ใช้เวลาที่เรามีอยู่นี้ให้ดีที่สุด รักผู้อื่นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ พลังแห่งความกรุณาจะเยียวยาจิตใจของเรา รักษาเราให้รอด รักษาโลกของเราให้รอดเพราะพลังแห่งความรักเป็นพลังบวก หากพวกเราแผ่ความรักออกมาให้ได้มาก คิดบวกอยู่ตลอดเวลา จักรวาลจะได้รับการเยียวยา อย่าลืมว่าธรรมชาติที่เสียสมดุลย์เพราะมนุษย์เห็นแก่ตัว เพราะมนุษย์รักแต่ตัวเองและไม่เพียงแต่รักตัวเองแต่ยังทำร้ายผู้อื่น เอาประโยชน์จากผู้อืนในทุกรูปแบบ ในคัมภีร์ทิเบตไม่ได้พูดว่าโลกจะแตกปีใหม่นี้ แต่พูดว่าเราอยู่ในกลียุค เป็นยุคแห่งความมืดมนที่ผู้คนไม่อยากปฏิบัติธรรม เมื่อเราเข้าใจว่ายุคนี้เป็นอย่างไรและเราควรจะดำรงชีวิตอย่างไร กลียุคก็เป็นเวลาแห่งความสุขได้ค่ะ

Advertisements

Teachings by Tibetan Master

กิจกรรมภาวนาและบรรยายธรรมโดยพระอาจารย์ลาตรี เคนโป เกเช ญีมา ทรักปา ริมโปเช

กำหนดการเยือนประเทศไทยของริมโปเช 9 กุมภาพันธ์ – 9 มีนาคม 2555

ขอเชิญผู้สนใจร่วมภาวนา ฟังธรรม และบำเพ็ญบุญกุศล นำภาวนาโดยพระอาจารย์ลาตรี เคนโป เกเช ญีมา ทรักปา ริมโปเช (Latri Khenpo Geshe Nyima Dakpa Rinpoche) คุรุชั้นนำของทิเบตที่ได้สร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมในหลายประเทศทั่วโลก ผู้แต่งหนังสือเรื่อง Opening the Door to Bon บรรยายภาษาอังกฤษ แปลเป็นภาษาไทยโดยรศ.ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์

กำหนดการ
11-12 กุมภาพันธ์ 2555 : การประชุม/เสวนาเรื่อง “การเดินทางของชีวิตกับจิตใจ” (Journey of Life and Mind) เปิดตัวหนังสือ “ประตูสู่พุทธเพิน แสงธรรมจากทิเบต” (Opening the Door to Bon) ณ ห้อง 105 อาคารมหาจุฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา 09.00-16.30 น. ร่วมเสวนาเพื่อเพิ่มมิติใหม่ให้กับชีวิตในหลากหลายแง่มุมของการเดินทางทั้ง นอกและในโดยวิทยากรเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ ได้แก่ พระอาจารย์ลาตรี เคนโป เกเช ญีมา ทรักปา ริมโปเช (Latri Kenpo Geshe Latri Nyima Dakpa Rinpoche) ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ ดร. อาทิตย์ ชีระวณิชย์กุล อาจารย์เศรษฐพงศ์ จงสงวน อาจารย์เดวิด บุญทวี คุณนพดล ปัญญาวุฒิไกร คุณปรัชวัน เกตวัลห์ คุณกุณฑ์ สุจริตกุล และวิทยากรพิเศษจากรายการเสาร์๕
สำหรับวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 นอกจากการเสวนาเรื่องการเดินทางแล้วจะมีบรรยายธรรมและกิจกรรมภาวนา “การเดินทางครั้งสุดท้ายของชีวิต” (Life’s Last Journey) เพื่อเรียนรู้วิธีเจริญสติในขณะสุดท้ายของชีวิตและเทคนิคการดำรงชีวิตอย่าง มีคุณค่า ในงานแจกของขวัญธรรมะ จำหน่ายหนังสือในราคาพิเศษ ทำบุญสนับสนุนกิจกรรมตามจิตศรัทธา
14-17 กพ.54 : ภาวนาในวิถีซกเช็น “ศานติแห่งชีิวิต” ระดับ 1 ตอน ความเบิกบานของจิต ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน 4 วัน 3 คืนกับการทำความรู้จักจิตเดิมแท้ที่บริสุทธิ์กระจ่างใสเพื่อความสุขที่ ยั่งยืนในชีวิต บริจาคร่วมกิจกรรม 2000-4000 บาท เป็นค่าอาหาร ค่าแรงคนงานและค่าใช้จ่ายอื่นๆ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายถวายพระอาจารย์
18-19 กพ.54 : งานวันมหาพุทธบูชาเพื่อกรุณาและสันติสุข ครั้งที่ 3 ณ​ ศูนย์ขทิรวัน ถวายเครื่องบูชา  5000 ที่ ณ บริเวณก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป พิธีอภิเษกรูปเคารพพระอารยาตารามหาโพธิสัตว์ พิธีฉลองสถูปมนตร์ เสวนาเรื่องศิลปะกับศรัทธาพร้อมกิจกรรมประมูลภาพวาดของกลุ่มศิลปินหัวหิน เพื่อพระมหาสถูป เรียนรู้เทคนิคการเจริญสติในชีวิตประจำวัน และจบงานด้วยการปล่อยปลา 100,000 ตัวเนื่องในวันปีใหม่ทิเบตร่วมกัน *ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพสนับสนุนการจัดงาน
22-23 กพ.54 (วันปีใหม่ทิเบต) : ริมโปเชแสดงปาฐกถานำที่การประชุม World Congess on Child Hospice (CHI22) ณ โรงแรมแลนมาร์ค
3-6 มีค 54: ภาวนาบนวิถีซกเช็น “ศานติแห่งชีวิต” ระดับ 2 ตอน ความสงบและกระจ่างของจิต ณ ศูนย์ขทิรวัน  4 วัน 3 คืนกับการฝึกทำสมาธิ “อาทริ” (A-tri) เพื่อจิตเป็นสมถะ (ผู้เข้าอบรมต้องได้เคยภาวนาในคอร์สซกเช็นหรือภาวนาเงินโดรมาก่อน) บริจาคเข้าร่วมกิจกรรม 2000-4000 บาท
7-8 มีค 54 : มาฆบูชาภาวนา สมาธิภาวนาถึงพระแม่ชัมมาและถวายมันดาลา (Chamma Mandala Practice) ฝึกจิตให้คิดบวกและเปี่ยมไปด้วยความรักความกรุณาต่อผู้อื่น รับ “ลุง” (transmission) เพื่อการปฏิบัติในระดับลึกซึ้งต่อไป บริจาคเข้าร่วมกิจกรรม 500-2000 บาท

