สวดมนต์ข้ามปีแบบทิเบต

มูลนิธิพันดาราขอเชิญกัลยาณมิตรร่วมสวดมนต์ข้ามปีแบบทิเบต ณ ศูนย์ขทิรวัน มูลนิธิพันดารา หัวหิน ด้วยการสวดพระนามพระพุทธเจ้าพันองค์ในคืนวันส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ด้วยการทำสมาธิภาวนาและถวายกำยานหอมแด่พระผู้ปกป้องพระธรรม

กำหนดการ
31 ธค 59 (เริ่มเวลา 20.00 น.)
– กราบอัษฎางคประดิษฐ์ เพื่อนอบน้อมต่อพระรัตนตรัยและสลายอกุศลกรรมทางกาย วาจา ใจในปีที่ผ่านมา
– สวดพระนามพระพุทธเจ้าพันองค์ (มีคู่มือสวดที่แปลเป็นภาษาไทย) การสวดพระนามนำมาซึ่งสิริมงคลในชีวิต และเป็นอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ที่เราจะทำให้บุพการีและญาติมิตรที่จากไป
ในระหว่างพัก ขอเชิญรับประทานอาหารว่าง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนความอุดมสมบูรณ์
– ในวินาทีเปลี่ยนผ่านปี จะมีการเป่าแตร ตั้งจิตถวายเสียงดนตรีต้อนรับปีระกา ธาตุไฟ 2560 ถวายมันดาลา สวดบทอธิษฐานอันประเสริฐ
1 มค 60 (06.45-09.00 น.)
– ทำสมาธิ ถวายกำยานหอม
– ถวายดวงประทีปพันดวง
– ร่วมสวดถวายซก (เครื่องบูชาทั้งนอก ใน และลึกล้ำ) แด่พระคุรุริมโปเชและพระฑากินี
ก่อนจบกิจกรรม ขอเชิญสักการะองค์พระซัมปาลา สวดภาวนาให้เกิดความรุ่งเรืองในชีวิต และรับประทานอาหารเช้าก่อนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
ทางมูลนิธิมีความยินดีต้อนรับกัลยาณมิตรที่ไม่เคยฝึกปฏิบัติแบบทิเบตแต่มีความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม
สำหรับกิจกรรมนี้ไม่เก็บค่าลงทะเบียน ท่านสามารถร่วมบุญตามจิตศรัทธา
เพื่อความสะดวกในการเดินทาง ท่านสามารถมาถึงศูนย์ฯ ได้ตั้งแต่ช่วงกลางวันของวันที่ 31 และอยู่ต่อจนถึงช่วงบ่ายของวันปีใหม่ ศิษย์จากคอร์สภาวนาที่สนใจอยู่ปฏิบัติธรรมต่อในช่วงวันหยุดสามารถทำได้เช่นกัน
กรุณาแจ้งความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ 1000tara@gmail.com

Advertisements

Upcoming Event

We are pleased to announce that the 8th Great Offerings Day for Compassion and Happiness is coming back this year. It will be held on October 23, 2016, 9.30-15.00 hrs. at Kundrol Ling.

IMG_7015-3
This picture depicts 10,000 flower and incense offerings.

There will be 50,000 offerings for Buddhas and Bodhisattvas of the ten directions at the Great Stupa site. The offerings will be followed by a long life empowerment.
The event is chaired by Chimed Lingpa, who is the 3th Sang Ngag Lingpa and son of Kundrol Mongyal Lhasey Rinpoche. We are delighted to have Rinpoche as well as his sister Chimed Rigzin and mother Khandro Dechen Wangmo (Lhasey Rinpoche’s sangyum) back to Thailand.
All is welcome. More detail will be announced soon.

