Retreat House Construction Project

โครงการก่อสร้างเรือนปฏิบัติธรรม ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน

Retreat House Construction Project, Khadiravana Center, Hua-Hin

Construction Period: 2 months (March-April 2011)

Architect: Cholatis Tamthai

สถาปนิก : ชลทิศ ตามไท ผู้ก่อสร้าง : สำราญ เหลืองลักขณาวลัย ระยะเวลาในการก่อสร้าง : 2 เดือน (มีนาคม-เมษายน 2554) เรือนรวมหลังนี้จะมีต้นไทรเกาหลีให้ร่มเงา บรรยากาศสงบเงียบเหมาะแก่การทำสมาธิภาวนา แต่ละห้องมีความเป็นส่วนตัว มีหลังคาสองชั้นกันความร้อน จะใช้เป็นที่พักสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมในยามที่มีกิจกรรมกลุ่มและสำหรับผู้ต้องการภาวนาเป็นรายบุคคล และใช้เป็นที่พักสำหรับผู้มาเรียนภาษาและพุทธศิลป์ทิเบต (โครงการในอนาคต)

ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีที่นอน อาสนะนั่งสมาธิ โต๊ะ โคมไฟ สำหรับอ่านบทสวดมนตร์ เขียนหนังสือ

เรือนปฏิบัติธรรมหลังแรกของขทิรวัน อยู่ด้านหลังศาลาวสุตารา ในบริเวณร่มรื่นหน้าสวนไผ่

ความเป็นมาของโครงการ

ตลอดสามปีที่ผ่านมา เรานอนเต้นท์ เมื่อฝนตก เราหนีขึ้นมานอนศาลา วิสาขบูชาหนึ่ง เราถูกยุงรบกวนเพราะมุ้งลวดที่ศาลาต้องถูกถอดเอาไปซ่อม ทุกครั้งที่ฝนตก สต๊าฟนอนไม่ค่อยหลับ ห่วงว่าน้ำจะเข้าเต้นท์ ผู้ปฏิบัติธรรมจะนอนไม่ได้ กลางวัน แดดแรง ผู้ปฏิบัติไม่สามารถพักผ่อนในเต้นท์ได้

ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว มูลนิธิจัดกิจกรรมภาวนาตั้งแต่ 4 วันขึ้นไป เราจึงตัดสินใจสร้างเรือนปฏิบัติธรรม การงานของเราจะพัฒนาจิตใจของผู้คน ไปพร้อมๆกับสร้างพระมหาสถูปเพื่อสันติภาพ…สนใจร่วมทำบุญสร้างเรือนปฏิบัติธรรม ติดต่อมูลนิธิที่ 1000tara@gmail.com โทร 0878299387 หรือนัดหมายเพื่อพบกับอ.กฤษดาวรรณ

เรามุ่งหวังจะใช้เรือนปฏิบัติธรรมหลังนี้เป็นครั้งแรกในงานวิสาขบูชาภาวนา อบรมเตรียมตัวตายอย่างมีสติ

12-18 พฤษภาคม 2554

 

Author: Krisadawan Kalsang Dawa กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล

Dharma teacher, founder and president of the Thousand Stars Foundation

3 thoughts on “Retreat House Construction Project”

  1. ขออนุญาตอนูโมทนาสำหรับความเป็นห่วงของอาจารย์ต่อผู้ปฏิบัติธรรมที่ขทิรวันนะคะ

    สำหรับอ้อเอง ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมกับอาจารย์ครั้งหนึ่งในกิจกรรมเยียวยาจิตใจบนวิถีตารา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีโอกาสนอนเต๊นท์อีกครั้งหลังจากห่างเหินบรรยากาศแบบนี้มานานมาก

    อยากเรียนอาจารย์ว่า ตอนที่เอนหลังลงนอนในเต๊นท์ของค่ำคืนที่ขทิรวัน วินาทีที่ร่างกายด้านหลังทั้งหมดแนบราบและสัมผัสกับพื้นดิน ที่มีเพียงผ้ารองนอนซึ่งไม่หนามากคั่นกลางไว้นั้น…

    ความรู้สึกของตัวเองบอกว่า นี่แหละคือวินาทีของการละวางอัตตาในตัวตนลง เข้าใจความหมายของ Touching earth with humbleness ในทันทีนั้น
    และสำนึกรู้ว่า ตัวเราไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าโลกหรือสิ่งใดเลย มันเป็นช่วงเวลาที่ได้ฉุดตัวเองกลับมาจากความอหังการ และเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของอนันตจักรวาลและพระเมตตาที่มากมายของพระโพธิสัตว์
    ช่วงเวลาที่นอนในเต๊นท์ก่อนจะหลับไป มีเรื่องที่ได้ทบทวน ได้ตริตรอง และสำนึกได้หลายอย่าง เพียงแค่เริ่มต้นจากสัมผัสของร่างกายที่แนบอยู่กับพื้นดิน…

    อยากเรียนอาจารย์ว่า ได้ประโยชน์จากการนอนเต๊นท์ค่ะ ซึ่งการที่ขทิรวันมีเรือนปฏิบัติธรรมก็เป็นการดี
    แต่ในช่วงหน้าหนาว อากาศดีๆ ปลอดฝน การมีเต๊นท์ไว้ด้วย ก็จะดีด้วยนะคะ ^___^

  2. เรือนปฏิบัติธรรมหลังใหม่มีเพียง 10 ห้องนอนค่ะ เต๊นท์จะยังคงอยู่ในคราวที่เราจัดกิจกรรมกลุ่มใหญ่ แต่ในหน้าฝน เต๊นท์ใช้ไม่ได้ เพราะคุณภาพของเต๊นท์เราไม่ดีพอ น้ำเข้าไปได้ ครั้งหนึ่ง เราเคยกางไว้ 15 หลัง ผ้าห่ม หมอน เปียกหมด ทุกคนต้องย้ายมานอนรวมในศาลา ในยามที่เราจัดกิจกรรมภาวนายาวๆ อยากให้แต่ละคนได้ปฏิบัติเข้มและฝึกการอยู่แบบสันโดษค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s