ริงกุ ทุลกุ ริมโปเชสอนคัมภีร์คลาสสิคของพระพุทธศาสนามหายาน “โพธิจรรยาวตาร” รจนาโดยท่านศานติเทวะ นักปราชญ์และโยคีชาวอินเดียในศตวรรษที่ 8 คัมภีร์นี้เป็นคู่มือของผู้ปรารถนาที่จะดำรงชีวิตบนวิถีพระโพธิสัตว์ ไม่ว่าริมโปเชจะอยู่ที่ใด ท่านจะอัดเสียงคำ สอนให้ลูกศิษย์ซึ่งเป็นใครก็ตามที่ปรารถนาจะศึกษาคัมภีร์ทางอินเทอร์เน็ต โดยคำสอนของท่านจะใช้อรรถกถาของท่านเคนโบ กุนปัลในศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นศิษย์ของพระอาจารย์ปัลทรูริมโปเช ท่านเคนโป กุนปัลศึกษาคัมภีร์นี้กับปัลทรู ริมโปเชถึง 40 ครั้งจึงมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่ริมโปเชได้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่สอนคัมภีร์นี้ให้ แก่ผู้สนใจวิถีพระโพธิสัตว์…สามารถตามอ่านได้ใน http://www.youtube.com/watch?v=0U8Av9WmFHk

อดีตเจ้าชายผู้เสด็จหนีจากพิธีราชาภิเษก กลายมาเป็นพระภิกษุในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของอินเดียโบราณที่ชื่อว่า นาลันทา แต่ในระหว่างที่พำนักอยู่ที่นาลันทา ท่านได้ชื่อว่าเป็นพระที่เกียจคร้านที่สุด ได้แต่กิน นอน และขับถ่ายเท่านั้น จนพระภิกษุในมหาวิทยาลัยต้องการขับไล่ท่าน จึงได้คิดอุบายให้ท่านแสดงธรรมต่อหน้าสาธารณชนจำนวนมาก ด้วยคิดว่าเมื่อแสดงไม่ได้ ท่านจะได้จากไป แต่ตรงกันข้าม ศานติเทวะแสดงธรรมลึกซึ้งจากใจในหัวข้อ “โพธิจรรยาวตาร” โดยที่ไม่มีใครเคยได้สดับฟังมาก่อน ขณะแสดงธรรม หลายคนเห็นว่าเบื้องหน้าของท่านมีพระมัญชุศรี พระโพธิสัตว์แห่งปัญญาประทับอยู่ และเมื่อแสดงจนถึงบทที่ 9 ว่าด้วยปัญญา ท่านศานติเทวะกับพระมัญชุศรีในเบื้องหน้าของท่านก็ลอยขึ้นไปจากธรรมมาศน์ ลอยขึ้นจนหายไปจากโลกนี้…

