิต
10.30 ทำสมาธิและสวดเจริญโพธิจิต
12.00 พักรับประทานอาหารกลางวัน

ช่วงที่ 3
14.00 ภาวนามนตราสลายบาปกรรมและมนตราตรีกาย
17.00 พักรับประทานอาหารเย็น

ช่วงที่ 4
18.00 อุทิศซูร์ให้ผู้ล่วงลับ
18.30 เสวนาธรรม สมาธิคุรุโยคะ
20.30 เข้านอน

———

เกี่ยวกับเงินโดร

เงินโดรเป็นพื้นฐานสำคัญของการปฏิบัติบนวิถีตันตระและซกเช็นในพุทธมหายานแบบทิเบต เป็นการฝึกด้วยการกราบอัษฎางคประดิษฐ์ สวดยึดพระรัตนตรัย เจริญโพธิจิต สลายบาปกรรม ถวายมันดาลา สวดมนตราแห่งตรีกายของพระพุทธเจ้า สวดมนต์ประสานจิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระอาจารย์ (คุรุโยคะ) ปกติทำเป็นจำนวนอย่างละหนึ่งแสนครั้งและทำต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้สลายบาปกรรม สั่งสมบุญบารมี และได้รับพรจากสายการปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา

มีคำกล่าวในพุทธทิเบตว่า “หากปราศจากการสลายบาปกรรมและสั่งสมบุญบารมี ปัญญาจากสมาธิย่อมเกิดได้ยาก เมื่อไม่เกิดปัญญา ก็ไม่มีการหลุดพ้น”

อานิสงส์ของการทำเงินโดร : ทำให้มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม มีจิตเมตตากรุณา ไม่ถูกกระทบโดยกิเลสและสิ่งยั่วยุ เข้าใจสภาวธรรมและเข้าถึงความสุขอย่างยั่งยืน เงินโดรทำให้เราเป็น “ภาชนะ” ที่เหมาะสมสำหรับการทำสมาธิและการฝึกปฏิบัติขั้นสูง เช่น การทำโพวาเพื่อตนเองและผู้อื่น การฝึกโยคะภายใน (การคุมเส้น ลมปราณ) การฝึกเจอด (ละอัตตา) การทำสมาธิอาทรี (สมถะ) และสมาธิเทกเชิดและเทอกัล (ฝึกจิตชั้นสูง) ในสายซกเช็น

การปฏิบัตินี้เหมาะสำหรับผู้ต้องการอุทิศตนเพื่อการปฏิบัติธรรมแม้ว่าจะยังคงทำงานอยู่ในสังคม ผู้ปรารถนาจะดำรงชีวิตเพื่อทำประโยชน์ให้ผู้อื่นและฝึกฝนตนเองจนเข้าถึงการหลุดพ้น และผู้ต้องการเตรียมตัวตายด้วยการเตรียมจิตให้มีศรัทธามั่นในพระรัตนตรัย (ศรัทธาแบบไม่มีวันหวนกลับ) และการเตรียมจิตให้สามารถแปรเปลี่ยนสภาวะในบาร์โดให้เป็นสภาวะแห่งการหลุดพ้น

Advertisements

Mind Insights from Kundrol Ling

 

581554_10151833417117836_1684751308_n

 

แสงสีทองแห่งอรุณรุ่งท่ามกลางไอหมอกเตือนใจให้นึกถึงสภาวะบริสุทธิ์ผ่องแผ้วที่ซุกซ่อนอยู่ภายในจิตของเรา
ขทิรวัน Kundrol Ling คอร์สภาวนาเงินโดรวันสุดท้าย

๘ กันยายน ๒๕๕๖

1260890_10151830141087836_199237951_n

หลังการงานที่วุ่นวาย หลังการเดินทางที่เหน็ดเหนื่อย ให้จิตได้สงบนิ่ง ให้จิตได้ดำรงอยู่กับความอบอุ่นมั่นคงภายใน นั่งนิ่งๆ โดยไม่คิดสิ่งใด ประคองจิตให้มั่น ไม่เครียด ไม่ตึง เปิดใจรับความเงียบและความรื่นรมย์ดุจทะเลในยามไร้ระลอกคลื่น นี่คือวิธีดูแลรักษาจิตแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ในแต่ละวัน