Semtri: Understanding the Nature of Mind

“เซ็มทรี หนทางสู่มหาสุขแห่งจิตเดิมแท้”
วันศุกร์ที่ 9 – วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2559 ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน
= เซ็มทรี คืออะไร =
เป็นชื่อคอร์สภาวนาของมูลนิธิพันดารา ว่าด้วยการทำความเข้าใจจิตจากมุมมองของซกเช็น โดยคำว่า “เซ็ม” แปลว่า จิต และ “ทรี” แปลว่า นำพา ซึ่งในที่นี้หมายถึงคำสอนนำพาเราไปสู่การทำความเข้าใจจิต ผู้ฝึกฝนจะได้รับการเปิดใจให้ได้รู้จักธรรมชาติของจิตและตัวตนที่แท้ผ่านมุมมองและเทคนิควิธีต่างๆ ซึ่งอาจารย์ผู้นำภาวนา (อ.กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล และอ.มิว เยินเต็น) ได้รับการถ่ายทอดจากคุรุอาจารย์ทิเบต
= ทำไมเราจึงต้องรู้จักจิตที่แท้ =
เพราะเราใช้ชีวิตอยู่กับการปรุงแต่งจิต เผลอตามความคิดและสิ่งที่มากระทบอายตนะในแต่ละขณะ สร้างเงื่อนไขและกฎกติกามากมาย จนทำให้ขาดความเชื่อมโยงกับจิตที่แท้ซึ่งเปี่ยมด้วยสันติสุข เราจึงกลายเป็นผู้กระเสือกกระสน เหน็ดเหนื่อยกับการใคว่ขว้า แปลกแยกจากจิตเดิมแท้ของตนเอง หลงยึดภาพลวงตาที่ตัวเองเป็นผู้สร้าง และในยามที่เราเจ็บป่วยหรือประสบวิกฤติในชีวิต เราไม่สามารถปล่อยให้จิตดำรงอยู่ในสภาวะที่เป็นธรรมชาติได้ ซึ่งมีผลให้ยิ่งประสบทุกขเวทนา
= ธรรมชาติที่แท้ของจิตเป็นอย่างไร =
จิตมีคุณสมบัติโดยธรรมชาติเป็นความว่าง ซึ่งในมรรควิถีแห่งพระสูตรเรียกว่า ศูนยตา แต่ในซกเช็น จะอธิบายความว่างในมุมมองที่เกี่ยวข้องกับท้องฟ้า อวกาศ และความไพศาล ไม่มีความว่างที่ว่างเปล่า แต่เป็นความว่างที่เป็นความกว้างใหญ่และสมบูรณ์ดุจดังท้องฟ้าที่ไร้ขอบเขต จิตที่แท้กว้างใหญ่ สมบูรณ์ และบริบูรณ์ ไม่มีคุณสมบัติใดที่ขาดหายไปในจิตเดิมแท้ นอกจากความว่าง จิตที่แท้มีคุณสมบัติเป็นความกระจ่างชัดใส
= ความกระจ่างชัดใสแห่งจิต คืออะไร =
ความกระจ่างชัดใสแห่งจิตปราฏในสิ่งที่เรียกว่า “ริกปะ” ซึ่งเป็นตัวตื่นรู้หรือสภาวะตื่นรู้ในปัจจุบันขณะ ไม่ว่าจะเป็นในยามที่จิตสงบนิ่งหรือมีความคิดปรากฏขึ้น ตัวตื่นรู้นี้ดำรงอยู่อย่างเฉียบคมและชัดแจ้ง การดำรงอยู่ของตัวตื่นรู้เป็นสภาวะโดยธรรมชาติที่ไม่สามารถกล่าวออกมาเป็นถ้อยคำ อธิบายหรือพรรณนาได้ อย่างไรก็ตาม สภาวะนี้กระจ่างชัดใสแต่ว่าง ว่างเพราะเราไม่พบเจออะไรในสภาวะนี้ ความกระจ่างชัดใสและความว่างจึงไม่สามารถแยกจากกัน
= เราจะเข้าถึงมหาสันติแห่งจิตเดิมแท้ได้อย่างไร =
ด้วยการทำความเข้าใจมุมมองแห่งจิตและสมาธิ ฝึกฝนวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้มุมมองดังกล่าวประจักษ์ขึ้น การปฏิบัตินี้จะไร้ความหมายหากผู้ภาวนาจะศึกษาเพียงทฤษฎีแล้วไม่ปฏิบัติ เพราะคำว่า “มหาสันติ” อาศัยการฝึกฝนจนวันหนึ่งเราจะไม่ต้องฝึกฝนแล้ว ในวันนั้นเราจะค้นพบและประจักษ์แจ้งสภาวะนี้ที่เรามีอยู่แล้ว
= คุณสมบัติของผู้เข้าอบรมในคอร์สนี้คืออะไร =
ขอเพียงมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติ เปิดใจต่อคำสอน มีความปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ แม้ไม่มีพื้นฐานในการปฏิบัติวัชรยานหรือยังไม่เคยเข้าร่วมอบรมกับทางมูลนิธิพันดารา ก็สามารถเข้าร่วมภาวนาได้ และมีเวลาที่จะเข้ารับการอบรม/ภาวนาตลอดเวลา 3 วัน
= วิธีการสมัคร =
สมัครหรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับคอร์สได้ที่ 1000tara@gmail.com

Casting Guru Rinpoche

When we cast a statue, we should make it as most beautiful as we can. The statue is supposed to remain after we die. It will inspire others to do good deeds, to be their source of hope in time of suffering, and to remind them of Buddha nature and quality hidden in all of us.

