Radio Interview

“ตื่นรู้ด้วยบทเพลง” รายการมองชีวิต มีชีวา คืนพฤหัสฯนี้
คุยกับ รศ.ดร.กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์
ปธ.มูลนิธิพันดารา
เพื่อทำความรู้จักกับท่านอะนิ เชอยิง เตรอมา
แม่ชีธิเบตผู้มีชื่อเสียงทั่วโลก เจ้าของเสียงร้องเพลงสวดภาวนา
ที่ฮิตติดชาร์ตเพลงในอเมริกา
พบกันคืนนี้ ก่อน 5 ทุ่ม ที่FM 96.5 คลื่นความคิด

Advertisements

รายการมวลสารบรรจุในองค์พระแม่ตารา
โครงการประติมากรรมพระโพธิสัตว์ตาราเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา
1. โอสถทิพย์ (blessed pills) แทนพระวรกายของพระพุทธเจ้า
2. โอสถทิพย์ แทนพระวจนะของพระพุทธเจ้า
3. โอสถทิพย์ แทนพระหทัยของพระพุทธเจ้า
4. โอสถทิพย์ของพระอาจารย์มหาสิทธาวิรูปะ พระอาจารย์สาเกียกุงกา ญิงโป พระอารยาโซนัม เซโม พระสาเกียบัณฑิต และพระเชอเกีย พักปา ริมโปเช
5. มนตราและบทบรรจุแทนพระวจนะของพระอารยาตารา
6. มนตราและบทบรรจุแทนพระวจนะของพระพุทธเจ้าอมิตายุส ผู้ประทานอายุยืนยาว
7. มนตราและบทบรรจุแทนพระวจนะของพระคุรุปัทมสัมภวะ (พระคุรุริมโปเช)
8. บทบรรจุสำหรับพระวรกายส่วนบน
9. บทบรรจุสำหรับพระวรกายส่วนล่าง
10. บทบรรจุสำหรับพระจุฬามณี
11 บทสรรเสริญพระวรกายของพระสาเกียบัณฑิต
12. บทบรรจุสำหรับพระวรกายของพระโซนัม เกียปา
13. บทบรรจุสำหรับพระวจนะแทนเสียงท่วงทำนองอันประเสริฐทั้งปวง
13. บทบรรจุสำหรับพระหทัยแทนปัญญาทั้งปวง
14. แร่เงิน ทอง เหล็ก ทองแดง
15. อัญมณีต่างๆ อาทิ ปะการัง ไข่มุก
16. ยาสมุนไพร อาทิ เม็ดอโรคยาจากลาซา
17. ไม้จันทร์หอมแดงและขาว
18. มวลสารแทนธาตุในธรรมชาติ อาทิ ดินและน้ำศักดิ์สิทธิ์จากภูเขาไกรลาศและสถานศักดิ์สิทธิ์อื่นๆในทิเบต
19. ชาโบราณจากจีนและทิเบต
20. ธูปหอมจากทิเบต
21. ดอกไม้แห้ง อาทิ ดอกจัมปากา
22. สนหอม
23. กำยานต่างๆ
24. แก้วและหินคริสตัล

สำหรับพระขทิรวนีตาราองค์ใหญ่ ประดิษฐานที่ศูนย์ขทิรวัน ยังมีมวลสารพิเศษที่พระอาจารย์นำมามอบให้ซึ่งบรรจุที่พระนลาฏ พระศอ พระหทัย พระจุฬามณี และตามจักระต่างๆในพระวรกาย

โอสถทิพย์ทั้งหมดจากพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุของคุรุอาจารย์ในนิกายสาเกียปะที่สืบทอดกันมาจากหลายรุ่นอายุ มาจากอินเดียและทิเบต