The Way of Dzogchen: Introduction

บางส่วนจาก “วิถีแห่งซกเช็น”
หนังสือสายธารเล่มที่ 5 (อยู่ในระหว่างจัดทำโดยมูลนิธิพันดารา)
พระอาจารย์ลาตรี ญีมา ทรักปา ริมโปเช
(Excerpts from “The Way of Dzogchen” by Latri Nyima Dakpa Rinpoche)

หนทางแห่งการฝึกตน
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่อาตมาสอนซกเช็นอย่างจริงจังในประเทศไทย ในช่วงเวลาสี่วันที่เราจะอยู่ด้วยกันนี้ อาตมาจะบรรยายแนวคิดสำคัญของซกเช็นและจะแนะนำวิธีการภาวนา แต่ก่อนที่เราจะทำความเข้าใจว่าซกเช็นคืออะไร มีวิธีปฏิบัติอย่างไร เราต้องเห็นภาพรวมของพระพุทธศาสนาในทิเบตก่อน
การสอนพระธรรมในวัชรยานโดยปกติมีสามหนทาง หนทางแรกคือ “พระสูตร” (Sutra) เน้นการศึกษาพระสูตรซึ่งเป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในทิเบตผู้ที่ศึกษาสายนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักบวชซึ่งไม่เพียงแต่อ่านพระสูตรแต่ยังท่องจำเนื้อความในพระสูตร คนทั่วไปไม่ค่อยได้มีโอกาสศึกษาพระสูตรเท่าไรนัก ผู้ที่ศึกษาปฏิบัติตามแนวนี้จะเน้นการละโลก (renunciation) ด้วยเหตุนี้ แนวนี้จึงเป็นหนทางหลักในการปฏิบัติธรรมของนักบวช แล้วทำไมเราถึงต้องไปบวช นั่นเป็นเพราะเราไม่ต้องการยึดติดกับโลก ไม่ต้องการยึดติดกับครอบครัว

ปัจจุบันวัดในทิเบตทำหน้าที่สองอย่าง อย่างแรกคือเป็นสถานที่ให้ผู้คนปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงการหลุดพ้น สามารถละโลกได้ อย่างที่สองคือเป็นสถานที่เพื่อการศึกษาเล่าเรียน บางคนมาอยู่วัดเพียงเพื่อมาบวชเรียนแต่ไม่ได้มีปณิธานเพื่อการหลุดพ้น แต่ไม่ว่าจะด้วยปณิธานใด นักบวชจะต้องศึกษาพระสูตรเป็นสำคัญ
หนทางในการศึกษาพระธรรมแบบที่สองเรียกว่า “ตันตระ” (Tantra) เป็นการตั้งปณิธานที่จะดำรงอยู่ในโลก ไม่ละโลก ตั้งใจเปลี่ยนโลกให้เป็นพุทธเกษตร ซึ่งเป็นสวรรค์ของพระพุทธเจ้า อากาศร้อนก็งดงาม อากาศเย็นก็เป็นสิ่งที่งดงาม ทุกอย่างเป็นลักษณะของพระพุทธเจ้าที่เราปฏิบัติบูชา เช่น หากเราเป็นผู้ปฏิบัติบูชาพระแม่ตารา เมื่อเราเห็นภูเขา เราก็คิดว่าภูเขานั้นเป็นพุทธเกษตรของพระองค์ การปฏิบัติในสายนี้จะเน้นการสวดมนตร์ เน้นการบริกรรมภาวนาเพื่อเปลี่ยนจิตของเราให้เป็นเสมือนจิตของพระพุทธเจ้า นั่นคือ เน้นการเปลี่ยนโลก (transformation) ผู้ที่ปฏิบัติในทิเบตจริงๆแล้วจะปฏิบัติแนวนี้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นฆราวาสหรือนักบวชก็ตาม
หนทางในการศึกษาพระธรรมแบบที่สามเรียกว่า “ซกเช็น” (Dzogchen) เป็นหนทางพิเศษที่สอนเฉพาะบุคคล ไม่เปิดให้คนทั่วไปได้ปฏิบัติ ในอดีตแทบจะไม่มีใครได้ฝึกฝนหรือศึกษาหนทางนี้เลย นอกจากผู้ที่ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของคุรุทางด้านซกเช็น แล้วคุรุมอบคำสอนนี้ให้ ดังนั้นทุกวันนี้ถ้าเราไปถามคนทิเบตเกี่ยวกับซกเช็น พวกเขาส่วนใหญ่จะตอบไม่ได้ แต่หลังจากที่ทิเบตเสียเอกราช พระอาจารย์หลายท่านได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในโลกตะวันตก ท่านคิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องสอนพุทธวัชรยานในทุกแง่มุมเพราะว่านักวิชาการทั่วไปในโลกตะวันตกมีความต้องการที่จะเข้าใจ ถ้าไม่สอน พวกเขาก็ไปศึกษาเอง แต่การศึกษาเองมีโอกาสที่จะเข้าใจผิดได้ง่าย ดังนั้นพระอาจารย์ในปัจจุบันจึงเริ่มสอนซกเช็นกันและมีการเขียนหนังสือออกมาด้วย
หนทางซกเช็นนี้เราพบเฉพาะในสองนิกาย คือนิกายเพิน (ยุงตรุงเพิน) และนิกายญิงมาปะ (Nyingmapa) ซึ่งเป็นนิกายโบราณทั้งคู่โดยเพินมีประวัติความเป็นมา 18,000 ปีก่อนตั้งแต่สมัยพุทธกาลของพระพุทธเจ้าเติมปา เชนรับ ส่วนญิงมาปะมีประวัติความเป็นมาประมาณ 1200 ปีเริ่มก่อตั้งโดยพระคุรุปัทมสัมภวะในศตวรรษที่แปดที่มีการเผยแผ่พระธรรมจากอินเดียมาสู่ทิเบต
เพินเป็นนิกายที่ถูกทำร้ายมาตลอดด้วยอคติที่ฝังรากลึกซึ่งกำเนิดมาด้วยเหตุผลทางการเมือง แต่ถ้าเราจะสรุปสั้นๆคือว่าเป็นพุทธศาสนาที่มีมาตั้งแต่โบราณกาลและได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของชาวทิเบต ทุกวันนี้ประเพณีต่างๆของทิเบตก็ล้วนแต่นำมาจากพระพุทธศาสนานิกายนี้ทั้งสิ้น เเช่น ประเพณีการมอบผ้าคาตัก การกราบอัษฎางคประดิษฐ์ การปั้นตอร์มา ซึ่งล้วนเป็นประเพณีดั้งเดิมที่ไม่เคยมีมาก่อนในอินเดียแต่มีอยู่แล้วในทิเบตก่อนศตวรรษที่เจ็ด
ในนิกายเพินและญิงมาปะ คำสอนซกเช็นเป็นคำสอนสูงสุดในบรรดาเก้าขั้นตอนของการศึกษาและปฏิบัติธรรม กิจกรรมภาวนาในครั้งนี้เน้นซกเช็น การศึกษาของเราจึงเป็นการข้ามขั้นซึ่งจริงๆแล้วในอดีตเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ แต่ที่เราฝึกได้เป็นเพราะเราอยู่ในโลกสมัยใหม่ สังคมสมัยใหม่มีความซับซ้อนและมีปัญหามาก