Very soon we will start on our project of casting a Guru Rinpoche image for the Great Stupa.

Photo: Zangdok Palri: The Lotus Light Palace of Guru Rinpoche

Gift Offerings for the Great Stupa

1235428_506040506146415_264928905_n

บ่ายวันหนึ่ง บุรุษไปรษณีย์นำพัสดุชิ้นหนึ่งมาส่งให้ที่บ้านมูลนิธิ กล่องระบุว่าของส่งมาจากแม่ฮ่องสอน เมื่อเปิดดูเป็นผ้าพันคอจากอินเดียหลายผืน วันแล้ววันเล่า ผู้คนทะยอยกันส่งของต่างๆ มาให้ ไม่ว่าจะเป็น พวงกุญแจ กระจก โคมไฟ ผ้าปูโต๊ะ ผ้าคลุมไหล่ ตุ๊กตา กระเป๋าใบเล็กใบน้อย กระเป๋าแบรนด์เนมจากต่างประเทศ ตลอดจนของที่ระลึกและของใช้ต่างๆ ที่ผู้ให้ขอมอบให้มูลนิธิเพื่อร่วมสร้างพระมหาสถูปด้วยกัน

บางคนอาจคิดว่า ของเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้จะสร้างพระมหาสถูปที่ยิ่งใหญ่อลังการได้อย่างไร คุณค่าของสิ่งของที่มอบให้กลับอยู่ที่น้ำใจ พระมหาสถูปไม่ได้เพียงสร้างด้วยทุนทรัพย์ แต่ยังสร้างด้วยน้ำใจแห่งโพธิจิต แห่งความเอื้อเฟื้อและอนุโมทนายินดีที่ผู้คนในสังคมมอบให้แก่กัน นี่เองคือความหมายที่แท้ของโครงการของเรา เพื่อให้ผู้คนได้ละของที่หวงแหน ได้นำของทางโลกมาแปรเป็นของทางธรรม เรากำลังเปลี่ยนสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คือเปลี่ยนวัตถุที่จับต้องได้ ให้เป็นความรัก ศรัทธา และบุญกุศล

ขออนุโมทนากับทุกท่านที่ร่วมโครงการ ของบริจาคบางชิ้นเป็นเรื่องราวที่เราจะไม่มีวันลืม เช่น สร้อยทองจากคุณพ่อที่ล่วงลับที่ลูกขอนำมาร่วมบุญเพื่อให้ดวงจิตของคุณพ่อได้ร่วมสร้างพระมหาสถูปด้วย

ขอพลังรักเช่นนี้ดำรงอยู่ชั่วกาลนาน…มูลนิธิขอเป็นส่วนเล็กๆ ในการจรรโลงโลกนี้

กิจกรรม ของฉัน…ปันเป็นบุญ ครั้งที่ 2 จะจัดที่งานเสวนา/ภาวนา “ตารากับปณิธานพระโพธิสัตว์ร่วมสมัย” 22 กันยายนนี้ ห้องโถง อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผู้ใดสนใจบริจาคทางไปรษณีย์ ส่งของมาได้ที่ มูลนิธิพันดารา 695 ลาดพร้าว ซอย 11 จตุจักร กทม 10900

เช่าบูชาองค์พระตาราปิดทอง ฝีมือ สว. รสนา โตสิตระกูล เพื่อร่วมสร้างพระมหาสถูป

Project of guiding Tara images by Senator Rosana Tositrakul to raise funds for the Kundro Great Stupa.

524069_505941609489638_459163589_n

 

มูลนิธิพันดาราขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาสั่งจองรูปหล่อองค์พระโพธิสัตว์ตารา (๒๕,๐๐๐ บาท) ฝีมือช่างปั้นชาวเนปาลตามต้นแบบศิลปะทิเบต หล่อด้วยวัสดุทองเหลือง ขนาดหน้าตัก ๕ นิ้ว ทุกองค์ได้รับการบรรจุมวลสารและประกอบพิธีพุทธาภิเษกโดยพระอาจารย์ กุงกา ซังโป ริมโปเช และปิดทองโดยฝีมือ คุณรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญในโครงการก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป

ชาวพุทธทิเบตจะบูชาพระองค์ในฐานะพระโพธิสัตว์ฝ่ายหญิงผู้เปี่ยมด้วยความ กรุณาอันไม่สิ้นสุดแล้ว ผู้นำไปสู่การหลุดพ้น พระองค์คือบุคลาธิษฐานแห่งการมุ่งสู่การตรัสรู้ และเป็นผู้ประทานพร ขจัดอุปสรรคและความทุกข์ทั้งหลาย พระนามของพระองค์ยังหมายถึง “ดารา” หรือดวงดาว นั่นเพราะว่า ดวงดาวบนฟากฟ้าส่องแสงนำทางให้แก่สัตว์โลกอยู่เสมอแม้ในคืนที่มืดมิด

การสร้างพระศานติตารามหาสถูปนี้เพื่อให้เป็นมรดกทางธรรมแก่ประเทศไทยอันจะเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาและพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อยังประโยชน์แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างไม่มีประมาณดังพระปณิธานของพระโพธิสัตว์ตารา พระพุทธมารดาแห่งปัญญาและกรุณาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

โดยมูลนิธิจะนำรายได้ทั้งหมดสมทบทุน เฟส ๒ ของการก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป (ทำคาน คอดินและเทฐานคอนกรีตทั้งหมดของพระมหาสถูป) สำหรับผู้เป็นเจ้าภาพฐานรากใจกลางพระมหาสถูป ซึ่งมีอยู่ ๙ ต้น ทำบุญฐานละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ทางมูลนิธิมี ความยินดีมอบองค์พระแม่ตาราปิดทองนี้ให้เป็นของที่ระลึกมงคล เพื่อแทนการแสดงมุทิตาจิตจากมูลนิธิ และชื่อของเจ้าภาพจะได้รับการสลักไว้ที่แท่นหินด้านหน้าองค์พระมหาสถูป

ผู้สนใจร่วมทำบุญ กรุณาโอนเงิน : ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ชื่อบัญชีมูลนิธิพันดารา ประเภทออมทรัพย์ เลขที่ 924-0-05512-0 สั่งจองและส่งหลักฐานโอนเงิน : Email 1000tara@gmail.com โทรสาร 025114112 มือถือ 087 829 9387, 083 300 8119

 

Cultivating Wisdom in Tibetan Buddhism

73382_505723199511479_1259470678_n

 

สาระจากเสวนาธรรมในวันนี้ โดยพระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเช 18 กันยายน 2556 บ้านมูลนิธิพันดารา

ปัญญาต้องเริ่มจากการฟัง ไปสู่การคิดใคร่ครวญ ไปจนถึงการทำสมาธิ ถ้าเราไม่อยากฟังธรรม ไม่อยากทำความเข้าใจเนื้อหาของพระธรรม แต่ทำสมาธิเลย เราจะเอาสิ่งใดไปทำสมาธิ พระอาจารย์สาเกียบัณฑิตกล่าวไว้ว่า เหมือนกับผู้ปีนเขาแต่ไม่มีมือ ก็ไม่สามารถปีนได้สำเร็จ

การเจริญปัญญาจึงต้องเริ่มด้วยการฟังเสมอ จากปัญญาสามขั้นตอนนี้ ริมโปเชได้โยงไปกับเรื่องบารมีหกของพระโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นการอธิบายอย่างลึกซึ้งถึงบารมีแต่ละประเภทซึ่งเปี่ยมไปด้วยข้อคิดทางธรรม ทานบารมีจะเป็นปัญญายิ่งใหญ่หากเราตั้งจิตโดยไม่หวังผลตอบแทน ไม่ทำบุญเพราะอยากให้เราได้ดี ให้เราได้ร่างกายที่แข็งแรงโดยไม่คิดถึงผู้อื่น ท่านขอให้เราทำบุญโดยคำนึงถึงสรรพสัตว์ที่เคยเป็นพ่อแม่มาก่อน ขอให้ผลบุญของเราทำให้สัตว์เหล่านั้นประสบแต่ความสุขและหลุดพ้นจากความทุกข์ของสังสารวัฏ หากการให้ของเราทำด้วยจิตอันเปี่ยมด้วยปัญญา กิเลสในใจจะลดลงไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งจิตมนุษย์ปุถุชนของเราจะเหมือนกับจิตของพระพุทธเจ้าที่เปี่ยมไปด้วยปัญญากว้างใหญ่ไร้ขอบเขต

การรักษาศีลจะนำเราไปสู่สมาธิ เพราะศีลกำจัดกิเลสที่พอกพูนในจิตใจมาหลายภพชาติ ศีลปกป้องเราจากอบายภูมิ แต่ในฐานะที่เป็นผู้รักษาศีล เราต้องระมัดระวังที่จะไม่เย่อหยิ่ง คิดว่าตัวเองเป็นผู้ถือศีลจะมีสถานะที่ดีกว่าคนอื่น เมื่อเข้าใจประเด็นนี้ก็เท่ากับเข้าถึงปัญญาแห่งศีลบารมี

