Life Reflections : Journey to Inner Wisdom

มีผู้ถามว่าทำอย่างไรเราจึงจะสลายกำแพงแห่งความแตกต่างที่กั้นขวางความเป็นมนุษย์ที่สากลของเราไว้ ที่ทำให้เราเห็นผู้อื่นแตกต่างจากเรา ที่ทำให้เราไม่อยากคุยกับผู้ที่นับถือศาสนาที่ไม่ใช่วิถีแห่งจิตวิญญาณของเรา คำตอบที่ได้ให้คือ เราต้องเกิดการตระหนักรู้หรือตกผลึกภายใน การตระหนักรู้นี้จะทำให้เราไม่เห็นความแตกต่างของกันและกัน จะทำให้เราไปไกลกว่าขีดจำกัดแห่งตัวตนที่เราและสังคมร่วมกันสร้าง สังคมจะเกิดสันติสุขเมื่อเราไม่ให้วิถีภายนอกมาเป็นทางเลือกเดียวของชีวิต แต่เราอนุญาตให้ชีวิตภายในของเรา เติบโต เมื่อวิถีภายในงอกงาม การตระหนักรู้จะเกิดขึ้น และเมื่อนั้น เราจะไปไกลกว่าคำว่า พุทธ คริสต์ ฮินดูอิสลาม หรือแม้แต่คำว่า เถรวาท มหายาน วัชรยาน

เมื่อเราศรัทธาภักดีในมนุษย์คนหนึ่งที่เราเรียกว่า “ครู” มีหลายอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้น เราเคยสังเกตบ้างไหมว่าบางครั้งเราเย่อหยิ่ง เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษเพราะมีครู เพราะได้ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรม บางครั้งเรากลับรู้สึกขาดความมั่นใจ ตัวตนที่เราหวงแหนหายไป กลายเป็นตัวตนผสมระหว่างครูกับศิษย์ เราเฝ้าระวังการกระทำที่เคยทำอย่างเป็นธรรมชาติด้วยเกรงว่าครูจะไม่ชอบ เราเฝ้าดูผู้อื่นกลัวว่าเขาจะมาเอาความรักจากครูไป กลายเป็นว่าเมื่อมีครู เรากลับกลายเป็นผู้หลอกลวงตัวเองและความกรุณาที่แท้กลับสูญหายไป…การมีครูไม่ได้แปลว่าคุณจะยโสโอหังได้ ไม่ได้แปลว่าคุณจะริษยาได้ การมีครูเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการกล้าถอดหน้ากากที่คุณสวมมาหลายภพหลายชาติ เพราะครูที่แท้คือตัวตนของคุณเอง
ขอความรักบริสุทธิ์ปราศจากมลทินแห่งการปรุงแต่ง ปราศจากเงื่อนไข ปราศจากความผูกพันเพราะใกล้ชิด หรืออคติเพราะแตกต่าง แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูในร่างกายของเรา ขอความรักนี้หล่อเลี้ยงชีวิตภายในของเราให้เติบใหญ่ จนพลังแห่งรักท่วมท้นออกมาจากหัวใจ จากเส้นเลือด กระดูก น้ำเหลือง รูขุมขน หยาดเหงื่อ ตั้งแต่ศรีษะถึงฝ่าเท้า แล้วแผ่ออกไปทั่วทุกทิศ สัมผัสทุกชีวิตอย่างไม่มีข้อยกเว้นอย่างเท่าเทียมกัน