ดังนั้นการฝึกซกเช็นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะทำ ขณะนี้สังคมกำลังแย่ โลกกำลังเสื่อมโทรม ถ้าเราไม่เปลี่ยนทัศนคติ เราไม่สามารถไปรอดได้ อย่างไรก็ตาม ถึงเรามาเริ่มฝึกซกเช็นกันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะขึ้นไปที่ขั้นที่เก้าเลย เราต้องเริ่มด้วยการปรับเปลี่ยนทัศนคติ ปรับเปลี่ยนจิตใจของเราก่อน เราอาจจะเป็นพุทธเถรวาทหรือเราอาจไม่ได้เรียกตัวเองว่าเป็นพุทธ แต่เราสามารถรับคำสอนนี้เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ซึ่งจะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น ทำให้จิตใจของเราใหญ่ขึ้น ทำให้เรามีมุมมองที่ถูกต้องเกี่ยวกับธรรมชาติ เกี่ยวกับจิตของเราเอง

Report on the Flood Relief Efforts and Charity Activities for Children

Tarn Namjai Funds, the Thousand Stars Foundation, November 2011 – January 2012

กองทุนธารน้ำใจ มูลนิธิพันดารา ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2554 ถึงเดือนมกราคม 2555

Upcoming Activities
1. A visit to the Karen children school, Palau Waterfall, Hua-Hin to donate winter wear and clothing the foundation received from K. Amporn Luenglakhanawalai and others, milk and food for the children. Tentative date: 26 December 2011.


2. An activity to bring songs and happiness to Tanaporn School. As a Thai singer Kal is interested to do volunteer work with the foundation the second week of January, our project will take this opportunity to take Kal to the school and give lunch to the children and the teachers on the occasion of the children’s day. Tentative date for the activity: 12 January 2012.
More detail will be announced.

In 2012 we also hope to make donations with Tibetan children both in Tibet and in an exile community in India. The flood relief project enabled us to follow our aspiration to help children, no matter what ethnicity or religious tradition they belong to, and to serve the Thai society. We thank all donors and volunteers who made this task possible.

