Upcoming Conference on “Buddhadharma & Inner Change”

งานประชุม/เสวนาเพื่อฉลองปีพุทธชยันตี
“พุทธธรรมกับการเปลี่ยนแปลงภายใน”
วันเสาร์ 27 ตุลาคม 2555 เวลา 09.00-17.30น.
ห้อง105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จัดโดย มูลนิธิพันดารา ร่วมกับ ศูนย์จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลักการและเหตุผล
มูลนิธิพันดารา องค์กรส่งเสริมภูมิปัญญาทิเบต/หิมาลัยและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างนิกายต่างๆในพระพุทธศาสนาและศาสนาต่างๆ โดยความร่วมมือกับศูนย์จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดกิจกรรมประชุม เสวนาและบรรยายธรรมมาอย่างต่อเนื่องนับแต่ปี พ.ศ. 2547 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างนักวิชาการ ผู้ปฏิบัติธรรม กับประชาชนผู้สนใจทั่วไปและเพื่อให้เกิดการตื่นตัวในสังคมเกี่ยวกับความสำคัญของความรักความกรุณาและมิติทางจิตวิญญาณในชีวิตสมัยใหม่

เนื่องจากในปีพุทธศักราช 2555 เป็นปีมหามงคลเพราะครบรอบการตรัสรู้ธรรมของพระพุทธเจ้าสมณโคดม 2,600 ปี คณะผู้จัดจึงเห็นความสำคัญของการจัดเสวนาเรื่อง “พุทธธรรมกับการเปลี่ยนแปลงภายใน” เพื่อมอบความรู้ให้เป็นวิทยาทานแก่สังคม เพื่อให้เกิดการสนทนาเกี่ยวกับสิ่งที่พุทธธรรมนำมาให้กับชีวิต ตลอดจนการประสานธรรมะกับการดำรงชีวิต

นอกจากนี้ ในเสวนานี้จะมีการสนทนาเกี่ยวกับภูเขาไกรลาศ ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานจาริกแสวงบุญของศาสนาฮินดู ศาสนาเชน และศาสนาพุทธ (ทั้งนิกายพุทธทั่วไปและนิกายพุทธเพิน) แล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพและความปรองดอง คณะผู้จัดจึงเห็นสมควรให้มีการสนทนาเกี่ยวกับข้อคิดทางธรรมที่ได้จากการเดินทางไปจาริกแสวงบุญที่ภูเขาลูกนี้ โดยประเด็นหลักของการสนทนาจะเน้นการเดินทางภายในและการเปลี่ยนแปลงจิตใจอันมีผลต่อการดำเนินชีวิตหลังการจาริก

อาหาร
ทางการประชุมจะมีอาหารว่างและเครื่องดื่มบริการ ส่วนอาหารกลางวันผู้เข้าร่วมประชุมสามารถรับประทานได้ที่โรงอาหารคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ติดกับห้องประชุม

การลงทะเบียน
การประชุมนี้ไม่เก็บค่าลงทะเบียน แต่ขอให้ผู้สนใจลงทะเบียนล่วงหน้าที่
Email:1000tara@gmail.comโทร. 0878299387, 0833008119 โทรสาร025114112

กำหนดการเสวนา
วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2555 
8.45 น. ลงทะเบียนและรับเอกสาร
9.15 น. เปิดงาน
อาจารย์โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ (อาจารย์ภาควิชาปรัชญาและผู้อำนวยการ ศูนย์
จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
9.30 น. “ปรัชญาปารมิตา”
อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ (อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้จาริกแสวงบุญ
ด้วยการเดินสู่อิสรภาพ)
10.30 น. ซักถาม/พักรับประทานเครื่องดื่ม
10.50 น. รายงาน “ความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการพระศานติตารามหาสถูป”
11.00 น. “พุทธธรรมกับการเปลี่ยนแปลงภายใน”
คุณรสนา โตสิตระกูล (สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร)
12.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. ธรรมะจากทิเบตกับมุมมองของชีวิต
อาจารย์กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ (อาจารย์ด้านทิเบตศึกษา ผู้จาริกแสวงบุญ)
14.00 น. แนะนำวัฒนธรรมชาทิเบตและชวนชิมชา
อาจารย์มิว เยินเต็น/ Mr. Meu Yonten Tongdrol (อาจารย์ด้านวัฒนธรรมทิเบต)
รับประทานอาหารว่าง
15.00 น. เสวนาเรื่อง “ไกรลาศ : ธรรมะจากการจาริก”
อาจารย์สิริเกียรติ บุญวรเศรษฐ์ (อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ค้นหาปรมัตถ
สัจจะจากทั้งภายนอกและภายใน), คุณวราวุธ ศรีโสภาค (นักเดินทาง
-ถ่ายภาพ), อาจารย์กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ ดำเนินรายการโดยคุณกุณฑ์ สุจริต
กุล (นักศึกษามหาวิทยาลัยนาโรปะ ผู้แสวงหาภูมิปัญญาทิเบต/หิมาลัย)
17.30 น. จบกิจกรรม