ขทิรวัน, ๖ กันยายน ๒๕๕๖

1017011_10151827132322836_1071641926_n

Mind and clarity
ฝึกปฏิบัติด้วยจิตผ่อนคลาย ไม่บีบคั้นจิต ไม่คาดหวัง ไม่สงสัย ไม่สับสนมืดมน ดำรงอยู่ในความรื่นรมย์แห่งจิต เปิดใจรับความกระจ่างในทุกอณูของอากาศ แล้วเราจะได้โอสถวิเศษกว่าโอสถใดๆ เป็นยาที่ไม่ต้องหาซื้อ แต่มีอยู่แล้วในธรรมชาติและในก้นบึ้งของจิตใจของเราเอง

ขทิรวัน, ๕ กันยายน ๒๕๕๖

1157431_10151825060762836_1283699618_n

เรามีขุมทรัพย์แห่งจิตที่ยิ่งใหญ่ อย่าเพลิดเพลิน ยึดติดกับทรัพย์ สมบัติภายนอก
จนลืมที่จะดูแลรักษาสมบัติภายในนี้

ขทิรวัน, ๔ กันยายน ๒๕๕๖

Tonglen Practice for Removing Self Clinging

คอร์สทงเลนเพื่อละอัตตา (อาสาฬหบูชาภาวนา) 19-23 กรกฎาคม 2556

photo-72

ขอบคุณและอนุโมทนากับกัลยาณมิตรที่มาร่วมภาวนาและตั้งปณิธานเข้าพรรษาในช่วงวันหยุดอาสาฬหบูชาที่ผ่านมา ทงเลนได้เปลี่ยนวิธีคิด วิธีการมองโลก และตั้งจิตของเรา ขอให้ธรรมะทงเลนได้ประสานเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตของเรา ขอให้ธรรมะนี้เป็นกำลังทำให้เราฝ่าฟันมรสุมแห่งสังสารวัฏไปจนกว่าเราจะเข้าถึงการหลุดพ้นเพื่อกลับมายังประโยชน์ต่อสรรพสัตว์ต่อไป

photo-71

photo-74

photo-75

photo-55

photo-78

อนุโมทนากับป้าต๋อย ป้าเงาะ เป็ด และใหม่ ที่ได้ให้การดูแลผู้ปฏิบัติธรรมและอาจารย์ทั้งสองท่านเป็นอย่างดี และขอขอบคุณพนักงานของศูนย์ขทิรวันทุกคน

ข้อคิดจากคอร์สทงเลน:

995938_10151729842712836_2001755901_n

คืนวันอาสาฬหะที่ขทิรวัน ขอความมืดบอดของอวิชชาหมดสิ้นไป

May the darkness of ignorance be removed!

971712_10151727362967836_173737319_n

photo-77

เมื่อเราเข้าใจจิตวิญญาณแห่งการภาวนา เราก็สามารถแบกรับความยากลำบากทุกอย่างได้ แม้จะเป็นการภาวนาที่ดูเป็นอุดมคติอย่างสมาธิทงเลน ที่เราได้เปลี่ยนรูปแบบของการหายใจหลัก จากการหายใจเพื่อตนเอง เป็นหายใจเพื่อผู้อื่น จากความปรารถนาที่จะดับทุกข์ตนเอง เป็นดับทุกข์ผู้อื่น เมื่อเราไม่เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง ชีวิตกลับเรียบง่ายขึ้น สมาธิกลับมีพลังขึ้น และเราค้นพบคล็ดลับสำคัญที่ทำให้มีสุขอยู่ได้แม้กายทุกข์

photo-81

ลองคิดดูว่า โลกนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อลมหายใจแรกในเช้าวันใหม่ของเราไปพร้อมกับการตั้งจิตที่จะแบ่งเบาความทุกข์ของผู้อื่น และลมหายใจสุดท้ายก่อนเราจะหลับไปก็เป็นการตั้งจิตแบบเดียวกัน บอกตัวเองว่า ในวาระสุดท้ายของชีวิต ไม่ว่าสภาวะทางกายของเราจะเป็นเช่นไร สภาวะใจของเราจะอยู่กับลมหายใจที่อ่อนโยนและเกื้อกูลต่อสรรพสัตว์เช่นนี้