กิจกรรมที่ทางโครงการฯจะดำเนินงานต่อ
1. ธารน้ำใจสู่โรงเรียนบ้านเด็กกะเหรี่ยง
เนื่องจากคุณอัมพร เหลืองลักขณาวลัยได้บริจาคผ้าห่มที่ใช้แล้วแต่ได้ซักรีดอย่างดี จำนวน 23 ผืน และทางมูลนิธิได้รับบริจาคเสื้อหนาวและเสื้อผ้าในสภาพดีอีกจำนวนหนึ่ง ประกอบกับกรรมการเลขานุการของมูลนิธิ คุณพฤหัส มีเสนได้อนุเคราะห์อุปกรณ์กีฬา จึงเห็นควรนำของบริจาคดังกล่าวไปมอบให้แก่โรงเรียนบ้านเด็กกะเหรี่ยงซึ่ง อยู่ในความดูแล ของตำรวจตะเวนชายแดน น้ำตกป่าละอู อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กำหนดวันไปมอบของประมาณวันที่ 26 ธันวาคม 2554 ซึ่งในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะนำเงินกองทุนส่วนหนึ่งจัดซื้อนมและขนมเพื่อบริจาคเพิ่มเติม


2. ธารน้ำใจนำเสียงเพลงและความสุขสู่น้องๆโรงเรียนธนพร
เนื่องจาก นักร้อง คุณแคลอรีน Kal ได้แสดงความจำนงจะมาทำงานเป็นจิตอาสาให้มูลนิธิในช่วงสัปดาห์วันเด็ก และทางมูลนิธิไม่สามารถจัดงานบิ๊กคลีนนิ่งให้ทางโรงเรียนธนพรตามที่ได้เคย รับปากไว้ จึงเห็นควรจัดกิจกรรมวันเด็กที่โรงเรียนเพื่อมอบความสุขกลับมาสู่เด็กๆและ คณะครู ณ ที่ทำการใหม่ของโรงเรียน โดยกิจกรรมจะประกอบด้วยการเลี้ยงอาหารกลางวันน้องๆและคณะครู และกิจกรรมร้องเพลง ทั้งนี้ในระหว่างนั้นทางครอบครัวคุณหมอเซดอร์จากลาซาพร้อมลูกชายอายุ 7 ปีจะได้ไปร่วมกิจกรรมด้วย ซึ่งจะทำให้น้องชาวทิเบตได้แลกเปลี่ยนกับน้องๆชาวไทย กำหนดวันจัดงาน : วันที่ 12 มกราคม 2555 (จะยืนยันกำหนดวันอีกครั้งหนึ่ง) ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ทางโครงการฯจะได้นำเงินกองทุนส่วนหนึ่งมาจัดซื้ออาหารกลางวัน ทางศูนย์ขทิรวันจะนำผลไม้มาแบ่งปัน


ในปี 2555 นี้เรายังมีกิจกรรมธารน้ำใจสู่เด็กยากไร้ทั้งในทิเบตและชุมชนทิเบตอพยพใน อินเดียอีกด้วยค่ะ การได้ดำเนินโครงการธารน้ำใจทำให้มูลนิธิได้ดำเนินงานตามปณิธานอย่างหนึ่งใน การช่วยเหลือเด็กๆโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติหรือศาสนา และได้ดำเนินสาธารณประโยชน์ในประเทศไทยอันเป็นวัตถุประสงค์หนึ่งของมูลนิธิ พันดารา ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้การสนับสนุนอีกครั้งหนึ่ง

Summary of Income and Expenses
รายจ่ายธารน้ำใจเพื่อโรงเรียนธนพร วันที่ 13 ธันวาคม 2554 (เฉพาะที่เบิกจากกองทุนธารน้ำใจพันดารา)
1. โต๊ะเก้าอี้สำหรับเด็กอนุบาลและเด็กประถม 65 คน เป็นเงิน 45,150 บาท
2. เครื่องนอนเด็กเล็ก 30 ชุด เป็นเงิน 8100 บาท
3. นมเปรี้ยว ขนมเลี้ยงเด็กนักเรียน 582 บาท
4. ค่าเช่ารถกะบะขนของจากบ้านมูลนิธิมาโรงเรียน 800 บาท
รวมเป็นเงิน 54,632 บาท


Expenses for Tanaporn School (Only those deducted from the Funds)
1. Desks and chairs for 65 schoolchildren, 45,150 baht
2. Beddings for 30 kindergarten kids, 8100 baht
3. Yoghurt drinks and cookies, 582 baht
4. Cost of pick-up rent, 800 baht
Total: 54,632 baht