รูปหล่อของพระขทิรวนีตารา รุ่นหนึ่ง ปีพุทธชยันตี 100 องค์ พร้อมกับรูปเคารพพระขทิรวนีตาราองค์ใหญ่ ได้รับการบรรจุมวลสารดังรายการข้างต้น โดยพระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเช เป็นเวลา 5 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 5-9 พฤษภาคม 2555 และได้รับพุทธาภิเษกพร้อมกับมนตราภิเษกในวันที่ 9 พฤษภาคม 2555 ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน ทางมูลนิธิได้ถวายองค์ปิดทองแด่พระอาจารย์นำไปบูชาในทิเบต เนื่องจากรุ่นหนึ่งนี้ทำเพียงจำนวนจำกัด จึงขอเชิญผู้มีศรัทธาได้ร่วมสร้าง รายได้จากโครงการนี้นำไปสมทบทุนการสร้างฐานพระศานติตารามหาสถูปซึ่งทาง มูลนิธิมีความตั้งใจจะดำเนินการสร้างต่อในปีพุทธชยันตีนี้

 

Thought on How to Live Our Life by Nyima Dakpa Rinpoche

มื่อเราตื่นรู้จากข้างใน เราจะเป็นคนใหม่ที่อ่่อนนุ่มขึ้น เพราะใจเราแข็งกระด้างมาหลายภพหลายชาติ เราต้องฝึกการปล่อยวางตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อว่าเมื่อเวลาสุดท้ายของชีวิตมาถึง เราจะได้ปล่อยวางอย่างเป้นธรรมชาติ เราปล่อยวางเป็นหรือไม่สังเกตได้จากตอนนี้ หากเราสูญเสียผู้เป็นที่รัก เราเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง นอนไม่หลับ จิตวอกแวก คิดตลอดเวลา ถ้าเป็นอย่างนั้น เมื่อวันสุดท้ายของชีวิตมาถึงเราจะทำอย่างไร เมื่อปล่อยวางไม่ได้เราจะต่อว่า ว่าทำไมถึงต้องเป็นฉันด้วย ถ้าเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นวงจรของชีวิต เมื่อเกิดก็ต้องตาย ถ้าไม่ตายก็ไม่ครบวงจร การตายก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่เรายอมรับได้…พระอาจารย์ลาตรี ญีมา ทรักปา ริมโปเช ในการบรรยายเรื่อง การเดินทางครั้งสุดท้ายของชีวิต (Life’s Last Journey)
http://www.youtube.com/watch?v=00WxCsJaxiM

In Honor of the First Bon Buddhist Stupa of the West

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2549 พระสถูปพุทธเพินแห่งแรกของโลกตะวันตกก็ได้รับการสมโภชขึ้น รอยยิ้มของผู้มาร่วมงาน วินาทีที่ริบบิ้นได้ถูกตัด ควันไฟจากการถวายซัง ทำให้พวกเราแม้จะไม่ได้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์นั้นกลับสัมผัสได้ถึงความสุข ความเบิกบาน และความหวังสำหรับอนาคต ขอแสดงมุทิตาจิตต่อพระอาจารย์เท็นซิน นัมเกียล (ผู้ก่อตั้งสถาบันลิกมินชา) และทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการสร้างพระสถูปองค์นี้…นับเป็นความงอกงามทางจิตวิญญาณโดยแท้แม้ว่าพุทธเพินจะผ่านอคติต่างๆนานับประการหลายศตวรรษ มาวันนี้นิกายโบราณอันเป็นรากเหง้าโดยแท้ของศาสนาและวัฒนธรรมของทิเบตกำลังเติบโตและได้กลายมาเป็นวิถีการปฏิบัติสำคัญที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง ด้วยการปฏิบัติที่เข้มข้น การสืบสานภูมิปัญญาอย่างเคร่งครัดจากครูสู่ศิษย์ ด้วยความสมบูรณ์แบบของคำสอนที่ประสานวิถีแห่งพระสูตร ตันตระ และซกเช็นเข้าด้วยกัน

“พระสถูปประกอบด้วยส่วนที่แสดงธาตุทั้ง 5 พรหมวิหาร 4 และหนทางแห่งการตรัสรู้ที่เรียกว่า ภูมิ 10 การสร้างพระสถูปเป็นการแสดงขั้นตอนของการตรัสรู้ธรรม ในทิเบต จะมีการสร้างพระสถูปในบริเวณที่เกิดความขัดแย้ง ภัยพิบัติ ความรุนแรง ความไม่สงบ ข้าพเจ้าตั้งจิตอธิษฐานให้พระสถูปองค์นี้นำมาซึ่งสันติภาพและสันติสุขของชาวเม็กซิโก” เกเช เท็นซิน วังเกียล ริมโปเช http://www.youtube.com/watch?v=viM1MvPzw48&feature=related