ประวัติวิทยากร

รศ. ดร. ประมวล เพ็งจันทร์
อาจารย์ประมวล เกิดที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จบการศึกษาตรี-เอกด้านปรัชญา จากประเทศอินเดีย เคยเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (พ.ศ. 2532-2548) เป็นนักวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน อาจารย์ประมวลเดินเท้า 66 วันเพื่อแสวงหาสัจธรรมและประสบการณ์ด้านจิตวิญญาณจากเชียงใหม่ถึงเกาะสมุย และได้ถ่ายทอดประสบการณ์นั้นเป็นหนังสืองดงามชื่อว่า “เดินสู่อิสรภาพ”

คุณรสนา โตสิตระกูล
คุณรสนาเคยเป็นนักพัฒนาองค์กรที่ทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ ได้ดำเนินโครงการเกี่ยวกับการทุจริตยา การสกัดกั้นการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย งานพัฒนาสมุนไพรและสาธารณสุของค์รวม ปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร คุณรสนายังเป็นนักคิดคนสำคัญของประเทศไทย มีผลงานแปลและเขียนหลายเล่ม อาทิ “ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว” โดยมาซาโนบุ ฟูกูโอกะ “เดิน : วิถีแห่งสติ” โดย ติช นัท ฮันท์ “จุดเปลี่ยนแห่งศตวรรษ” โดยฟริตจ๊อป คราปร้า เป็นต้น

รศ. ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์
อาจารย์กฤษดาวรรณ เคยเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเวลา 14 ปี ลาออกใน ปี พ.ศ. 2550 เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับมูลนิธิพันดาราและเพื่อการปฏิบัติธรรม ได้เดินทางจาริกแสวงบุญด้วยการกราบอัษฎางคประดิษฐ์ในทิเบตสองครั้งรวมระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร งานสำคัญของชีวิตคือการสร้างพระสถูปแบบทิเบตและจัดอบรมภาวนาเพื่อพัฒนาจิตใจของผู้คน ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหินอันเป็นบ้านเกิด อ.กฤษดาวรรณมีงานเขียนหลายเล่ม อาทิ “ทิเบต : ขอบฟ้าที่สูญหายไป” “แสงจันทร์เหนือยอดสนกับความทรงจำอันงดงาม” “แทบธุลีดิน 18 วัน 80 กิโลเมตรกับการจาริกบนหลังคาโลก” และงานแปลเรื่อง “ประตูสู่พุทธเพิน : แสงธรรมจากทิเบต” โดยลาตรี ญีมา ทรักปา ริมโปเช

อาจารย์มิว เยินเต็น (Aj. Meu Yonten)
อาจารย์เยินเต็น เคยบวชเป็นพระภิกษุเป็นเวลาถึง 27 ปีที่วัดตกเต็น เมืองงาวา แคว้นอัมโด ทิเบตตะวันออก ซึ่งปัจจุบันอยู่ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ในขณะที่บวชเรียน ได้ทำงานเป็นบรรณาธิการนิตยสารชื่อ “แสงธรรมจากภูเขาหิมะ” ต่อมาได้มีโอกาสไปเรียนภาษาจีนและภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยชนชาติกลุ่มน้อย นครเฉิงตู ตัดสินใจลาสิกขาเพื่อให้สามารถทำงานเพื่อสังคมได้มากขึ้น อาจารย์ เยินเต็น ทำงานกับมูลนิธิพันดารามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบันโดยทำหน้าที่เป็นครูสอนภาษาและศิลปวัฒนธรรมทิเบต และผู้จัดการโครงการ ศูนย์ขทิรวัน