600596_451898664917050_1852340855_n

May happiness spread in the air.
May an ocean of suffering dry out…

หากข้าพเจ้าสุข ขอมอบความสุขให้แก่ผู้ปรารถนาความสุข ขอความสุขแพร่ไปในอากาศ
หากข้าพเจ้าทุกข์ ขอแบกรับความทุกข์ของสัตว์ทั้งหลาย ขอทะเลแห่งความทุกข์เหือดแห้งหายไป…

ที่ระลึกจากการปฏิบัติทงเลนเพื่อการละอัตตา 19-23 พฤษภาคม 2556

Mind Training for the Youth

12-14 July 2013
photo-4520130713_080923-1
 photo-62
วันที่ 12-14 ที่ผ่านมานี้ มูลนิธิพันดาราได้ให้การอบรมด้านจิตใจและคุณธรรมผ่านการภาวนาและวัฒนธรรมทิเบตแก่นักศึกษาภาษาศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวน 17 คน รวมอาจารย์วิชาติ บูรณะประเสริฐ ผู้พานักศึกษามาเข้ารับการอบรม และอาจารย์บุ๋ม ซึ่งได้มาร่วมภาวนาด้วย
photo-69
photo-37
ช่างเป็นความเบิกบานยินดีที่พวกเราได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ได้ทำกิจกรรมมากมายเพื่อให้ได้สัมผัสและเข้าถึงกรุณาและปัญญา
photo-53
 ขอนักศึกษาอย่าลืมรดน้ำต้นโพธิ์ในหัวใจแม้คอร์สของเราจะจบแล้ว อย่าลืมความเชื่อมโยงระหว่างภาษาศาสตร์กับภาษาธรรมและการเจริญสติ ให้ทั้งรู้ตัวและเบิกบาน
20130713_080555
photo-17
20130713_081455-1
ขอขอบคุณและอนุโมทนากับอ.วิชาติที่ได้จัดโครงการนี้ และขอบคุณมหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ที่อนุมัติและสนับสนุนโครงการ
20130713_071824
20130713_073154

photo-5

photo-21photo-41

Foundation Dharma Teachings & Retreats, July – September 2013

IMG_3505
ปฏิทินคอร์สภาวนาของมูลนิธิพันดารา
สถานที่ : ศูนย์ขทิรวัน (หัวหิน) และบ้านมูลนิธิ (ลาดพร้าว กทม)
นำภาวนาโดย อาจารย์กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์
เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2556

ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน

วันศุกร์ที่ 19 กค – วันอาทิตย์ที่ 21 กค : ภาวนาทงเลนเพื่อละอัตตา ฝึกปฏิบัติยกระดับจิตใจให้ผ่านพ้นความกลัว การยึดติดกับตัวตน เรียนรู้ปรัชญา เทคนิควิธี และข้อคิดในการประสานสมาธิทงเลนกับชีวิต รวมทั้งการเผชิญความเจ็บป่วย

บริจาคร่วมกิจกรรม 1,500 บาท เป็นค่าอาหาร ค่าสาธารณูปโภค ค่าแรงคนงาน

วันจันทร์ที่ 22 – วันอังคารที่ 23 กค : อาสาฬหบูชาภาวนา ปลูกต้นโพธิจิตในหัวใจ ขอเชิญร่วมถวายดวงประทีป 1000 ดวงเป็นพุทธบูชา พร้อมตั้งปณิธานเข้าพรรษาด้วยกัน

บริจาคร่วมกิจกรรมตามกำลังศรัทธา

วันศุกร์ที่ 16-วันอาทิตย์ที่ 18 สค : อบรมเตรียมตัวตายอย่างมีสติ (ระดับ 1) ความตายคือการเดินทางต่อของจิต ขอเชิญร่วมเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์แห่งมรณศาสตร์แบบทิเบต ฝึกจิตเพื่อวาระสุดท้ายที่งดงามและเพื่อการดำรงชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า