หลังพักอาหารเย็น ริมโปเชอธิบายบารมีทั้งหกจนจบ แล้วกล่าวถึงพระมัญชุศรี ผู้เป็นพระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้า อานิสงส์ของการปฏิบัติบูชาพระองค์ ท่านย้ำว่า ศรัทธาเป็นหัวใจของการปฏิบัติธรรมที่จะนำเราไปสู่หนทางแห่งการตรัสรู้ธรรม และพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต่างเท่าเทียมกัน ไม่มีองค์ใดสำคัญหรือเก่งกว่าองค์ใด ในตอนสุดท้าย ริมโปเชฝากข้อคิดว่า กรุณากับปัญญาเป็นของคู่กัน บ่มเพาะปัญญาต้องไปพร้อมกับการบ่มเพาะกรุณา

 

สาระจากเสวนาธรรมเรื่องการเจริญปัญญาแบบทิเบต โดยพระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเช 18 กันยายน 2556 บ้านมูลนิธิพันดารา

ปัญญาต้องเริ่มจากการฟัง ไปสู่การคิดใคร่ครวญ ไปจนถึงการทำสมาธิ ถ้าเราไม่อยากฟังธรรม ไม่อยากทำความเข้าใจเนื้อหาของพระธรรม แต่ทำสมาธิเลย เราจะเอาสิ่งใดไปทำสมาธิ พระอาจารย์สาเกียบัณฑิตกล่าวไว้ว่า เหมือนกับผู้ปีนเขาแต่ไม่มีมือ ก็ไม่สามารถปีนได้สำเร็จ

การเจริญปัญญาจึงต้องเริ่มด้วยการฟังเสมอ จากปัญญาสามขั้นตอนนี้ ริมโปเชได้โยงไปกับเรื่องบารมีหกของพระโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นการอธิบายอย่างลึกซึ้งถึงบารมีแต่ละประเภทซึ่งเปี่ยมไปด้วยข้อคิดทางธรรม ทานบารมีจะเป็นปัญญายิ่งใหญ่หากเราตั้งจิตโดยไม่หวังผลตอบแทน ไม่ทำบุญเพราะอยากให้เราได้ดี ให้เราได้ร่างกายที่แข็งแรงโดยไม่คิดถึงผู้อื่น ท่านขอให้เราทำบุญโดยคำนึงถึงสรรพสัตว์ที่เคยเป็นพ่อแม่มาก่อน ขอให้ผลบุญของเราทำให้สัตว์เหล่านั้นประสบแต่ความสุขและหลุดพ้นจากความทุกข์ของสังสารวัฏ หากการให้ของเราทำด้วยจิตอันเปี่ยมด้วยปัญญา กิเลสในใจจะลดลงไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งจิตมนุษย์ปุถุชนของเราจะเหมือนกับจิตของพระพุทธเจ้าที่เปี่ยมไปด้วยปัญญากว้างใหญ่ไร้ขอบเขต

การรักษาศีลจะนำเราไปสู่สมาธิ เพราะศีลกำจัดกิเลสที่พอกพูนในจิตใจมาหลายภพชาติ ศีลปกป้องเราจากอบายภูมิ แต่ในฐานะที่เป็นผู้รักษาศีล เราต้องระมัดระวังที่จะไม่เย่อหยิ่ง คิดว่าตัวเองเป็นผู้ถือศีลจะมีสถานะที่ดีกว่าคนอื่น เมื่อเข้าใจประเด็นนี้ก็เท่ากับเข้าถึงปัญญาแห่งศีลบารมี

หลังพักอาหารเย็น ริมโปเชอธิบายบารมีทั้งหกจนจบ แล้วกล่าวถึงพระมัญชุศรี ผู้เป็นพระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้า อานิสงส์ของการปฏิบัติบูชาพระองค์ ท่านย้ำว่า ศรัทธาเป็นหัวใจของการปฏิบัติธรรมที่จะนำเราไปสู่หนทางแห่งการตรัสรู้ธรรม และพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต่างเท่าเทียมกัน ไม่มีองค์ใดสำคัญหรือเก่งกว่าองค์ใด ในตอนสุดท้าย ริมโปเชฝากข้อคิดว่า กรุณากับปัญญาเป็นของคู่กัน บ่มเพาะปัญญาต้องไปพร้อมกับการบ่มเพาะกรุณา