ด้วยการดำเนินชีวิตภายนอก จากเล็กจนโต เราค่อยๆพัฒนาการนึกคิดแบบออกห่างจากวิถีธรรมชาติ จนวันหนึ่งความอหังการก่อกำเนิดในจิตใจของเรา จนเรารู้สึกว่าเราไม่ใช่ส่วนหนึ่งของธรรมชาติอีกต่อไป แต่ธรรมชาติคือเบื้ยล่างของเรา คือผู้รับฟังคำสั่งของเรา เราภูมิใจกับตัวเองเมื่อเห็นภูเขาสยบกลายเป็นฝุ่นผง เห็นป่าถูกเผาจนควันดำคลอบคลุมไปทั่วอากาศ เราไม่สะทกสะท้านเมื่อเห็นปลานอนตายเป็นแพเพราะสำลักสารเคมีในน้ำ ชีวิตภายนอกบดบังชีวิตภายใน อัตตาอยู่เหนือการพึ่งพากันของสรรพสิ่ง…ที่มุมหนึ่งของโลก ผู้คนกลุ่มหนึ่งดำรงชีวิตโดยให้ธรรมชาติเป็นใหญ่ นักวิทยาศาสตร์หัวเราะประเพณีปฏิบัติของพวกเขา แล้วตั้งชื่อความเชื่อของพวกเขาว่า ลัทธิบูชาธรรมชาติ แต่ควันหอมของผู้ปฏิบัติ “ลัทธิ” นี้กลับแผ่ไปทั่วจักรวาล เข้าไปในจิตวิญญาณของพระแม่ธรณี ไปเช็ดน้ำตาให้พระแม่คงคา และไปขอขมาแทนมนุษย์ที่เห็นแก่ตัวสำหรับความโง่เขลาที่เขากำลังทำร้ายตัวของเขาเองและกำลังเอาสมบัติของลูกหลานของเขาไป

ธรรมชาติที่แท้คือความไม่เสแสร้ง ในแต่ละวัน เรามักแต่งเติมสีสันให้กับตัวเองโดยลืมว่าสิ่งสำคัญกว่ากายคือจิตและความงามของจิตคือการไร้การปรุงแต่ง

ความสุขภายในคือการไม่ยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งใด

บางครั้งเราควรจะมองอีกด้านหนึ่งของชีวิตเพื่อเรียนรู้ในส่วนที่เราไม่เคยเห็น แล้วเราจะเห็นว่าการมองกลับด้านสามารถเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป

Advertisements

วันมหาพุทธบูชาเพื่อกรุณาและสันติสุข ครั้งที่ 3

โครงการพระศานติตารามหาสถูป มูลนิธิพันดารา

ขอเชิญผู้สนใจร่วมบำเพ็ญบุญกุศล

งาน “วันมหาพุทธบูชาเพื่อกรุณาและสันติสุข ครั้งที่ 3”

วันที่ 22-23 ตุลาคม 2554

ณ​ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน

นับแต่มูลนิธิพันดาราได้ดำริสร้างพระศานติตารามหาสถูป พระสถูปเจดีย์และวิหารตามแบบพุทธศิลป์ทิเบต เมื่อสร้างเสร็จ พระมหาสถูปจะเป็นพุทธสถานแห่งความกรุณาและสันติภาพ เป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมทิเบต/หิมาลัย และสถานบำเพ็ญบุญกุศลขนาดใหญ่ในประเทศไทย

เพื่อเปิดโอกาสให้สาธุชนได้บำเพ็ญบุญกุศลร่วมกันในขณะที่มีการก่อสร้างพระมหาสถูปเพื่อความสุขและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตและเพื่อความสงบสุขของสังคม มูลนิธิจึงได้จัดงานวันมหาพุทธบูชาเพื่อกรุณาและสันติสุข งานนี้ได้จัดต่อเนื่องกันมาในปีนี้เป็นปีที่ 3

ในงานประกอบด้วยพิธีชักรอกสถูปมนตร์องค์ที่ 5 พิธีถวายเครื่องบูชา 5,000 ที่แด่พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย พิธีสวดพระนามของพระพุทธเจ้า 1000 องค์เพื่อสลายบาปกรรม (สำหรับการสวดในปีนี้ทำเป็นครั้งแรกโดยทุกท่านที่ร่วมงานสามารถสวดพระนามของพระพุทธเจ้าร่วมกับริมโปเช) กิจกรรมประมูลภาพวาด “ศิลปะกับศรัทธา” โดยกลุ่มศิลปินเมืองหัวหิน สมาธิภาวนาถึงพระแม่ชัมมา พระผู้ประทานความรักอย่างไม่มีประมาณ และจบกิจกรรมด้วยการปล่อยปลา 100,000 ตัวพร้อมรับพรจากริมโปเช

มูลนิธิพันดาราขอเรียนเชิญกัลยาณมิตรเข้าร่วมงาน ร่วมเป็นเจ้าภาพกิจกรรมหรือเครื่องบูชา และเป็นจิตอาสาช่วยเตรียมงาน