บริจาคร่วมกิจกรรม 1,500 บาท

วันอาทิตย์ที่ 1 – วันอาทิตย์ที่ 8 กย : ภาวนาเงินโดร (กราบอัษฎางคประดิษฐ์ สวดยึดพระรัตนตรัย เจริญโพธิจิต ถวายมันดาลา สลายบาปกรรม และสมาธิประสานจิตเป็นหนึ่งเดียวกับคุรุ) ปฏิบัติเพื่อสร้างฐานรากของการปฏิบัติธรรม การฝึกจิตแบบซกเช็นและการภาวนาอื่นๆ

บริจาคร่วมกิจกรรม 2,500 บาท หรือตามกำลังศรัทธา

วันศุกร์ที่ 27 – วันอาทิตย์ที่ 29 กย : อบรมเตรียมตัวตาย ระดับ 2 : จากชีวิตหลังตายสู่การเกิดใหม่เพื่อเตรียมตัวสู่การหลุดพ้น เรียนรู้เกี่ยวกับภพภูมิต่างๆ บทสวดพระพุทธเจ้าปางสันติและพิโรธ 100 องค์ สมาธิเพื่อเตรียมจิตสำหรับวาระสุดท้าย

บริจาคร่วมกิจกรรม 1,500 บาท

หมายเหตุ : คอร์สนี้รับเฉพาะผู้เคยเข้ารับการอบรมคอร์สเตรียมตัวตายอย่างมีสติ (ระดับ 1) ที่มูลนิธิได้จัดอบรมไปแล้ว

บ้านมูลนิธิพันดารา

วันจันทร์ที่ 12 สค : “ภาวนามหามารดาเชรับ ชัมมาเนื่องในวันแม่” สัมผัสความรักอันไม่มีประมาณแบบความรักของพระมหามารดาอันเป็นต้นกำเนิดแห่งปัญญาภายในและเป็นหนึ่งเดียวกับสภาวะธรรม บ่มเพาะความรักนี้ในจิตใจเพื่อความสุขอันยั่งยืนและความกล้าหาญในการเผชิญความเจ็บป่วยและสิ่งท้าทายอื่นๆ ในชีวิต กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อทดแทนพระคุณของแม่และเพื่อขอพรในการบำบัดรักษา

บริจาคร่วมกิจกรรมตามกำลังศรัทธา

วันเสาร์ที่ 24-วันอังคารที่ 27 สค : การแพทย์ทิเบตกับการมีสุขภาพดี การตรวจรักษาโดยคุณหมอเซดอร์ ญารงชา สถาบันการแพทย์ญารงชา นครลาซา ทิเบต (อยู่ในระหว่างประสานงาน ค่าตรวจวินิจฉัย 400 บาท ไม่รวมค่ายา)

วันเสาร์ที่ 14 กย : ภาวนาพระคุรุปัทมสัมภวะในวันสำคัญของพระองค์ เรียนรู้วิถีการปฏิบัติ การประสานจิตกับพระองค์และการฝึกจิตแบบซกเช็น

บริจาคร่วมกิจกรรมตามกำลังศรัทธา

หมายเหตุ :

1.กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม กรุณาตามข่าวที่หน้าแฟนเพจของมูลนิธิพันดารา หรือสอบถามข้อมูลที่ 1000tara@gmail.com

2. รายละเอียดแต่ละกิจกรรมจะมีโปสเตอร์ออกมา ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Impression from Tonglen Practice 11-13 May 2013

จากใจผู้ปฏิบัติคอร์สทงเลนเพื่อละอัตตา 11-13 พคที่ผ่านมา สรุปเนื้อหาจากการอบรมและแบ่งปันประสบการณ์ภาวนาได้อย่างน่าประทับใจมากค่ะ
________________

945876_452717088145424_238692086_n
3 วัน ระหว่างฉันกับทงเลน

ดังพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งหลายทรงเจริญโพธิจิต
ด้วยผลบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำในสามกาล
ข้าพเจ้าขอเจริญโพธิจิต
เพื่อสรรพสัตว์ทั้งหลายได้เข้าถึงพระสัมมาสัมโพธิญาณ

