Death & Dying…Tibetan Wisdom (4)

– ๔ –

บาร์โดเป็นดังมิติที่เหลื่อมซ้อนมิติที่เราอยู่ ผู้ล่วงลับจากไปเพียงดวงจิต ทิ้งร่างกายที่หวงแหนไว้บนผืนดำที่เคยรับน้ำหนักเขาเอาไว้อยู่ เมื่อจิตแยกจากกาย จิตจะประสบนิมิตมากมายหลายลักษณะ เราเรียกนิมิตเหล่านั้นว่า “นิมิตแห่งบาร์โด” บางนิมิตงดงาม เช่น เห็นพระพุทธเจ้าผู้มีพระวรกายเปี่ยมไปด้วยมหาปริสลักษณะ เห็นวงรุ้ง เห็นวงแสง บางนิมิตดูน่าหวาดกลัว ดุจดังภูเขาถล่มทลายต่อหน้าเรา ฟ้าผ่า แผ่นดินไหว แต่ทุกนิมิตล้วนแต่มาจากพลังจิตของเราเอง เหมือนกับภาพปรากฏหน้ากระจกซึ่งเกิดจากศักยภาพของกระจกที่จะสะท้อนสิ่งต่างๆ

เมื่อลมหายใจเฮือกสุดท้ายหมดลง ชีพจรหยุดเต้น สมองไม่ทำงาน ในทางการแพทย์จะวินิจฉัยว่าบุคคลนั้นได้เสียชีวิตแล้ว แต่ในฝ่ายทิเบตยังไม่ถือว่านั่นคือการเสียชีวิตอย่างสมบูรณ์ เป็นเพียงการตายภายนอก แต่กระบวนการภายในยังคงอยู่เพราะจิตยังทำงานอยู่

ในคัมภีร์มรณศาสตร์รจนาโดยพระอาจารย์ชาซา ต้าชี่ เกียลเซน ริมโปเช กล่าวไว้ว่า หลังการตายภายนอก หยดธรรมชาติ “ทิกเล่” โพธิสีขาวจากฝ่ายพ่อที่เราได้รับตอนเราปฏิสนธิในครรภ์ของแม่จะไหลจากจักระกระหม่อมมาบรรจบที่ช่องลมปราณกลางกาย ในขณะนั้นดวงจิตผู้ตายจะรับรู้ถึงแสงกระจ่างสีนวลของดวงจันทร์ในท้องฟ้าไร้เมฆหมอก จะเกิดปัญญาญาณภายในที่ทำให้กิเลสที่เป็นโทสะและความเกลียดชังถูกขจัดให้หมดไป ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “นังวา”

จากนั้น หยดธรรมชาติโพธิสีแดงจากฝ่ายแม่ที่เราได้รับตอนปฏิสนธิ จะไหลขึ้นมาจากบริเวณสะดือ (หรือในบางคัมภีร์ บริเวณอวัยวะเพศ) มาบรรจบที่ช่องกลางกายเช่นกัน ในขณะนั้น ดวงจิตผู้ตายจะรับรู้ถึงแสงกระจ่างสีแสดของพระอาทิตย์ในยามเย็นในท้องฟ้าไร้เมฆหมอก สัญญาณภายในปรากฏเป็นความรู้สึกปีติสุข กิเลสที่เป็นโลภะถูกขจัดหมดไป ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “เชปา”

เมื่อหยดธรรมชาติของพ่อกับหยดธรรมชาติของแม่มาบรรจบกันที่กลางหัวใจบริเวณที่ดวงจิตดำรงอยู่ จะเกิดท้องฟ้าใสปราศจากเมฆหมอกแต่มืดสนิทดุจดังคืนแห่งความมืดมิดที่แผ่กระจายไปทั่ว กิเลสที่เป็นโมหะถูกขจัดให้หมดสิ้นไป ผู้ตายจะรู้สึกหมดสติไป เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “เญทบ” นี่คือการตายภายในอย่างสมบูรณ์ เป็นการสิ้นสุดสภาวะบาร์โดที่หนึ่ง

ด้วยการตายยังมีระดับใน ชาวทิเบตจึงไม่นิยมกำจัดศพทันทีที่ชีพจรของผู้ตายหยุดเต้น หรือทันทีที่แพทย์วินิจฉัยว่าผู้ตายได้เสียชีวิตแล้ว แต่จะรอให้การตายภายในสิ้นสุด ซึ่งอาจกินเวลาชั่วครู่เดียวไปจนถึง 3 วัน และในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรมชั้นสูงอาจกินเวลาหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่านั้น

หลังการตายภายใน ศพจะขาดความอบอุ่นและส่งกลิ่นเหม็น สิ่งมีชีวิตที่เคยอาศัยความอุ่นในร่างกาย เช่น หนอน จะค่อยๆตายไป สัญญาณว่าดวงจิตได้จากร่างไปแล้ว…

Author: Krisadawan Kalsang Dawa กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล

Dharma teacher, founder and president of the Thousand Stars Foundation

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s