ลักษณะและอานิสงส์ของกิจกรรม
1. พิธีชักรอกธงมนตราเพื่อสถูปมนตร์องค์ที่ 5
การนำธงที่สกรีนคาถาหัวใจของพระพุทธเจ้ามาสร้างพระสถูปผ้าเพื่อให้มนตราแผ่ไปในอากาศ เป็นการให้มนตราแก่จักรวาล เปรียบดังมีการสวดมนตร์อยู่ตลอดเวลา และให้อานิสงส์ในการสะเดาะเคราะห์ ขจัดอุปสรรค ให้มีโชคลาภและมงคลในชีวิต ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ
2. พิธีถวายเครื่องบูชา 5000 ที่
เครื่องบูชา 5 อย่างได้แก่ น้ำดื่ม (ความบริสุทธิ์) ธูป (การชำะล้างให้สะอาด) ดวงประทีป (แสงสว่าง) ผลไม้ (ความอุดมสมบูรณ์) และดอกไม้ (ความงดงามหลากหลาย) อานิสงส์ของพิธีนี้ : ทำให้ได้สั่งสมบุญบารมี ได้ถวายสิ่งอันประเสริฐแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอริยบุคคล


 3. การสวดพระนามของพระพุทธเจ้า 1000 องค์
ชาวทิเบตเชื่อว่าการสวดพระนามของพระพุทธเจ้า 1000 องค์เป็นการสลายบาปกรรมและเป็นการทำบุญให้แก่ผู้ล่วงลับโดยเฉพาะผู้เพิ่งจากไป เป็นการขอพรจากพระพุทธเจ้าเพื่อให้พวกเขาได้ไปเกิดดีและได้เข้าถึงการหลุดพ้น
4. กิจกรรมศิลปะกับศรัทธา จัดร่วมกับกลุ่มศิลปินเมืองหัวหิน
เสวนาและประมูลภาพวาดขทิรวันเพื่อพระมหาสถูป กิจกรรมนี้เน้นการรังสรรค์งานศิลปะที่เกิดจากศรัทธาและความเชื่อในคุณงามความดีเพื่อแบ่งปันแก่ผู้อื่น
5. ถวายดวงประทีป เดินเวียนเทียนและสวดมนตรา
เป็นการขจัดความมืดบอดของสังสารวัฏ ทำให้ปัญหาได้รับการแก้ไขด้วยแสงแห่งปัญญา เป็นการสั่งสมบุญบารมีด้วยการแผ่ความรักความกรุณาแก่สัตว์โลกหกภพภูมิ

6. สมาธิภาวนาถึงพระแม่ชัมมา พระผู้ประทานความรักอย่างไม่มีที่ส้ินสุด
พระแม่ชัมมา (หรือพระแม่ตาราในวิถีพุทธเพิน) ทรงเป็นมารดาของสัตว์โลกทั้งหลาย การภาวนาถึงพระองค์ช่วยขจัดความมืดมนในชีวิต ขจัดความกลัว ความโกรธ ความเห็นแก่ตัว ทรงปกป้องให้พ้นภัย ประทานพรในการทำงานและการปฏิบัติธรรม
7. ปล่อยปลา 100,000 ตัว
อานิสงส์ของการให้ชีวิตสัตว์ทำให้เราหายจากโรคภัยไข้เจ็บและมีอายุยืนยาว แต่การให้นั้นต้องทำด้วยความกรุณาอย่างจริงใจ ปรารถนาที่จะสัตว์ที่ถูกกักขังได้รับความสุข

สนใจติดต่อ 1000tara@gmail.com

ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพถวายน้ำบริสุทธิ์ ธูป ดวงประทีป ผลไม้ ดอกไม้ และขอเชิญผู้สนใจร่วมเป็นจิตอาสาเพื่อบำเพ็ญบารมีแห่งพระโพธิสัตว์ด้วยการฝึกวิริยะ ขันติ และกรุณาบารมี

กำหนดการ วันมหาพุทธบูชาเพื่อกรุณาและสันติสุข ครั้งที่ 3

วันเสาร์ 22 ตุลาคม 2554

09.00 น. พิธียกรอกธงมนตราสำหรับสถูปมนตร์องค์ที่ 5 โดยพระอาจารย์ ลาตรี เคนโป เกเช ญีมา ทรักปา ริมโปเช