อาจารย์สิริเกียรติ์ บุญวรเศรษฐ์ 
อาจารย์สิริเกียรติ์ อาจารย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ใช้เวลาหลายปีที่ผ่านมาศึกษารากฐานของศาสนาสำคัญหลายศาสนา รวมถึงการไปเยือนสถานที่สำคัญของศาสนาหลักของโลก ทั้ง กรุงเยรูซาเลม กรุงโรม กรุงปักกิ่งและอินเดีย/เนปาล รวมถึงใช้เวลาส่วนใหญ่ศึกษาพุทธนิกายมหายาน แบบทิเบต ได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมจากสมเด็จองค์ดาไลลามะและท่านรินโปเชสำคัญของทิเบต ล่าสุด อ สิริเกียรติ์ เยือนภูเขาไกรลาศเมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา

คุณวราวุธ ศรีโสภาค 
นักเดินทาง-ถ่ายภาพ (มือสมัครเล่น) จบการศึกษาด้านโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยศิลปากร เคยทำงานเป็นนักเขียนบทและโปรดิวเซอร์รายการสารคดีโทรทัศน์ด้านศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และครีเอทีฟงานออกแบบพิพิธภัณฑ์ รักการเดินทางไปในโลกกว้างเพื่อเปิดโลกทัศน์ สะสมประสบการณ์ที่แตกต่างหลากหลายให้คุ้มค่ากับที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้ และถ่ายทอดเรื่องราวสิ่งที่พบเห็นลงในภาพถ่าย เชื่อว่าการเดินทางท่องเที่ยวช่วยสร้างความเข้าใจและทัศนคติที่ดีต่อกันระหว่างผู้คนในท้องถิ่นต่างๆ ของโลก

คุณกุณฑ์ สุจริตกุล 
นักศึกษาด้าน Contemplative Education มหาวิทยาลัยนาโรปะ ประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วยงานพุทธเพื่อคนรุ่นใหม่ที่หอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ พร้อมกับเป็นไกค์มือสมัครเล่นพาผู้คนไปเรียนรู้ภูฐาน เพราะหลงรักดินแดนพุทธหิมาลัย

Advertisements

บทเพลงวัชระเจ็ดวรรคแห่งพระคุรุริมโปเช

มีบทเพลงบทหนึ่งในพุทธวัชรยานที่่ได้กล่อมจิตวิญญาณมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นขณะกราบจาริกแสวงบุญ ขณะเดินรอบภูเขาศักดิ์สิทธิ์ หรือขณะทำงานโดดเดี่ยวอยู่กลางป่า บทเพลงบทนี้ปลุกจิตใจที่หลับไหลให้ตื่นขึ้นมาเห็นความจริงของสังสารวัฏ ปลุกจิตอ

่อนแอของศิษย์ให้แข็งแกร่งดุจจิตวัชระของพระอาจารย์ ขอมอบบทเพลงบทนี้ให้แก่กัลยาณมิตรทุกคนในวันนี้ซึ่งเป็นอีกคราหนึ่งที่ “วันครู” (วันคุรุริมโปเช) ได้มาถึง ขอความรักของครูอย่าได้จางหายไป ดุจน้ำในมหาสมุทรอันไม่มีวันเหือดแห้ง ขอเสียงเพลงวัชระได้รับการขับขานไปในโลกของเราตลอดชั่วกาลนาน…

บทเพลงวัชระเจ็ดวรรคแห่งพระคุรุริมโปเช

ณ แดนตะวันตกเฉียงเหนือแห่งอุฑฑิยาน
ใจกลางก้านปทุมเกสร
สิทธาผู้เปี่ยมด้วยคุณสมบัติอันประเสริฐ
เลื่องลือในนาม “ปัทมสัมภวะ”

รายรอบด้วยเหล่าฑากินีจำนวนมาก
ศิษย์ขอเดินตามรอยของท่าน
ขอท่านโปรดเสด็จมาอำนวยพร
“คุรุ ปัทมะ สิทธิ ฮุง”

ฮุง โอแจน ยุลจิ นุบชัง ซัม
เปมา เกซา ตงโบ ลา
ยัมแซน ชกกิ เงอดรุบ เญ
เปมา ชุงเน เฉสุ ทรัก

