1000 Stars Activites in August 2013

เรียน สมาชิกมูลนิธิพันดาราและกัลยาณมิตรทุกท่าน
ทางมูลนิธิมีข่าวประชาสัมพันธ์และแจ้งให้ทราบดังนี้ค่ะ
1. มูลนิธิจะจัดคอร์สเตรียมตัวตายอย่างมีสติ ตอน การแตกสลายของธาตุและเตรียมจิตสำหรับวาระสุดท้าย ระหว่างวันที่ 16-18 สิงหาคมณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน ขอเชิญผู้สนใจร่วมภาวนาและเรียนรู้ คอร์สนี้จะปูพื้นให้เราได้เข้าใจเนื้อหาในคัมภีร์มรณศาสตร์ของทิเบต เรียนรู้เทคนิควิธีการภาวนารวมทั้งการตั้งทัศนคติ เพื่อการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างงดงาม รู้เท่าทัน และเพื่อการจากไปอย่างมีสติ คอร์สนี้เป็นพื้นฐานของคอร์สเตรียมตัวตายในระดับต่อไป รายละเอียดของคอร์ส โปรดดูในโปสเตอร์ที่แนบ ขณะนี้รับผู้สนใจเพิ่มได้อีก 10-15 คนค่ะ
2. คอร์สภาวนาเมตตาภาวนาแบบทิเบต “พระมหามารดาเชรับ ชัมมา” เพื่อฉลองวันแม่ 12 สิงหาคม เลื่อนไปเป็นวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม ที่บ้านมูลนิธิพันดารา ลาดพร้าว ซอย 11 ระหว่างเวลา 09.00-15.00 น. ทางมูลนิธิมีอาหารกลางวันและอาหารว่างบริการ ผู้สนใจสามารถบริจาคร่วมกิจกรรมตามศรัทธา
3. ขอเชิญผู้สนใจรับการบำบัดรักษาจากคุณหมอเซดอร์ ญารงชา จากสถาบันการแพทย์ญารงชา ทิเบต ระหว่างวันที่ 24-27 สิงหาคม ค่าลงทะเบียนท่านละ 400 บาท ไม่รวมค่ายาซึ่งเป็นสมุนไพรจากที่ราบสูงทิเบต
4. มูลนิธิมีความยินดีที่จะเรียนให้ทราบว่า องค์พระแม่ตารา หน้าตัก 5 นิ้ว รูปหล่อทองเหลือง ปิดทองโดยฝีมือสว.รสนา โตสิตระกูล ขณะนี้สามารถให้เช่าบูชาได้แล้ว ตามรายละเอียดที่แนบ
สอบถาม/ลงทะเบียน 1000tara@gmail.com โทร 0878299387; 0833008119
ด้วยความปรารถนาดี
รศ. ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์
ประธานมูลนิธิพันดารา
***
Dear all,
The Foundation is holding a few activities in August as well as have invited Dr. Tsedor Nyarongsha to come back to Thailand to give medical advice and treatment to patients.
1. Death with Mindfulness: “Dissolution of the Elements and Preparing the Mind for the Final Moment” August 16-18 at Khadiravana Center,  Hua-hin. The course focuses on background knowledge which helps us understand the Tibetan Book of the Dead as well as meditation techniques and preparing us for a meaningful life. This course is an introductory course for more advanced sessions on mindfulness of death.
2. Meditation on “The Great Mother Sherab Chamma”. Foundation House on Ladprao Road, Bangkok.  August 31 from 9 am to 3 pm. We will provide lunch and breaks. Donations are accepted.
3. Dr. Tsedor Nyerongsha from the Nyerongsha Medical Institute, Lhasa, will come to Thailand again to see Thai patients from August 24 – 27. Registration fees is 400 Baht, not including the cost of herbal medicine from the Tibetan Plateau.
We are pleased to inform you that Green Tara images gilded by Senator Rosana Tositrakul are now available. Interested persons, please contact us at 1000tara@gmail.com. The proceeds support the Kundrol Great Stupa project.
Sincerely,
Dr. Krisadawan Hongladarom
Foundation President
Advertisements

Tibetan Medicine and Nature

Excerpt from an interview with Dr. Tsedor Nyarongsha on the relationship between Tibetan medicine and nature.


Tibetan medicine has been transmitted for more than 2000 years. Before 1950 the Tibetans knew very little about the outside world. Their way of life and healing were tied with nature. The medicine they use is home remedy made of herbs which grow naturally on the Tibetan plateau. Not only that these medicinal herbs are natural but the way they are picked also reflect the care for nature.