10.00 น. ถวายเครื่องบูชา 5,000 ที่ แด่พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ สวดพระนามพระพุทธเจ้า 1000 องค์ พร้อมกับริมโปเช

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 น. กิจกรรมย่อย พักผ่อนตามอัธยาศัย

14.00 น. เสวนาเรื่อง “ศิลปะกับศรัทธา” นำเสวนาโดยอ.ทวี เกษางามและรศ.ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ ประมูลภาพวาดขทิรวัน ฝีมือกลุ่มศิลปินเมืองหัวหิน ริมโปเชให้ข้อคิดงานศิลปะและแบ่งปันประสบการณ์การสร้างงานศิลปะของชาวทิเบต

16.00 น. มนตราภาวนาในสถูปมนตร์องค์ใหม่

17.00 น. รับประทานอาหารเย็น

19.00 น. ถวายดวงประทีป 2000 ดวงกับริมโปเชในยามค่ำคืน เดินเวียนเทียน มนตราภาวนา

20.00 น. ธรรมบรรยายและสนทนาธรรมกับริมโปเช

22.00 น. เข้านอน

วันอาทิตย์ 23 ตุลาคม 2554

06.00 น. กราบอัษฎางคประดิษฐ์ ทำวัตรเช้า เดินภาวนา

8.00 น.  รับประทานอาหารเช้า

9.30 น.  คำสอนเกี่ยวกับพระแม่ชัมมา พระผู้ประทานความรักอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สมาธิภาวนา

11.30 น. ริมโปเชสวดมนตร์อวยพรและอนุโมทนาต่อเจ้าภาพผู้สนับสนุนกิจกรรม และคณะจิตอาสา พร้อมมอบของที่ระลึก

11.45 น. ปลูกต้นไม้แห่งโพธิจิตพร้อมกับริมโปเช

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันแบบง่ายๆ

13.00 น. ออกเดินทางไปเขื่อนแก่งกระจาน

14.00 น. ปล่อยปลา 100,000 ตัว

15.00 น. ริมโปเชอนุโมทนาบุญกุศของเจ้าภาพและผู้ปล่อยปลาทุกท่าน พร้อมให้ข้อคิดทางธรรมสำหรับการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขและเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา

16.00 น. เดินทางกลับกรุงเทพ

 วันปิดรับการลงทะเบียน

15 ตุลาคม 2554

อาหาร-ที่พัก

มูลนิธิมีความยินดีบริการอาหารหลัก 4 มื้อ อาหารว่าง 3 มื้อ และที่พักในบรรยากาศธรรมชาติ (เต็นท์เดี่ยว เต็นท์ครอบครัว ศาลาปฏิบัติธรรม)

การเดินทาง

ท่านสามารถขับรถไปเอง (แผนที่จะส่งให้พร้อมใบสมัคร) หรือเดินทางทางรถตู้ที่มูลนิธิจัดให้ สำหรับผู้เดินทางทางรถตู้ กรุณาโอนค่ารถไป-กลับล่วงหน้า จำนวน 700 บาท เพื่อให้มูลนิธิสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและอำนวยประโยชน์ให้กับทุกท่านที่มีความประสงค์จะไปทำบุญและปฏิบัติธรรมในครั้งนี้

 ค่าใช้จ่าย

ไม่เก็บค่าลงทะเบียน ทำบุญสนับสนุนกิจกรรมตามจิตศรัทธา

หมายเหตุ :

1. กรณีต้องการเดินทางโดยรถตู้มูลนิธิ มีค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางท่านละ 700 บาท (ไป-กลับ) รถตู้ออกจากบ้านมูลนิธิ (ลาดพร้าว ซอย 11) ในวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม เวลา 05.30 น. และเดินทางกลับถึงบ้านมูลนิธิในวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม เวลาประมาณ 18.00 น.

2. หากประสงค์ร่วมเป็นเจ้าภาพกิจกรรม ถวายเครื่องบูชาและปล่อยปลาในงาน “วันมหาพุทธบูชาเพื่อกรุณาและสันติสุข ” โปรดติดต่อมูลนิธิพันดารา

กิจกรรมที่ต้องการจิตอาสา

*เย็น 21 ตุลาคม ค่ำ – เสาร์ 22 ตุลาคม เช้า จัดเตรียมเครื่องบูชา 5,000 ที่ ให้พร้อมก่อนเวลา 09.00 น.

