Questions-Answers about Tibetan Buddhism

คำถาม : การปฏิบัติที่มีครูชี้นำหนทาง…จะต้องเริ่มจากอะไรเป็นสิ่งแรกค่ะ

คำตอบ : เริ่มจากศรัทธาที่ไม่ใช่เพียงการยึดตัวบุคคล ยึดความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระ แต่เป็นศรัทธาที่เกิดจากความเข้าใจถ่องแท้ในเรื่องกฎแห่งกรรม ในความเป็นอนิจจังของสรรพสิ่ง ในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะศรัทธาประเภทนี้เท่านั้นที่ยั่งยืนและทำให้เรามั่นคงกับการปฏิบัติไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราจะไม่มีวันต่อว่าพระรัตนตรัย หรือเสียดายบุญกุศลที่เคยทำมา

 

เมื่อมีศรัทธาเช่นนี้แล้ว อยากปฏิบัติ อยากมีผู้ชี้นำหนทาง ตอนนี้ก็มาถึงการเลือกผู้ชี้นำหนทาง ในสายพุทธวัชรยาน เน้นว่าให้เราพิจารณาคุรุ (ครูทางจิตวิญญาณ) ให้ดี และคุรุก็จะพิจารณาว่าศิษย์คนนั้นเป็นภาชนะที่ประเสริฐที่จะรองรับพระธรรมคำสอนได้หรือไม่ ต่างคนต่างพิจารณาใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี ในช่วง 3 ปี เราต้องมีวิริยะที่จะปฏิบัติตามคำสอนที่คุรุแนะนำ ศึกษาพระธรรม ประยุกต์พระธรรมกับชีวิต และที่สำคัญ ต้องแก้ไขตัวเองเหมือนกับการขัดหม้อ เมื่อหม้อเลอะก็ขัดจนหม้อสะอาดและขาวแวววาว ถ้าหม้อมีรูรั่ว ก็ปิดรูรั่วนั้น

 

เรื่องราวระหว่างศิษย์กับคุรุที่เป็นแรงบันดาลใจอมตะคือเรื่องราวของศิษย์ที่ชื่อมิลาเรปะ และคุรุนามว่า มาร์ปะ คุรุให้ศิษย์ก่อปราสาทหลังแล้วหลังเล่า ก่อแล้วคุรุก็ทำลาย อยู่เช่นนั้น จนวันหนึ่งเมื่อศิษย์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาได้กลายป็นภาชะอันประเสริฐแห่งพระธรรมแล้ว คุรุจึงยอมสอนธรรมะให้และในบั้นปลายของศิษย์ผู้นี้ ท่านได้เข้าถึงการบรรลุธรรม

 

เพราะฉะนั้น หากเรามั่นคงกับคำสอน กับการปฏิบัติ มีความแน่วแน่กับคุรุของเรา อย่างไม่โลเล ไม่เกียจคร้าน ไม่ฉาบฉวย แน่นอนว่าเราจะได้ครูผู้ชี้นำหนทางอย่างแน่นอน

 

ในสายวัชรยาน เราจะเน้นเสมอว่าอย่าด่วนเลือกคุรุ แต่ถามตัวเองก่อนว่าเราพร้อมจะมอบกาย วาจา ใจให้บุคคลนั้นหรือไม่ บุคคลนั้นเหมาะสมจะเป็นผู้นำเราไปสู่หนทางแห่งการหลุดพ้นหรือไม่ และถามตัวเองก่อนว่าเราได้เป็นภาชนะที่ประเสริฐแล้วหรือยัง คำถามหลังนี้สำคัญมากค่ะ และเมื่อเป็นเช่นนั้น คำพูดโบราณที่ว่า “เมื่อศิษย์พร้อม ครูก็จะปรากฏ” จะเป็นจริงขึ้นมา

 

ด้วยเหตุนี้เอง คนทิเบตจึงกราบอัษฎางคประดิษฐ์ สวดมนตราและปฏิบัติอีกหลายอย่างที่เรียกว่า “เงินโดร” การปฏิบัติที่ต้องทำก่อน การปฏิบัติที่เป็นพื้นฐานของทุกอย่าง โดยมุ่งเน้นให้ผู้ปฏิบัติได้ปรับปรุงตัวเอง ได้ขัดเกลาจิตใจให้ผ่องแผ้วปราศจากกิเลสตัวตน ให้มีเมตตากรุณา เมื่อปฏิบัติเช่นนี้แล้ว ผู้ปฏิบัติก็จะได้รับคำสอนซึ่งเป็นวิธีการปฏิบัติขั้นสูงไปเรื่อยๆจนวันหนึ่งเขาจะเข้าถึงผลของการปฏิบัติที่แท้

กฤษดาวรรณ

13/09/12

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s