ทำไมถึงกล่าวว่าการแพทย์ทิเบตสัมพันธ์กับธรรมชาติ

1. การแพทย์ทิเบตเป็นองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดมามากกว่าสองพันปี ก่อนปี 1950 ชาวทิเบตใช้ชีวิตรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโลกภายนอกน้อยมาก พวกเขาผูกพันกับธรรมชาติและใช้ธรรมชาติในการบำบัดรักษา
2. ยาปัจจุบันแม้แต่ยาจีนรักษาเฉพาะที่ ยาทิเบตเป็นยาที่เน้นสมุนไพร ซึ่งเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว โยงกับธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศ มีแต่สรรพคุณ ไม่มีโทษ แต่ยาปัจจุบันใช้สารเคมีซึ่งทำให้ร่างกายมีปัญหา
3. ต้นกำเนิดของสมุนไพรเหล่านั้นเป็นที่บริสุทธิ์ ภูเขาสูง มีสิ่งแวดล้อมที่สะอาด จึงไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ
4. ในขณะเก็บสมุนไพร ชาวทิเบตจะระมัดระวังมาก ไม่ขุดอย่างถอนรากถอนโคลน เอาแต่ตัวยาจริงๆ จึงเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติไปในตัว เช่น สมุนไพรบางอย่างเมื่อเก็บมาแล้วต้องตากในที่ร่ม เพราะอานุภาพจากแสงอาทิตย์จะเปลี่ยนสรรพคุณของยา
5. ในการตรวจรักษาคนไข้ หมอต้องดูด้วยว่าคนไข้เป็นแบบใด ธาตุของเขาเป็นอะไร การดูธาตุก็เป็นความสัมพันธ์กับธรรมชาติเหมือนกัน การแพทย์ตะวันตกปฏิบัติต่อคนไข้ทุกคนเหมือนกันหมด แต่การแพทย์ทิเบตให้ความสำคัญต่อคนไข้แต่ละคน เช่น คนไข้มะเร็งคนหนึ่งปวดศรีษะ ไม่สามารถให้ยาแก้ปวดได้มาก เพราะต้องระวังว่าจะทำให้ร่างกายมีลมมากเกินไป

Seminar on Tibetan Medicine

กิจกรรมพิเศษเกี่ยวกับการแพทย์ทิเบต

เสาร์หน้า (26 มีค, 9.30-12 น. บ้านมูลนิธิพันดารา)


ขอเชิญผู้สนใจร่วมเสวนา “เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการแพทย์ทิเบต” นำเสวนาโดยรศ.ดร.กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ และนพ. เซดอร์ ญารงชา จากสถาบันการแพทย์ที่เก่าแก่แห่งนครลาซา ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็ง โรคภูมิแพ้ ด้วยสมุนไพรทิเบต วิธีการบำบัดรักษา การแพทย์ทิเบตกับพระพุทธศาสนา เรื่องของธาตุที่มีผลต่อบุคลิก อารมณ์ และอาหาร ฯลฯ เสวนาแบบเป็นกันเองพร้อมจิบชาทิเบต ลงทะเบียนที่ 1000tara@gmail.com

Seminar on Tibetan Medicine

การแพทย์ทิเบตเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าผู้มีพระนามว่า “ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา” พระพุทธเจ้าองค์สีน้ำเงินผู้ทรงถือบาตรอโรคยา  คำสอนนี้มีความกรุณาเป็นตัวขับเคลื่อน คนไข้คือพ่อแม่ในอดีตชาติ ยาคือโอสถทิพย์ที่จะทำให้คนไข้พ้นทุกข์ ด้วยเหตุนี้ ยาจึงต้องบริสุทธิ์ ปราศจากสารเคมี ประกอบด้วยสมุนไพรที่ผ่านขั้นตอนการเก็บตามคัมภีร์ทุกประการเพื่อให้คงความบริสุทธิ์ให้ได้มากที่สุด…กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์

มูลนิธิพันดาราขอเชิญผู้สนใจร่วมเสวนา “เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการแพทย์ทิเบต”

สถานที่ : บ้านมูลนิธิพันดารา ลาดพร้าว ซอย 11

วันเวลา : วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม 2554 เวลา 9.30-12 น.