*เสาร์ 22 ตุลาคม เช้า – จิตอาสาช่วยลงทะเบียน จัดที่พัก รับแขก

*เสาร์ 22 ตุลาคม บ่าย – จัดเตรียมดวงประทีป 2,000 ดวง ให้พร้อม

*อาทิตย์ 23 ตุลาคม เช้า – ลาเครื่องบูชาและใส่ถุงเพื่อเตรียมไปแจกจ่ายชาวบ้านบริเวณศูนย์ขทิรวัน และมอบให้แก่ผู้ร่วมงาน เก็บแก้วถวายดวงประทีป จัดเตรียมต้นไม้และสถานที่ปลูก

* อาทิตย์ 23 ตุลาคม บ่าย ดูแลเรื่องปล่อยปลา 100,000 ตัว

ชมภาพกิจกรรมและความประทับใจงานวันมหาพุทธบูชาเพื่อกรุณาและสันติสุข ปี 2553 ใน https://krisadawan.wordpress.com/2010/10/08/great-offerings-for-compassion-and-happiness-2/

รายได้ในการจัดงาน หลังหักค่าใช้จ่าย นำไปสร้างพระพุทธรูปปางทิเบตสี่พระองค์ พระประธานของพระศานติตารามหาสถูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อสร้างเสร็จแล้ว จะบรรจุในวิหารแห่งความกรุณา ใจกลางพระมหาสถูป (บริเวณสีแสด)

ลำดับขั้นการก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป

ฐานรากแห่งโพธิจิต (สีเขียว)

วิหารแห่งความกรุณา (สีแสด)

องค์โดมแห่งศรัทธา (สีฟ้า)

ยอดอัญมณีแห่งปัญญา (สีเหลือง)

รุ้งกินน้ำจรดบริเวณก่อสร้างพระมหาสถูป วันเข้าพรรษา 2554

กิจกรรมภาวนากับญีมา ทรักปา ริมโปเช

เดือนตุลาคมนี้ มูลนิธิพันดาราขอเชิญผู้สนใจร่วมภาวนา ฟังธรรมบรรยาย และบำเพ็ญมหากุศล นำภาวนาโดยพระอาจารย์ลาตรี เคนโป เกเช ญีมา ทรักปา ริมโปเช ครูทางจิตวิญญาณชั้นนำของทิเบตที่ได้สร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมในหลายประเทศทั่วโลก

15 ตุลาคม : พิธีต้อนรับและแสดงมุมิตาจิตต่อพระอาจารย์ลาตรี เคนโป เกเช ญีมา ทรักปา ริมโปเช ฟังธรรมและรับพรจากท่าน และขอเชิญทุกท่านรับประทานชาทิเบตและอาหารว่างร่วมกัน บ้านมูลนิธิพันดารา เวลา 9.30-12 น.
17-21 ตุลาคม : ภาวนา “ศานติแห่งชีิวิต” ตอน ความเบิกบานของจิต ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน
ห้าวัน สี่คืนกับการเรียนรู้บนวิถีซกเช็น ทำความรู้จักจิตเดิมแท้ที่บริสุทธิ์กระจ่างใสเพื่อความสุขที่ยั่งยืน
22-23 ตุลาคม : กิจกรรมมหาพุทธบูชาเพื่อพระศานติตารามหาสถูป ครั้งที่ 3 พิธียกสถูปมนตร์ องค์ที่ 5 และสมาธิภาวนาบ่มเพาะความเมตตาในจิตใจ
ร่วมบำเพ็ญบุญกุศลใหญ่ประจำปีด้วยการถวายน้ำบริสุทธิ์ ธูป ดวงประทีป ผลไม้ และดอกไม้ 5000 ที่เป็นพุทธบูชา ปล่อยชีวิตสัตว์ กิจกรรมศิลปะและศรัทธาเพื่อพระมหาสถูป เรียนรู้วิธีทำสมาธิถึงพระแม่ชัมมา พระผู้ประทานความรักอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและสวดมนตราของพระองค์
24-28 ตุลาคม : ภาวนา “ศานติแห่งชีวิต” ตอน ความสงบและกระจ่างของจิต
ห้าวัน สี่คืนกับการเรียนรู้บนวิถีซกเช็น ฝึกทำสมาธิอาทริเพื่อจิตที่สงบผ่องใส (ผู้เข้าอบรมต้องผ่านการภาวนาในวันที่ 17-21 ตุลาคมก่อน หรือได้เคยภาวนาซกเช็นกับริมโปเช)
1-3 พฤศจิกายน : ริมโปเชแสดงปาฐกถาเรื่อง “How We Care for Dying Children” และร่วมประชุมที่การประชุมนานาชาติเด็กป่วยระยะสุดท้าย (World Congress on Child Hospice)
5 พฤศจิกายน : ริมโปเชแสดงปาฐกถาเรื่อง “Art of Traveling” (ศิลปะแห่งการเดินทาง) ที่การประชุมเรื่อง “การเดินทางของชีวิตและจิตวิญญาณ” จัดโดยมูลนิธิพันดาราร่วมกับศูนย์จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นประธานเปิดตัวหนังสือ “วิถีพุทธเพิน : ศาสนาและวัฒนธรรมจากทิเบต” ณ ห้อง 105 อาคารมหาจุฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
6 พฤศจิกายน : ริมโปเชบรรยายเรื่อง “การดูแลผู้ป่วยและผู้ป่วยระยะสุดท้าย” ที่การอบรมเรื่อง “เบิกบานทุกนาที : การดูแลผู้ป่วยและผู้ป่วยระยะสุดท้าย” จัดโดยมูลนิธิพันดาราร่วมกับเครือข่ายชีวิตสิกขา ณ ห้องประชุม วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

