Conference on Body and Mind : Nature and Spirituality

การประชุมและเสวนาเรื่อง “กายกับใจ : วิถีธรรมชาติและจิตวิญญาณ”

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2554 เวลา 9.00-17.00 น.

ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จัดโดย มูลนิธิพันดารา และ ศูนย์จริยธรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


หลักการและเหตุผล

ในปัจจุบัน เริ่มมีความสนใจมากขึ้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเพณีทางศาสนากับการแพทย์สมัยใหม่ ความสัมพันธ์นี้ปรากฏตัวออกมาในหลายรูปแบบ เช่น การค้นคว้าเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างคาสอนของประเพณีศาสนากับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ หรือแนวทางที่ได้จากภูมิปัญญาหรือวิถีทางธรรมชาติและจิตวิญญาณในการบาบัดรักษา

ตัวอย่างของความสัมพันธ์นี้ เช่น งานวิจัยเกี่ยวกับผลของการปฏิบัติสมาธิต่อสุขภาพ หรือต่อกระบวนการต่างๆของร่างกาย หรืองานวิจัยเกี่ยวกับผลของการถือศีลให้ทาน ต่อสุขภาพที่ดีมากขึ้นของผู้ปฏิบัติ แนวโน้มเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า จิตใจกับร่างกายไม่ใช่สิ่งที่แยกออกจากกัน แต่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งความคิดนี้ก็เป็นแก่นรากของคาสอนของศาสนาต่างๆ แต่ได้สูญหายไปจากจิตสานึกของผู้คนในโลกยุคใหม่ ที่ถูกหล่อหลอมให้เชื่อว่า จิตกับร่างกายแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด

การประชุมและเสวนาเรื่อง “กายกับใจ” นี้จัดขึ้นเพื่อแก้ไขจิตสานึกดังกล่าว คาถามที่สาคัญๆ ได้แก่ เราจะเรียนรู้อะไรได้บ้างจากประเพณีในพระพุทธศาสนาและของวัฒนธรรมต่างๆ เพื่อนามาปฏิบัติในการดูแลสุขภาพตัวเอง และในการปฏิบัติต่อผู้ป่วยในกรณีที่เราเป็นบุคลากรสาธารณสุข มีหลักการพื้นฐานอะไรที่จะทาให้เราเข้าใจได้ถ่องแท้ยิ่งขึ้น ถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างจิตใจกับร่างกาย คาสอนของประเพณีทางศาสนาต่างๆ จะช่วยให้เราเข้าใจถึงความเชื่อมโยงกันนี้อย่างไร และช่วยในการปฏิบัติต่อผู้ป่วยอย่างไร

การประชุมครั้งนี้จัดโดยมูลนิธิพันดารา อันเป็นองค์กรการกุศลที่มุ่งสร้างความเข้าใจระหว่างกันของพระพุทธศาสนาจากวัฒนธรรมต่างๆ เช่น ไทยกับทิเบต และความเข้าใจกันของศาสนาต่างๆ รวมทั้งการบูรณาการการศึกษาวิจัยระหว่างศาสนากับวิทยาศาสตร์ ภูมิปัญญาโบราณกับโลกสมัยใหม่
จานวนผู้เข้าร่วมประชุม
วิทยากร นักวิชาการ นักศึกษา และประชาชนทั่วไป จานวนประมาณ 120 คน

รูปแบบการประชุม
บรรยายและเสวนา 45 – 60 นาที

อาหาร
ทางการประชุมจะมีอาหารว่างและเครื่องดื่มร้อน /เย็นบริการ ส่วนอาหารกลางวัน ผู้เข้าร่วมประชุม
สามารถรับประทานได้ที่โรงอาหาร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ติดกับห้องประชุม

การลงทะเบียน
การประชุมนี้ไม่เก็บค่าลงทะเบียน แต่ขอให้ผู้สนใจ
ลงทะเบียนล่วงหน้าที่ Email: 1000tara@gmail.com
โทร. 087 829 9387, 084 535 5433 โทรสาร 02 52 8308
ภายในวันที่ 12 มีนาคม 2554

วัตถุประสงค์

1. เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกายกับใจในมิติต่างๆ

2. เพื่อเสนอแนวทางในการบาบัดรักษาและในการดารงชีวิตโดยเน้นการประสานระหว่างกายกับใจ

3. เพื่อสร้างกระแสสานึกเกี่ยวกับความสาคัญของภูมิปัญญาโบราณในโลกสมัยใหม่

4. เพื่อส่งเสริมให้มีการค้นคว้าวิจัยในหัวข้อนี้มากขึ้น

5. เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างนักวิชาการในหลากหลายสาขา นักคิด ผู้ปฏิบัติธรรม และบุคคลทั่วไป
กำหนดการ

9.00 น. พิธีเปิด

9.05 น. รายงานกิจกรรมของมูลนิธิพันดารา

9.10 น. กายกับใจในมุมมองของพระพุทธศาสนาเซ็นแบบจีน

อ. เศรษฐพงษ์ จงสงวน (นักวิชาการอิสระด้านพุทธศาสนามหายาน)