วิทยากร:

นพ. เซดอร์ ญารงชา จากสถาบันการแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของนครลาซา (บรรยายทิเบต แปลไทย)

รศ. ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพุทธวัชรยานและทิเบตศึกษา

หัวข้อเสวนา :

การแพทย์ทิเบตกับการบำบัดรักษา ความรู้เรื่องธาตุ อาหารกับการป้องกันโรค และการแพทย์กับหลักธรรมในพระพุทธศาสนา

รูปแบบกิจกรรม :

เสวนาอย่างไม่เป็นกันเอง มีชาและอาหารทิเบตเพื่อสุขภาพบริการ

ลงทะเบียน :

ไม่เก็บค่าลงทะเบียน กรุณาแจ้งชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมภายในวันที่ 20 มีนาคม

สอบถาม/ลงทะเบียนกิจกรรมได้ที่ 1000tara@gmail.com โทร 084 5355 433; 087 8299 387

อีกทางเลือกหนึ่งของการบำบัดรักษา

การแพทย์ทิเบตเป็นภูมิปัญญาตะวันออกที่มีอายุเก่าแก่นับพันปี ภูมิปัญญานี้สืบสายมาจากพระพุทธเจ้าไภษัชยคุรุ หรือพระพุทธเจ้าการแพทย์ (Medicine Buddha) ผู้ตั้งปณิธานที่จะดำรงอยู่ในสังสารวัฏเพื่อบำบัดทุกข์จากโรคภัยไข้เจ็บของสัตว์โลก

ทุกข์ที่มีรากเหง้าจากอวิชชาเป็นต้นเหตุของโรคทั้งหลายซึ่งทางฝ่ายทิเบตแบ่งออกเป็นสามประเภทใหญ่ๆ คือ โรคที่เกี่ยวเนื่องจากการเสียสมดุลย์ของลุง หรือ ลม โรคที่เกี่ยวเนื่องจากการเสียสมดุลย์ของทริปะ โยงกับธาตุไฟ และโรคที่เกี่ยวเนื่องจากการเสียสมดุลย์ของเผแกน โยงกันธาตุน้ำ

เมื่อกระบวนการลุง ทริปะ หรือ เผแกน เสียสมดุลย์ เราจะเกิดอาการป่วย (เช่น คลื่นใส้ รับประทานอาหารไม่ลง เวียนศรีษะ หน้ามืด อาการแพ้ต่างๆ ฯลฯ) การบำบัดรักษาแบบทิเบตเน้นให้กระบวนการเหล่านี้กลับสู่ปกติ โดยไม่ใช้การผ่าตัด ฉายรังสี หรือสารเคมี  การบำบัดเน้นวิธีทางธรรมชาติควบคู่กับการทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว เบิกบาน บำเพ็ญบุญกุศล เดินรอบสถูปวิหาร สวดมนตร์ภาวนา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ไม่นอนดึก ไม่อยู่ในที่แออัด ไม่รับประทานอาหารต้องห้าม ซึ่งแต่ละธาตุจะกำหนดไว้ไม่เหมือนกัน ยาที่ใช้รักษาเป็นสมุนไพรบนภูเขาสูงที่มักจะปั้นด้วยมือ โดยชาวทิเบตเชื่อว่ายาคือพรของพระพุทธเจ้า

การรักษาเริ่มด้วยการซักถามอาการ การตรวจชีพจร การตรวจดูลักษณะของปัสสาวะ การตรวจดูลักษณะของลิ้น (ในบางกรณี) หากกระบวนการข้างต้นไม่เสียสมดุลย์มาก ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยา แต่เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ถ้าเคยชอบรับประทานกาแฟเข้มๆ หรืออาหารรสจัด ก็อาจจะต้องงด เป็นต้น

ด้วยเห็นความสำคัญของวิถีแห่งการแพทย์ทิเบตในการบำบัดทุกข์จากการเจ็บป่วย ทางมูลนิธิพันดาราจึงได้เชิญคุณหมอเซดอร์ ญารงชา จากสถาบันการแพทย์ที่ลาซามาตรวจรักษาโรคและให้คำปรึกษาด้านสุขภาพแก่ผู้สนใจในประเทศไทยทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549

เพื่อให้คนไข้มั่นใจว่าจะมีหมอมาดูแลอย่างสม่ำเสมอ คุณหมอเซดอร์จึงได้เดินทางมาประเทศไทยทุกๆสามเดือนและได้มอบหมายให้อาจารย์เยินเต็นทำหน้าที่เป็นผู้จ่ายยาในระหว่างที่คุณหมออยู่ทิเบตโดยมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด

สำหรับเร็วๆนี้ ทางคุณหมอจะมาให้การตรวจรักษาระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม ณ บ้านมูลนิธิ เวลา 9.00-18.00 น. ผู้สนใจกรุณานัดหมายล่างหน้าและนำตัวอย่างปัสสาวะของเช้าวันตรวจมาด้วย ผู้เข้ารับการตรวจควรงดยาทุกชนิดในตอนเย็นของวันก่อนมาตรวจ

ผู้สนใจจองเวลากรุณาติดต่อ 1000tara@gmail.com
หรือ โทรนัดวันเวลาที่หมายเลข 0806100770