 

Kongbo Pilgrimage on Air

เทปออกอากาศเรื่องจริงผ่านจอ  วันที่ 1 กันยายน 2554

 

 

One-Month Retreat at Kundrol Ling

The Foundation is organizing a 30-day ngondro retreat on 5 September-5 October 2011 at Kundrol Ling (Khadriavana Center) for practitioners who want to prepare themselves for advanced practices, particularly Dzogchen.

กิจกรรมพิเศษประจำเดือนกันยายน

“ภาวนาเงินโดร”

ศูนย์ขทิรวัน

5 กันยายน – 5 ตุลาคม 2554

เริ่มเวลา 16.00 น. วันที่ 5 กย สิ้นสุด 9.00 น. วันที่ 5 ตค.

กิจกรรม นี้สำหรับผู้ตั้งใจปฏิบัติเข้มบนวิถีแห่งพระพุทธศาสนาในทิเบต โดยเฉพาะการเตรียมตัวเพื่อฝึกซกเช็น อันเป็นหนทางแห่งการหลุดพ้นในภพชาติเดียว

ในระหว่างปฏิบัติ ธรรม ขอให้ผู้ปฏิบัติไม่ทำงาน แต่ตั้งใจปฏิบัติธรรมเต็มที่ ในยามว่างทำจิตให้ผ่อนคลาย และไม่ทิ้งการภาวนาโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการสวดมนตราหรือการตั้งจิตเพื่อประโยชน์ของสรรพชีวิต หากมีคำถาม ขอให้ถามอาจารย์ผู้ดูแลการปฏิบัติเท่านั้น

อาหาร – เนื่องจากกิจกรรมนี้ใช้เวลาและทางศูนย์ฯยังไม่มีแม่ครัว เราจึงจะใช้วิธีช่วยกันทำอาหาร ทางศูนย์ฯมีเครื่องครัวและตู้เย็นบริการ ในหนึ่งสัปดาห์ ทางศูนย์ฯจะมีบริการพาไปตลาดนัดที่สี่แยกหนองพลับ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง

เครื่องแต่งกาย – สีสุภาพ ใส่สบาย ไม่สวมสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น อนุญาตกางเกงขาสามส่วนที่ดูสุภาพ

ค่า ใช้จ่าย – บริจาคตามกำลังทรัพย์ ทางมูลนิธิจะบริการเครื่องดื่มและวัสดุอาหารบางส่วน และจะให้การดูแลอย่างดีที่สุด สำหรับผู้ที่ไม่สามารถมาร่วมภาวนา แต่มีความปรารถนาจะทำบุญค่าอาหารเพื่อช่วยดูแลผู้ปฏิบัติธรรม สามารถทำได้โดยติดต่อ 1000tara@gmail.com โทร 0878299387