บทเจริญโพธิจิต บทสวดมนตร์แรกที่ผมได้สาธยายในการเข้าร่วมภาวนาทงเลนเพื่อการละอัตตาของมูลนิธิพันดาราในครั้งนี้ โพธิจิตหรือจิตที่ปรารถนาจะยังประโยชน์เพื่อสรรพสัตว์ ผมรู้สึกว่าเป็นจิตที่ยิ่งใหญ่และไกลตัวจัง เราเป็นแค่ปุถุชนคนแสนธรรมดาจะมีได้เหรอ และถ้าไม่มีโพธิจิต ผมจะยังปฏิบัติเพื่อบรรลุธรรมได้หรือไม่

เพียงแค่คิดในใจนิดเดียว อาจารย์กฤษดาวรรณ คุรุทางธรรมของผม และท่านยังเป็นครูผู้นำภาวนา ก็เหมือนจะรู้ทุกอย่าง เพราะครูได้กล่าวต่อมาในทันทีว่า โพธิจิตเปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสิ่งที่จะโตและงอกเงยขึ้นไป ถ้าไม่มีเมล็ดพันธุ์แล้ว แม้ว่าดิน น้ำ หรืออากาศ จะพร้อมสักแค่ไหน ก็ไม่สามารถที่จะปรากฏดอกผลออกมาได้ สรุปว่าถ้าไม่มีโพธิจิตแล้ว คงจะปฏิบัติธรรมไม่รุ่งเป็นแน่

เราทุกคนมีโพธิจิตอยู่แล้ว เพียงแต่บางครั้งอาจถูกบดบังด้วยกิเลสตัณหานานาชนิด จนเราไม่เคยเห็นจิตเดิมแท้ของตัวเองที่กระจ่างใส ครูกล่าวอย่างให้กำลังใจตามมา แต่ผมยังคงคิดว่าโพธิจิตของตัวเอง คงซุกซ่อนได้อย่างเงียบเชียบที่สุด ผมจึงแทบจะมองไม่เห็นแม้แต่เงา

ครูเห็นท่าว่าผู้ร่วมภาวนาจะเริ่มถอดใจจากแค่การบำเพ็ญโพธิจิตในบทเรียนแรก จึงลองให้ทุกคนได้ทบทวนตนเองถึงวันเวลาที่ผ่านมา ว่ามีสิ่งใดบ้างที่เราเคยได้ทำให้กับผู้อื่นด้วยใจจริง แล้วจึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน จากกิจกรรมเพียงเท่านี้ได้ก่อร่างสร้างความปีติเล็กๆให้กับทุกคน เพราะต่างได้เรียนรู้ว่า มนุษย์เป็นผู้ที่มีความรัก เมตตา และกรุณา ซ่อนอยู่แล้วในจิตใจทั้งสิ้น และพร้อมที่จะเปิดเผยตัวตนเสมอเมื่ออยู่ในวาระอันเหมาะสม คุณสมบัตินี้มีอยู่ในมนุษย์ทุกคน รวมทั้งตัวของผมเองด้วย

ต่อมาจึงเข้าสู่การเรียนรู้เรื่องภาวนาทงเลน คำว่า “ทงเลน” เป็นภาษาทิเบต มาจากศัพท์ 2 คำ คือ คำว่า “ทง” แปลว่าส่ง ซึ่งหมายถึง การส่งความรัก การให้ด้วยความรัก ไม่ใช่การให้ที่เป็นแบบให้ไปงั้นๆหรือให้แบบไม่เต็มใจ น่าจะประมาณคำว่าเมตตาที่เรารู้จักกันดี (แต่ทำกันได้บ้าง ไม่ได้บ้าง) ส่วนคำว่า “เลน” แปลว่าเอามา คือการเอาความทุกข์ของผู้อื่นเข้ามา เอาความทุกข์กายทุกข์ใจทั้งหลายของสรรพสัตว์น้อมเข้ามาใส่ตัวเราเอง โห! ฟังแล้วอึ้งเลย การให้ว่ายากแล้ว แต่ที่จะเอาเข้ามานี่สิ ยากซะยิ่งกว่า แค่ให้อย่างเดียวยังไม่พอเหรอ ไม่เอาได้มั้ย ยังคิดไม่ทันจบ ครูผู้รู้ความคิดของผม (อีกแล้ว) ได้กล่าวต่ออย่างทันควันว่า เราทุกคนจะมีความสุขไม่ได้เลย ถ้ายังมีความทุกข์อยู่ในตัว ดังนั้น ถ้าเราไม่ช่วยแบ่งเบาความทุกข์ของเขาออกมา จะให้เท่าไรก็ไม่สามารถที่จะทำให้เขามีความสุขได้ ซึ่งสิ่งนี้แหละที่ชาวพุทธเรียกกันว่า กรุณา ฟังแล้วก็เข้าใจนะครับ แต่จะทำได้หรือไม่ได้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับครู

หลังการเรียนรู้ภาคทฤษฎีผ่านพ้นไปก็มาถึงเวลาแห่งการปฏิบัติ การฝึกขัดเกลาจิตใจของเราให้มีความรัก เมตตา และกรุณา เพื่อให้เข้าถึงการละตัวตนในที่สุด ครูให้เริ่มคิดถึงคนที่เรารักก่อน หายใจเข้า น้อมนำความทุกข์และเหตุแห่งทุกข์เข้ามาใส่ตัว หายใจออก นำความสุขและสาเหตุแห่งสุขมาให้ ผมเริ่มต้นจากการคิดถึงแม่เป็นคนแรก ผมสามารถทำได้อย่างสนิทใจเลยที่จะมอบความสุขทั้งปวงบนโลกใบนี้ให้แม่ และพร้อมที่ยอมรับความทุกข์ทั้งหมดทั้งสิ้นเข้ามาใส่ตัว จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไปคิดถึงคนอื่นๆที่เรารัก ผมคิดว่าโพธิจิตของผมน่าจะเริ่มแสดงตนออกมาบ้างแล้ว

ต่อมาครูให้คิดถึงคนที่เรามีความขัดแย้ง หายใจออก นำความสุขและสาเหตุแห่งสุขมาให้ ผมรู้สึกว่าลมหายใจไม่ค่อยราบเรียบเหมือนเดิม หายใจเข้า น้อมนำความทุกข์และเหตุแห่งทุกข์เข้ามาใส่ตัว ผมหายใจเข้ามาครึ่งลมหายใจแล้ว ทันใดนั้นลมหายใจก็ชะงักลงอย่างทันที ผมตกใจกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เอ๊ะ นี่ใจของผมแคบขนาดนี้เลยหรือเนี่ย โพธิจิตเมื่อกี้นี้หายไปไหนกันหมด

ตลอด 3 วันที่เรียนรู้ ภาวนา และฝึกสมาธิทงเลน ผมได้รู้จักจิตใจของตนเองเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ได้เรียนรู้ถึงความคับแคบและความไพศาลของจิตไปพร้อมๆกัน ได้รู้ว่าความรักและความเห็นแก่ตัวของผมเองนั้นมันมากซะเหลือเกิน ส่วนความรักที่มีต่อผู้อื่นทำไมถึงน้อยนิดเช่นนี้ แถมบางครั้งยังงงด้วยซ้ำว่าทำไมผมต้องรักสรรพสัตว์ที่ไม่เคยรู้จักด้วย

วันเวลาผ่านไป พร้อมความเข้าใจที่ผ่านเข้ามา ผมได้รู้แล้วว่าเพราะโพธิจิตนี่เอง ที่อยู่เบื้องหลังและเป็นพลังทั้งหมดของการทำทงเลน เพราะโพธิจิต จึงทำให้เรามีความรักความเมตตาที่ปราศจากเงื่อนไขทั้งปวง เพราะโพธิจิต จึงทำให้เรากรุณามากพอที่จะยอมแบกรับความทุกข์ทั้งปวงด้วยใจที่กล้าหาญ และเพราะโพธิจิต จึงทำให้เรามีปณิธานที่แน่วแน่ในการที่จะยังประโยชน์เพื่อผู้อื่นอย่างไม่สั่นคลอน