คอร์ตุ คันโดร มังเบอ กอร์
เชจิ เจสุ ตักตรุบ ชี
ชินจิ ลบชี เชกสุ เซอ
กูรู เปมา สิทธิ ฮุง

Remembering Teacher on Guru Rinpoche Day

Back to 2006, the first year we conceived of building the Stupa, my teacher Kundrol Mongyal Lhasey Rinpoche came to Thailand to attend the 1000 Stars conference on “Body and Mind” and to bless the land, which was to become the Stupa site. Two years later he was invited to Thailand again to perform a ritual for the Stupa called “sa long” land permission from sacred land owners. After the ceremony was over, we knew we have great karma to build this precious Stupa. That time Rinpoche and his son, tulku of Sang-ngag Lingpa also performed several practices related to Guru Rinpoche. Today on the occasion of Guru Rinpoche day, I think of my teacher’s kindness and one of his practical advice: “Never judge people from their outward personalities. But look into the purity of their mind. And make every moment your practice.”

 

Tibetan Tea

There will be workshops on Tibetan tea making at the Thailand ASEAN Coffee & Tea 2012 at Mahisorn Hall, SCB Park on 25-30 September 2012, 10 am-8 pm. All is welcome to visit our booth and taste old Tibetan tea kept in yak skin from Highland Tibet. At the exhibition there will be Tibetan tea products on sale. The proceeds support the 1000 Stars Funds for charity. For more detail, please call: 02-973-5090-5.

ในวันที่ 25-30 กันยายน นี้ ทางมูลนิธิโดยอาจารย์เยินเต็นได้รับเชิญให้ไปสาธิตวิธีการชงชาทิเบต จะมีชาหมักจากหนังจามรี อายุ 40-60 ปีให้ชิม โดยงานจะมีที่หอประชุมมหิศร ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ SCB Park ทางมูลนิธิเห็นความสำคัญของชาซึ่งทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางการค้าและวัฒนธรรมระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ทิเบตและจีน ในงานจะมีสินค้าชาสมัยใหม่จำหน่ายด้วย รายได้สมทบกองทุนการกุศลของมูลนิธิพันดารา รายละเอียดของงานอ่านได้จาก http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1348053639&grpid=&catid=05&subcatid=0503

May love and happiness spread in the air.
May the ocean of suffering dry out!
23 September 2012
ขอความรักและความสุขแพร่ไปในอากาศ
ขอทะเลแห่งความทุกข์เหือดแห้งหายไป
๒๓ กันยายน ๒๕๕๕
Thanks to Yos for this lovely BD gift.

ข่าวรับสมัครงานของมูลนิธิพันดารา

รับสมัครงาน

มูลนิธิพันดาราเปิดรับสมัครงานในตำแหน่งผู้ประสานงาน ทำหน้าที่ติดต่อประสานงาน ช่วยจัดกิจกรรม และทำงานสำนักงาน

คุณสมบัติ

1. จบปริญญาตรี อายุระหว่าง 23-35 ปี

2. มิความสามารถด้านการใช้คอมพิวเตอร์

3. มีทักษะในการใช้ภาษา หากรู้ภาษาอังกฤษจะพิจารณาเป็นพิเศษ

4. มีปฏิสัมพันธ์ดีและสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้

5. มีความอดทนสูงและมีจิตเป็นธรรมะบริกร

6. สามารถไปทำงานต่างจังหวัดและทำงานในวันเสาร์อาทิตย์

7. มีความสนใจการทำงานแบบมูลนิธิและมีความกระตือรือร้นที่จะหาความรู้ใหม่ๆ

การตอบแทน

-เงินเดือนขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์

-ได้รับประสบการณ์การทำงานมูลนิธิ การดูแลจิตใจของผู้อื่น และการทำงานที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมหิมาลัย

สนใจติดต่อ 1000tara@gmail.com พร้อมส่งจดหมายแนะนำตัว รูปถ่าย และ CV ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Questions-Answers about Tibetan Buddhism