รายจ่ายธารน้ำใจเพื่อโรงเรียนวัดป่าวไลย ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ วันที่ 13 ธันวาคม 2554
โดยตัวแทนมูลนิธิพันดารา กรรมการมูลนิธิคุณอัมพร เหลืองลักขณาวลัย คุณมรกตและคณะจิตอาสาได้มอบอุปกรณ์กีฬาแก่เด็กๆ เนื่องในโอกาสที่โรงเรียนเป็นเจ้าภาพกีฬาสีเก้าโรงเรียนโดยทางโรงเรียนได้ขอ ความอนุเคราะห์มาที่โครงการธารน้ำใจพันดารา ค่าใช้จ่าย 6,761 บาท

รายชื่อผู้ร่วมทำบุญอุปกรณ์กีฬา
1.คุณดวงกมล ยิ่งวรากุล  500 บาท
2.ร้านพรประสิทธิ์เครื่องเขียน 736 บาท


Expenses for Wat Pa Walai School, Hua-Hin
The school requested the support of sports equipment from the foundation. The value is 6,761 baht (only 5,500 baht deducted from the Funds; the amount of 1,236 baht was received as a donation from K. Duangkamol Yingwarakul 500 baht and Pornprasit Shop 736 baht).


Summary of the Expenses (excluding the value of the donations in kinds)

รายจ่ายกองทุนธารน้ำใจพันดารา

Bangphood, Pathumthani Flood Relief Effort 54,361 baht

รายจ่ายปทุมธานี (บางพูด)   54,361 บาท


Bangbuathong, Nonthaburi Flood Relief Effort 72,193 baht

รายจ่ายนนทบุรี (บางบัวทอง)                       72,193 บาท

Pakkret, Nonthaburi Flood Relief Effort 7,641 baht

รายจ่ายนนทบุรี (ปากเกร็ด)                           7,641 บาท

Sangkharajawas School, Singburi Flood Relief Effort 36,108 baht

รายจ่ายสิงห์บุรี (โรงเรียนสังฆราชาวาส)          36,108 บาท

Tanaporn (St.Mary-Anne) School, Bangbuathong, Nonthaburi Flood Relief Effort 54,631 baht

รายจ่ายนนทบุรี (โรงเรียนธนพร บางบัวทอง)    54,632 บาท

Wat Pa Walai School, Nongplub, Hua-Hin, Prajuabkhirikhan 6,761 baht

รายจ่ายประจวบฯ (โรงเรียนวัดป่าวไลย หัวหิน)    6,761 บาท

Total 231,696 baht (Report on 20 December 2011)

รายจ่ายทั้งหมดของกองทุนธารน้ำใจพันดารา (ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2554)   231,696 บาท


New Year Retreat

กิจกรรมภาวนา “สวดมนต์ข้ามปีแบบทิเบต”
ถวายดวงประทีป 1000 ดวง สวดพระนามพระพุทธเจ้า 1000 องค์
31 ธันวาคม 2554 ถึง 2 มกราคม 2555

New Year Retreat

Making 1000 Light Offerings and Reciting the Names of the 1000 Buddhas

31 December 2011-2 January 2012

ขอเชิญร่วมสวดมนต์ ทำสมาธิแบบทิเบต ตั้งจิตอธิษฐานเพื่อชีวิตที่ประเสริฐในปี 2555 และพักผ่อนกายใจในบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์และผ่อนคลายของธรรมชาติ ณ ศูนย์ขทริวัน สถานปฏิบัติธรรมของมูลนิธิพันดาราและพุทธสถานเพื่อสันติภาพ ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นำภาวนาและสวดมนต์โดย รศ.​ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ (อดีตนักวิชาการรั้วจามจุรีที่แปรเปลี่ยนชีวิตมาเป็นผู้จาริกแสวงบุญเดินตามรอยเท้าของพระอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่) และอ.เยินเต็น (อดีตพระภิกษุวัดตกเต็นในทิเบตที่อุทิศชีวิตและจิตใจเพื่อเผยแผ่ภูมิปัญญาโบราณของทิเบตสู่สังคมสมัยใหม่)

ที่พัก
ทางศูนย์ขทิรวันจะจัดที่พักให้ที่เรือนทศบารมี (มีสิบห้องนอน) และเต้นท์เดี่ยว พร้อมเครื่องนอน

อาหาร
ทางศูนย์ฯบริการอาหารมังสวิรัติแบบเรียบง่ายสามมื้อ พร้อมน้ำปานะ ขนม ผลไม้

รูปแบบกิจกรรม
สวดมนต์ ทำสมาธิ เดินภาวนา สวดมนตรา


การแต่งกาย
แต่งกายตามสบายที่เรียบง่ายและเข้ากับบรรยากาศของธรรมชาติและการปฏิบัติธรรม ไม่ใส่สีดำ ในวันปีใหม่ขอเชิญชวนทุกท่านใส่เสื้อใหม่เพื่อเป็นมงคลกับชีวิต ในช่วงนี้เนื่องจากมีอากาศเย็นในเวลากลางคืนและเช้าตรู่ ขอให้เตรียมเสื้อหนาวบางๆหรือผ้าคลุมไหล่ไปด้วย