In Praise of Kailash & Himalayan Mantra & Rhythm

This past Saturday the foundation organized another special event on Kailash and mantra singing by the celebrated nun, Ani Choying Drolma at Chulalongkorn University. It was a lovely afternoon filled with love & happiness. Thanks to all who came and took part in our effort to preserve Hiamalyan heritage. We are grateful to Ven. Ani la and Ven. Dr. Anil Sakya, who brought her to Thailand.

The hall was packed with interested audiences.

The event started with our prostrations together as an introduction to the project “26 Days Bowing to Earth”.

Ven. Dr. Anil chanted for auspiciousness before the sessions started.

Our friends Orawan & Kuhn offered their hands in doing an MC work as well as translations. Kuhn also showed his beautiful Kailash teaser.

Ani Choying Drolma sang non-stop for more than one hour. It’s such a lovely time with her.

As a gift of appreciation, the Foundation presented Ani la an image of Tara that we made in Thailand.

We also presented another Tara image to Ven. Anil. May his dharma work prosper and benefit countless beings!

Special thanks go to our Pandara staff who made this special event possible.

Tonglen Meditation

ทงเลน
การปฏิบัติธรรมแบบทิเบตที่พิเศษตรงที่สวนทางกับการหายใจหลักของเรา โดยปกติเวลาเราหายใจ เราไม่ได้สนใจลมหายใจมากนัก หรือแม้สนใจ เราก็ไม่ได้คิดถึงผู้อื่นขณะหายใจ ทงเลนเป็นการหายใจแบบสวนกระแส ด้วยการผ่อนลมออกแผ่ความสุขและความดีงามให้แก่ผู้อื่น ตั้งจิตว่าผู้อื่นได้รับพลังเมตตาที่เราส่งไปให้และเขามีความเบิกบานยินดี หายใจเข้าน้อมรับความทุกข์ของเขามาอยู่ที่ตัวเรา ตั้งจิตว่าความทุกข์ของพวกเขาหมดสิ้นไป การปฏิบัตินี้มีพื้นฐานอยู่ที่โพธิจิต ซึ่งหมายถึงจิตที่คิดจะยังประโยชน์ต่อสัตว์โลก จิตที่ปรารถนาให้สรรพสัตว์เข้าถึงการหลุดพ้น ความทุกข์ของผู้อื่นจะไม่สามารถทำร้ายเราได้เพราะความกรุณาในจิตใจของเราจะเป็นเกราะกำบัง ความทุกข์ที่เรารับเข้ามาจะแปรสภาพไปกลายเป็นความสุข ผู้ที่หมั่นทำทงเลนอยู่เสมอจึงเป็นผู้ที่เปี่ยมไปด้วยความสุข…ก่อนทำทงเลน จะมีวิธีนำลมไม่ดีในร่างกายออกไปก่อน ฝึกกักลมไว้บริเวณสะดือ แล้วจึงส่งและรับความสุขและความทุกข์ผ่านลมหายใจ…ในยุคสมัยของเราที่ความเห็นแก่ตัวได้บั่นทอนทุกสิ่งทุกอย่าง ได้กลายเป็นสาเหตุของสารพิษในผักผลไม้ ในแม่น้ำลำธาร ขอเชิญชวนให้พวกเรากล้าที่จะสวนกระแส กล้าที่จะหายใจที่แตกต่างเพื่อสร้างโลกของเราใหม่ นี่คือวิธีการบำบัดรักษาที่ทรงพลังและวิธีเยียวยาจักรวาลที่ไม่ต้องเสียเงินแม้บาทเดียว

ข้อคิดเตือนใจ

สิ่งสำคัญคือ
การเข้าใจว่าจิตของเรายึดกายเป็นฐาน
สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ข้างนอกเรา
ไม่ได้อยู่ที่บุคคลที่เราชอบหรือไม่ชอบ
แต่มันอยู่ที่ข้างในของเราเอง