คำถาม : การปฏิบัติที่มีครูชี้นำหนทาง…จะต้องเริ่มจากอะไรเป็นสิ่งแรกค่ะ

คำตอบ : เริ่มจากศรัทธาที่ไม่ใช่เพียงการยึดตัวบุคคล ยึดความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระ แต่เป็นศรัทธาที่เกิดจากความเข้าใจถ่องแท้ในเรื่องกฎแห่งกรรม ในความเป็นอนิจจังของสรรพสิ่ง ในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะศรัทธาประเภทนี้เท่านั้นที่ยั่งยืนและทำให้เรามั่นคงกับการปฏิบัติไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราจะไม่มีวันต่อว่าพระรัตนตรัย หรือเสียดายบุญกุศลที่เคยทำมา

 

เมื่อมีศรัทธาเช่นนี้แล้ว อยากปฏิบัติ อยากมีผู้ชี้นำหนทาง ตอนนี้ก็มาถึงการเลือกผู้ชี้นำหนทาง ในสายพุทธวัชรยาน เน้นว่าให้เราพิจารณาคุรุ (ครูทางจิตวิญญาณ) ให้ดี และคุรุก็จะพิจารณาว่าศิษย์คนนั้นเป็นภาชนะที่ประเสริฐที่จะรองรับพระธรรมคำสอนได้หรือไม่ ต่างคนต่างพิจารณาใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี ในช่วง 3 ปี เราต้องมีวิริยะที่จะปฏิบัติตามคำสอนที่คุรุแนะนำ ศึกษาพระธรรม ประยุกต์พระธรรมกับชีวิต และที่สำคัญ ต้องแก้ไขตัวเองเหมือนกับการขัดหม้อ เมื่อหม้อเลอะก็ขัดจนหม้อสะอาดและขาวแวววาว ถ้าหม้อมีรูรั่ว ก็ปิดรูรั่วนั้น

 

เรื่องราวระหว่างศิษย์กับคุรุที่เป็นแรงบันดาลใจอมตะคือเรื่องราวของศิษย์ที่ชื่อมิลาเรปะ และคุรุนามว่า มาร์ปะ คุรุให้ศิษย์ก่อปราสาทหลังแล้วหลังเล่า ก่อแล้วคุรุก็ทำลาย อยู่เช่นนั้น จนวันหนึ่งเมื่อศิษย์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาได้กลายป็นภาชะอันประเสริฐแห่งพระธรรมแล้ว คุรุจึงยอมสอนธรรมะให้และในบั้นปลายของศิษย์ผู้นี้ ท่านได้เข้าถึงการบรรลุธรรม

 

เพราะฉะนั้น หากเรามั่นคงกับคำสอน กับการปฏิบัติ มีความแน่วแน่กับคุรุของเรา อย่างไม่โลเล ไม่เกียจคร้าน ไม่ฉาบฉวย แน่นอนว่าเราจะได้ครูผู้ชี้นำหนทางอย่างแน่นอน

 

ในสายวัชรยาน เราจะเน้นเสมอว่าอย่าด่วนเลือกคุรุ แต่ถามตัวเองก่อนว่าเราพร้อมจะมอบกาย วาจา ใจให้บุคคลนั้นหรือไม่ บุคคลนั้นเหมาะสมจะเป็นผู้นำเราไปสู่หนทางแห่งการหลุดพ้นหรือไม่ และถามตัวเองก่อนว่าเราได้เป็นภาชนะที่ประเสริฐแล้วหรือยัง คำถามหลังนี้สำคัญมากค่ะ และเมื่อเป็นเช่นนั้น คำพูดโบราณที่ว่า “เมื่อศิษย์พร้อม ครูก็จะปรากฏ” จะเป็นจริงขึ้นมา

 

ด้วยเหตุนี้เอง คนทิเบตจึงกราบอัษฎางคประดิษฐ์ สวดมนตราและปฏิบัติอีกหลายอย่างที่เรียกว่า “เงินโดร” การปฏิบัติที่ต้องทำก่อน การปฏิบัติที่เป็นพื้นฐานของทุกอย่าง โดยมุ่งเน้นให้ผู้ปฏิบัติได้ปรับปรุงตัวเอง ได้ขัดเกลาจิตใจให้ผ่องแผ้วปราศจากกิเลสตัวตน ให้มีเมตตากรุณา เมื่อปฏิบัติเช่นนี้แล้ว ผู้ปฏิบัติก็จะได้รับคำสอนซึ่งเป็นวิธีการปฏิบัติขั้นสูงไปเรื่อยๆจนวันหนึ่งเขาจะเข้าถึงผลของการปฏิบัติที่แท้

กฤษดาวรรณ

13/09/12