ตารางเวลา “ภาวนาเงินโดร” ในแต่ละวัน

04.00 น. ตื่นนอน

04.30 น. ปฏิบัติช่วงที่ 1 (เช้าตรู่)

ถวายน้ำบริสุทธิ์ น้ำชา ธูป และดวงประทีป ที่มณฑลพิธี

ทำสมาธิ “ตุกลุง” และ “คุรุโยคะ” (ก่อนทำสมาธิคุรุโยคะ สวดบทคุรุโยคะ 3 จบ)

05.30 น. กราบอัษฎางคประดิษฐ์ 150 ครั้ง พร้อมสวดยึดพระรัตนตรัย 150 จบ

06.30 น. พักรับประทานชา-กาแฟ

07.00 น. ทำวัตรเช้าและถวายมันดาลาร่วมกัน สวดมนตราตรีกาย 100 จบ

08.00 น. อาหารเช้า

9.30 น. ปฏิบัติช่วงที่ 2 (ยามสาย)

ถวาย “ซัง” แด่พระธรรมบาลและเทพยดาผู้พิทักษ์ที่ดิน

สวดเจริญโพธิจิต 200 จบ

11.30 น. เตรียมอาหารกลางวัน

12.15 น. อาหารกลางวัน

หลัง อาหารกลางวันซึ่งเป็นเวลาที่ร้อนของวัน ให้เป็นช่วงพักผ่อน สามารถอ่านหนังสือธรรมะ ทำความสะอาดเรือนพัก ศาลาปฏิบัติธรรมและห้องน้ำ สนทนาธรรม ซักผ้า และพักผ่อนในห้องส่วนตัวของแต่ละคนตามอัธยาศัย

14.30 น. ปฏิบัติช่วงที่ 3 (บ่าย)

สวดมนตรา 100 พยางค์ 100 จบ

16.00 น. อาหารว่าง

16.30 น. เดินภาวนา สวดมนตราตรีกาย 100 จบ

17.30 น. ลาน้ำพระ เก็บถ้วยน้ำ ขัดถ้วยให้สะอาดพร้อมสวดมนตรา 100 พยางค์ (ไม่ต้องนับจำนวน) เตรียมอาหารเย็น

18.15 น. รับประทานอาหารเย็น

19.00 น. ปฏิบัติช่วงที่ 4 (ก่อนนอน)

ทำวัตรเย็นและถวายมันดาลาร่วมกัน สวดมนตราตรีกาย 100 จบ

อุทิศซูร์ให้แก่ผู้ล่วงลับ สวดเจริญมรณานุสติ

ทำสมาธิคุรุโยคะ

อุทิศบุญกุศล

21.00 น. เข้านอน

แต่ละวัน จะปฏิบัติได้ดังนี้ :

กราบอัษฎางคประดิษฐ์ 150 ครั้ง

สวดยึดพระรัตนตรัย 150 จบ

สวดมนตราตรีกาย 300 จบ

สวดเจริญโพธิจิต 200 จบ

สวดมนตราสลายบาปกรรม 100 จบ

รวม 900 ครั้ง

แม้ว่าเราจะสะสมจำนวน แต่การปฏิบัติต้องไม่เคร่งเครียด ไม่ใช่การนับแต้ม ทุกอย่างที่เราทำต้องมีโพธิจิตเป็นรากฐาน และต้องผ่อนคลายจิตใจ ถ้าเหนื่อยก็หยุดพัก แต่ละคนไม่เหมือนกันจึงไม่ต้องเปรียบเทียบกัน ระหว่างพัก ทานขนมได้ สามารถสนทนาธรรมได้ แต่ไม่แนะนำให้โทรศัพท์ (นอกจากในกรณีจำเป็นจริงๆ) เพื่อรักษาวาจาและจิตใจให้ปราศจากการปรุงแต่งให้มากที่สุด

ในการพักผ่อน ขอให้พักเฉพาะในช่วงที่กำหนดเท่านั้น หากเรากราบอัษฎางคประดิษฐ์มากเกินไปจะทำให้เพลีย และไม่สามารถสวดมนตร์และทำสมาธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากการปฏิบัตินี้ เราจะทำตลอดชีวิต จึงต้องค่อยๆทำเป็นลำดับขั้น

เมื่อเริ่มกิจกรรม อ.กฤษดาวรรณจะแนะนำวิธีการปฏิบัติอีกครั้ง