แล้วดูว่ากายนี้ สิ่งสำคัญคืออะไร
คือกาย วาจา ใจ
แล้วกาย วาจา ใจ มีสิ่งใดควรกระทำ
กายมีหลักปฏิบัติที่ไม่ควรทำอยู่สามอย่าง
วาจามีหลักปฏิบัติที่ไม่ควรทำอยู่สี่อย่าง
และใจมีหลักปฏิบัติที่ไม่ควรทำอยู่สามอย่าง

เมื่อเราเข้าใจประเด็นเหล่านี้และ
เราปฏิบัติละเว้นอกุศลกรรม ทำแต่กุศลกรรม
เมื่อเป็นแบบนี้ จิตของเราจะอยู่ในระดับที่สูง
ขึ้นไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับการละอกุศลกรรม
ทางกาย เรื่องกา่รไม่ฆ่าสัตว์ การไม่ลักขโมย
การละอกุศลกรรมทางวาจาก็เช่นกัน ถ้าเรา
ให้ร้ายผู้ใด ดุด่าว่ากล่าวผู้ใด มันจะทำให้
ความโกรธเกิดขึ้นในตัวเราและตัวผู้ที่เราไป
ดุด่าว่าเขา เขาก็ต้องไม่พอใจ ใจเราก็ไม่เป็นสุข
ใจเขาก็ไม่เป็นสุข ไม่ใช่ว่าใจเราไม่เป็นสุขฝ่ายเดียว
การละอกุศลทางจิต ไม่คิดอยากได้ของผู้ใด
ไม่คิดอยากทำร้ายผู้ใด ไม่คิดหลงผิด
ถ้าเราละสามอย่างนี้ได้ จิตเราจะมีความสุขอยู่เป็นนิจสิน

เวลาเราเห็นคนนั่งสมาธิ ดูภายนอกเหมือนเขานั่ง
ได้สงบนิ่ง แต่เราไม่รู้ว่าใจข้างในเขาเป็นอย่างไร
ใจเขาอาจจะไปตามที่ต่างๆที่นึกถึง ไปทุกหนทุกแห่ง
ไปนึกถึงญาติ นึกถึงครอบครัว ไปนึกนู่นที่นั่นตลอดเวลา
นั่นไม่ใช่การนั่งสมาธิที่ดี แม้ว่าดูภายนอกจะสงบนิ่ง

ริมโปเชบอกว่าไม่รู้ว่าพวกเราเป็นแบบนั้นหรือปล่าว
แต่ว่า่หลายคนเป็น ท่านบอกว่าเวลาเรานั่งสมาธิ
ใจเราไปนู่นไปนี่ไหม ถ้ากาย วาจา ใจ ไม่ได้ละ
อกุศลกรรมทางกาย วาจา ใจที่พูดมา
ใจจะไม่มีวันเป็นสมาธิ เพราะการละอกุศลกรรม
ทางกาย วาจา ใจที่พูดมา เอื้อทำให้จิตมีความสุข
มีความเบิกบานอยู่ตลอดเวลา จิตที่มีความเบิกบาน
จะเข้าถึงสันติ แล้วเวลานั่งสมาธิจะนั่งได้ดี
แต่ถ้าไม่ได้ละอกุศลกรรมทางกาย วาจา ใจ
จะไม่มีวันนั่งสมาธิได้ดี

ข้อคิดจากท่านกุงกา ซังโป ริมโปเช
คัดลอกจากหนังสือ “อกุศลกรรม 10 ประการ”
อกุศลกรรมทางกาย
1. การฆ่าสัตว์ 2.การลักขโมย 3.การประพฤติผิดในกาม
อกุศลกรรมทางวาจา
1. การโกหก 2.การพูดยุงยง การพูดส่อเสียด
3. การว่าร้าย ด่าทอ 4.การนินทา
อกุศลกรรมทางใจ
1. ปรารถนาอยากได้ของผู้อื่น
2. ปรารถนาทำร้ายผู้อื่น หรือปรารถนา่ให้ผู้อื่นเป็นทุกข์
3. มิจฉาทิฏฐิ (ไม่เชื่อคำสอนในพระพุทธศาสนา ไม่เชื่อในกฏแห่งกรรม)