บริจาคร่วมกิจกรรม
500-2000 บาท (ตามกำลัง) เป็นค่าอาหาร 6 มื้อ อาหารว่าง 4 มื้อ ค่าแรงคนงานและค่าสาธารณูปโภค

ลงทะเบียนล่วงหน้า

Email: 1000tara@gmail.com โทร 0878299387 หรือ 0833008119

วันสุดท้ายของการลงทะเบียน 25 ธันวาคม 2554

โอนค่าลงทะเบียนล่วงหน้าที่ บัญชี “มูลนิธิพันดารา” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแควร์ เลขที่ 038-4-31667-8

กรุณาอีเมล์หรือโทรสารสลิปโอนเงินที่ 025114112


กำหนดการ
วันที่ 31 ธันวาคม 2554
15.00 น. พบกันที่ศูนย์ขทิรวัน เก็บสัมภาระ พักผ่อน
16.00 น. ปฐมนิเทศและภาวนาในสถูปมนตรา
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น
20.00 น. ถวายดวงประทีป 1000 ดวงแด่พระพุทธเจ้า 1000 องค์
21.00 น. เริ่มสวดพระนามของพระพุทธเจ้า 250 องค์
24.00 น. ตั้งจิตอธิษฐานเพื่อชีวิตที่ประเสริฐในคืนสิ้นปีเก่าเข้าสู่เช้าวันปีใหม่ สวดมนตราสลายบาปกรรมเป็นการขอขมาต่ออกุศลกรรมที่อาจได้เคยประกอบมาในปีนี้และในอดีตกาล อุทิศบุญกุศลเพื่อสัตว์โลกอันไม่มีประมาณ

วันที่ 1 มกราคม 2555
06.30 น. ดื่มน้ำปานะ
07.00 น. เริ่มวันปีใหม่ด้วยการนั่งสมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์ ถวายมันดาลาแด่พระพุทธเจ้า ถวายซัง (กำยานหอม) ตามประเพณีทิเบต
09.00 น. รับประทานอาหารเช้า
10.00 น. ทำสมาธิ
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. สวดพระนามพระพุทธเจ้า 250 องค์
15.00 น. พัก
16.00 น. เดินภาวนาหรือนั่งสมาธิในสถูปมนตราตามอัธยาศัย
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น
20.00 น. สวดพระนามพระพุทธเจ้า 250 องค์
21.00 น. ทำบุญให้แก่ผู้ล่วงลับ
21.30 น. อุทิศบุญกุศล

วันที่ 2 มกราคม 2555
06.00 น. ดื่มน้ำปานะ
06.30 น. ประกอบบุญกุศลในวันที่สองของปีใหม่ด้วยการนั่งสมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์ ถวายเครื่องบูชาใหญ่แด่พระอารยาตารามหาโพธิสัตว์ ถวายซัง
09.00 น. รับประทานอาหารเช้า
10.00 น. สวดพระนามพระพุทธเจ้าอีก 250 องค์ จนครบ 1000 องค์
11.30 น. แลกเปลี่ยนประสบการณ์และอุทิศบุญกุศลในการสวดมนต์ข้ามปีร่วมกัน
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. ออกเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

Report on the Reaching Out to Tanaporn School

The Thousand Stars Foundation

Flood Relief Projects 2011 (Tarn Namjai Projects)

Nonthaburi, Thailand

Reaching Out to Tanaporn (St. Mary-Anne) School

***

13 December 2011

Sainoi Sub-district, Bangbuathong District, Nonthaburi Province

Our effort this time went to the Tanaporn (St. Mary-Anne) school, which is located in Bang buathong, one of the most heavily flooded areas in Nonthaburi Province. The small school of 65 students (in 2011) was established by Ms. Gamonsrong Udomdej, who is of a Catholic devout family.

The school has K.1 to P.6 students. It was under two meter of water for more than two months. The water was gone only on the 11th of this month. Since the school is all damaged, the students started their studies this semester at the house of Ms. Gamonsrong, the director in Sainoi district in Nonthaburi Province.

As a private school, it is hard for Tanaporn to get supports from the government. When we went to see Gamongsrong at her home two weeks ago, she told us that she and her husband approached several government and private sectors asking for help. But their requests were turned down because they were informed that the school is a private one. There is no policy for it. Gamongsrong mentioned that she was so disappointed and in despair that she thought there was no other way but to close the school. But when she was informed that all the children wanted to come back to the school and all the teachers who also suffer badly from the floods are enthusiastic to come and teach, she felt inspired to go on.

