Death & Dying…Tibetan Wisdom (3)

– ๓ –

ชาวทิเบตเชื่อว่าเมื่อดวงจิตออกจากกายไปแล้ว จะประสบกับสภาวะที่เรียกว่า “บาร์โด” ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างการตายกับการเกิดใหม่ สภาวะนี้อาจกินเวลา 49 วัน หรือมากกว่านั้น จริงๆ แล้ว บาร์โดเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่ผู้ตายป่วยหนักไปจนถึงเกิดการตายอย่างสมบูรณ์ภายใน เราเรียกบาร์โดนี้ว่า “บาร์โดแห่งขณะกำลังจะตาย”

ผู้ที่ป่วยหนักเป็นเวลานาน บาร์โดนี้ก็จะกินเวลานาน ทำให้ผู้ป่วยค่อยๆเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เกิดจากธาตุต่างๆแตกสลาย ได้แก่ ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ที่ประกอบเป็นตัวเรา สำหรับผู้ที่เสียชีวิตอย่างกระทันหัน บาร์โดนี้จะสั้น บางครั้งเพียงแค่เสี้ยววินาที ทำให้การแตกสลายของธาตุเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

บางคนคิดว่าการจากไปอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งดีเพราะทำให้ทุกข์ทรมานแต่น้อย แต่การคิดเช่นนี้ไม่ถูกต้องเพราะความตายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจะทำให้จิตไม่ได้รับการเตรียม บางครั้งความตายนั้นมากับความหวาดกลัวอย่างที่สุดทำให้จิตจากไปอย่างไร้สติ และการตายอย่างปัจจุบันทันด่วนทำให้ผู้ล่วงลับยังคงผูกพันกับครอบครัวหรือการงาน และหลายกรณีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองได้ตายไปแล้ว เมื่อไม่สามารถจะสื่อสารกับครอบครัวได้ เมื่อตระหนักรู้ว่าได้จากไปแล้ว ก็ทำให้เสียใจอย่างที่สุด

เด็กเล็กๆโดยเฉพาะทารกบางครั้งไม่รู้ว่าได้จากไปแล้ว มีเพียงเราบุคคลที่อยู่ข้างหลังที่จะช่วยเหลือด้วยการสวดมนตร์ให้ ด้วยการทำบุญให้ ตั้งจิตอธิษฐานให้ได้ไปเกิดดี เสียงสวดมนตร์ของเรา และการทำบุญไม่ว่าจะเป็นโดยการตักบาตรแบบไทย หรือถวายตะเกียงเนย (ดวงประทีป) แบบทิเบต หรือทำบุญในระดับใหญ่ด้วยการสร้างพระ สร้าวสถูป วิหาร หรือด้วยการอุทิศตนเพื่อการปฏิบัติธรรม เช่น ออกบวช อยู่จำศีลปลีกวิเวก จะช่วยปลอบประโลมดวงจิตที่เร่ร่อนไปและช่วยน้อมนำให้บุญกุศลของเขาและของเราที่อุทิศให้เขาได้ช่วยชี้นำหนทางที่ประเสริฐให้แก่เขา

บางคนคิดว่าเมื่อตายไป ทุกสิ่งก็จบสิ้น เหมือนปิดสวิทช์ไฟ ดวงจิตก็ไม่รับรู้อะไรอีกต่อไป แต่จริงๆแล้ว ดวงจิตยังคงรับรู้เรื่องราวต่างๆ ยังคงมีความทรงจำถึงอดีตชาติที่เพิ่งจากมา ยังคงโกรธ เครียด เศร้า เสียใจ เสียดาย เหงา ว้าเหว่ แล้วความทรงจำจะค่อยๆลางเลือนเมื่อถึงเวลาที่จะได้ไปเกิดใหม่

เพราะฉะนั้น เมื่อเราจากไป เรากับครอบครัวก็จากกัน ความสัมพันธ์ที่เรามีตอนนี้เกิดขึ้นเฉพาะในภพชาตินี้เท่านั้น ชาวทิเบตจึงเห็นคุณค่าของมิตรภาพและความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัวเป็นอย่างมาก เพราะกรรมที่เราทำร่วมกัน เราจึงเกิดมาในครอบครัวเดียวกัน เราจึงควรทนุถนอมความสัมพันธ์นี้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไปจนวันสุดท้ายมาถึง

Author: Krisadawan Kalsang Dawa กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล

Dharma teacher, founder and president of the Thousand Stars Foundation

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s