การมอบความสุขหรือการน้อมนำความทุกข์เข้ามาใส่ตัวนั้น ผมว่าจะง่ายขึ้นมากเมื่อเรามีความรักเป็นตัวเชื่อม และความรักนั้นจะบังเกิดขึ้นได้ จากการที่เราสำนึกได้ว่าเราทั้งหมดล้วนแต่เคยมีความสัมพันธ์กันมาก่อน เขาอาจจะเคยเป็นแม่ของเราในชาติใดชาติหนึ่งก็ได้ แม่ในชาตินี้รักเราอย่างไร แม่ในทุกๆชาติก็รักเราอย่างนั้น และเรารักแม่ในชาตินี้อย่างไร เราก็รักแม่ในทุกๆชาติอย่างนั้น เราและสรรพสัตว์ทั้งปวงต่างเคยเกิดมาเป็นแม่ลูกกัน ต่างเคยรักกันมาก่อน หากเรารักแม่ในชาตินี้มาก จะเป็นไปได้มั้ยที่เราจะเผื่อแผ่ความรักนั้นไปให้กับแม่ในชาติก่อนๆบ้าง ผมคงไม่ต้องหาเหตุผลแล้วว่าทำไมเราต้องรักสรรพสัตว์ที่ไม่เคยรู้จักด้วย เพราะตอนนี้ผมเริ่มรักพวกเขาเข้าแล้ว

ชั่วโมงท้ายของการภาวนา การใช้ลมหายใจเพื่อผู้อื่น เริ่มจากบุคคลที่เรารัก สรรพสัตว์ และผู้ที่เรามีความขัดแย้ง ครั้งนี้ลมหายใจของผมมีแต่ความเบิกบาน พร้อมที่จะมอบความรักและน้อมรับความทุกข์จากสรรพชีวิต รวมถึงผู้ที่ครั้งหนึ่งผมเคยรู้สึกว่าเขาเป็นศัตรู แวบหนึ่งที่ผมแอบคิดว่าเขาจะได้รับความสุขมากมายที่ผมส่งมาให้มั้ยนะ และความทุกข์ของเขาจะบางเบาลงจนหมดสิ้นไปหรือยัง แวบนั้น จิตใจของผมเองต่างหากที่ได้รับความสุขและจางคลายจากความทุกข์ทั้งปวง ใจของผมได้รับการเยียวยาจนไม่เหลือความเกลียดชังอีกแล้ว ผมเข้าใจอย่างแท้จริงเลยว่า โพธิจิต ทงเลน หรือการทำเพื่อผู้อื่นนั้น มีพลานุภาพที่จะนำศานติมาสู่โลกได้อย่างมากมายเพียงใด และผมยังได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งในคำสอนของครูที่ว่า ให้ทำเพื่อผู้อื่นจนไม่คิดถึงตนเอง เพราะวันใดที่ไม่มีตัวเอง วันนั้นคือการบรรลุธรรม
ด้วยสภาวะแห่งพระรัตนตรัยและความเป็นธรรมดา

ไม่ว่าสรรพสัตว์จะทุกข์สุขเพียงไร
ขอให้ข้าพเจ้าได้ร่วมทุกข์และสุขนั้น

ภิญโญ ศรีวีระชัย.

มูลนิธิขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรมวิสาขปฏิบัติบูชา ภาวนาทงเลนเพื่อการละอัตตา ระหว่างวันที่ 11-13 พฤษภาคม 2556 ที่ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน คอร์สภาวนานี้เป็นกิจกรรมพิเศษที่เน้นการทำสมาธิเพื่อให้เราสามารถถ่ายโอนความรักและความสุขให้แก่ผู้อื่น การปฏิบัติอาศัยการตั้งจิตที่ยิ่งใหญ่ซึ่งจะทำให้เราสามารถเผชิญความเจ็บป่วยของทั้งตนเองและผู้อื่นได้อย่างกล้าหาญและเบิกบาน
600744_446210045462795_1112593532_n
The Foundation is delighted to announce a Vesak retreat on Tonglen practice, 11-13 May 2013 at Kundrol Ling (Khadiravana Center), Hua-Hin. After coming back from Kailash pilgrimage we will hold more activities both in Bangkok and Hua-hin.