As the school badly needs help, and it has a lot of potential given their backgrounds of having received several awards, particularly for autism child program, the foundation wanted to reach out to them at this particular moment when they need it most. We believe that our effort would inspire others to come and help them too. So that is the beginning of our effort on 13 December 2011, the first day of the school at the new house.

And the reach out is truly a reward. We were happy to see the kids enjoy the new classrooms with the facilities like desks, chairs and whiteboards among others, donated by the foundation funds and contributions from our friends. It was a joy to see happiness in everyone’s eyes, to hear children’s laughters and hopes renewed.

The school offered us a simple lunch. It was so simple but cooked with love that we felt so touched.

Later that afternoon we went with Mr. Pakapol, the school manager to witness the damage by the floods. What happened is beyond imagination. It will take months to heal the wounds.

Although teaching can’t be done here now, the teachers will continue their work for the kids. Flooding can’t destroy their hopes and dreams…

List of Contributors to the Foundation Funds after the Singburi Project

1. The Bridge Fund (US$10,000, approx. 30,000 baht)

2. Mrs. Amporn Luenglakhanavalai (5000 baht)

3. Oranuch Chomchengphaet (5000 baht for buying a cooler)

4. Ms. Parida Sukprasert (3000 baht)

5. Ms. Tanomsri Paemthipmanus (1000 baht)

6. Ms. Pakpring Kasempanthai (500 baht)

7. Mr. Suwas Wutthichairatanaporn (2000 baht for buying beddings)

8. Mr and Mrs. Leo Duse; Mr. and Mrs. Christopher Duse (18,000 baht)

9. Mr. Somnuek Wiroonpong (10,000 baht)

Together with the remaining funds previously received, we bought the following items for the school

List of Things Donated to the Tanaporn School:

1. Tables, desks and chairs for 65 children (Foundation Funds, value 45,150 baht)

2. Beddings for 30 kindergarten children (Foundation Funds and Mr. Suwat Wutthichairatanaporn , value 8100 baht)

3. Ten white boards (Mrs. Nutthida Phungthammasakul and friends, value 21,000 baht)

4. Educational materials and survival kits (Mrs. Nutthida)

5. Printer (Dr. Soraj Hongladarom, value 2990 baht)

6. Kitchen utensils (Mrs. Nutthida; Ms. Prachawan Ketavan; Mrs. Kanjana Surasarang)

7. Cooler (Ms. Oranuch Chomcherngphaet, value 4990 baht)

8. Plates and cups, 90 sets (Mrs. Janyong Nuttavutsit)

9. Spoons and forks, 90 sets (Mrs. Duangjai)

10. Two fans (Khadiravana Center)

11. Pingpong table and a pingpong set (Ken)

12. Dolls (Nana and Nadia)

13. Educational materials (Ms. Prachawan)

14. Books (Ms. Pilaratana Intrarapalit)

15. Educational materials, dried foods, dolls, drinks and books (Ms. Tamon Thirajirachote)

16. Two fans (anonymous)

17. Educational materials, paints and 11 cartons of milk (anonymous)

The primary schoolchildren are happy in their new classroom with desks and chairs donated by our project.

The foundation wishes to thank our foundation board, volunteers and all the donors who contribute to the flood relief funds.

Message from Ms. Gamonsrung Udomdej (School director):

“I am highly grateful to Dr. Krisadawan Hongladarom. The kids are very happy. I don’t have any words to express. Everything is inside my mind. Tears are coming out all the time. Now you must have understood me very well. I pray to God thanking him for sending you to us, for helping us to be able to stand up again. Today you went to the school with Ajarn Dao. You might see that falling while standing is very hard. I am truly grateful to you and all the donors. My letter will follow.”

(กราบขอบพระคุณท่าน ดร. เป็นอย่างสูง เด็กๆทุกคนมีความสุขมาก. ผอ. ไม่ทราบจะกล่าวอะไรดี.ทุกอย่างมันอยู่ข้างในประทับใจอย่างบอกไม่ถูก น่้ำตาจะออกมาตลอดเวลา. ท่านคงเข้าใจผอ.ดี. ผอ. ภาวนากราบขอบคุณพระเจ้าที่ส่งท่านมา. ให้ผอ. กลับมายืนได้เพราะท่านจริงๆ. วันนี้ท่านเข้าไปโรงเรียนกับท่านอ. ดาว. ท่านคงได้เห็นแล้วว่า. การล้มทั้งยืนมันหนักมากจริงๆ. กราบขอบพระคุณท่าน. และผู้ร่วมบริจาคทุกๆท่านด้วยนะค่ะ.ส่วนจดหมายจะตามไปนะค่ะ)