10.10 น. การดูแลเด็กป่วยระยะสุดท้าย

รศ. นพ. อิศรางค์ นุชประยูร
(คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิสายธารแห่งความหวัง)

11.00 น. พัก

11.15 น. เยียวยากายกับใจจากมุมมองของทิเบต

รศ. ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ (มูลนิธิพันดารา)

12.00 น. พักอาหารกลางวัน

13.00 น. วิถีธรรมชาติในการบาบัดรักษาและดูแลตนเอง

อ. นิดดา หงษ์วิวัฒน์ (สานักพิมพ์แสงแดด)

14.00 น. เรื่องของกายกับใจโดยผ่านกระบวนการไดอะล็อค

ผศ. ดร. ปาริชาด สุวรรณบุบผา (รองผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล)

15.00 น. พักดื่มชากาแฟ

15.30 น. ประสบการณ์จริง การดูแลกายกับใจ อ. ทวีศักดิ์ คุรุจิตธรรม

(อดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

16.15 น. โยคะกับการทาความเข้าใจชีวิต

อ. ธนวัชร์ เกตน์วิมุต (ชีวิตสิกขา : เครือข่ายเพื่อการเรียนรู้และเข้าใจชีวิต) 17.00 น. จบการประชุม

Advertisements

จดหมายพันดารา

28 กุมภาพันธ์ 2554

เรียน สมาชิกพันดาราและกัลยาณมิตรทุกท่าน

ในเดือนมีนาคมนี้ มูลนิธิจะจัดกิจกรรมเน้นเรื่องสุขภาพและสมาธิ ดังนี้


ภาวนาซกเช็นและเรียนรู้วัฒนธรรมพุทธแบบทิเบต วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม เวลา 9.30-12.00 น. บ้านมูลนิธิพันดาราภาวนานี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสมาธิภาวนา ทุกวันอาทิตย์ที่สองของเดือน

การประชุม/เสวนาเรื่อง “กายกับใจ : วิถีธรรมชาติและจิตวิญญาณ” วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม เวลา 9.00-17.00 น. ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เสวนา “เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการแพทย์ทิเบต” วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม เวลา 9.30-12.00 น. บ้านมูลนิธิพันดารา
ตรวจรักษาโรคโดยคุณหมอทิเบต วันที่ 26-30 มีนาคม บ้านมูลนิธิพันดารา ค่าตรวจ 400 บาท (ไม่รวมค่ายา) ผู้สนใจกรุณานำตัวอย่างปัสสาวะแรกของวันมาด้วย

ทุกกิจกรรมยกเว้นตรวจรักษาโรค ทางมูลนิธิไม่เก็บค่าลงทะเบียน ส่วนค่าตรวจและค่ายา ทางมูลนิธิมอบให้คุณหมอเพื่อเป็นค่าเดินทางของคุณหมอไปกลับลาซา-กรุงเทพ และร่วมสนับสนุนกิจกรรมการแพทย์ของท่านในทิเบต

*สำหรับกิจกรรมฉลองปีใหม่ ของดไปก่อนค่ะ แต่จะมีการฉลองในคลาสภาษาทิเบต เย็นวันที่ 9 มีนาคม

ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม
กัลยาณมิตรที่มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมเหล่านี้ สามารถทำได้โดยติดต่อมูลนิธิโดยตรงตามอีเมล์และเบอร์โทรศัพท์ที่ให้มา หรือนัดหมายเพื่อพบกับอาจารย์กฤษดาวรรณ การร่วมทำบุญนี้จะทำให้มูลนิธิสามารถจัดกิจกรรมการกุศลและกิจกรรมวิชาการเพื่อมอบความสุขและสร้างกระแสสำนึกด้านคุณธรรมและจริยธรรมในสังคมไทยได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มูลนิธิขออนุโมทนาบุญต่อทุกจิตศรัทธา มา ณ โอกาสนี้

กิจกรรมภาวนาเดือนพฤษภาคม
วิสาขบูชาภาวนา อบรมการเตรียมตัวตายอย่างมีสติแบบทิเบต 12-18 พฤษภาคม ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน นำภาวนาและอบรมโดย รศ.​ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์

กิจกรรมจาริกแสวงบุญในทิเบตเดือนกรกฎาคม
10-17 กค อาสาฬหบูชาภาวนา สู่นครลาซา สัมผัสอารยธรรมทิเบตภาคกลาง เรียนรู้วิถีพุทธวัชรยานอย่างเจาะลึก
10-24 กค สำหรับผู้สนใจเดินทางต่อไปสักการะภูเขาไกรลาศและเยือนอาณาจักรกูเกโบราณ
รายละเอียดของทั้งสองกิจกรรมจะประกาศทางเว็บไซต์เร็วๆนี้

โครงการก่อสร้าง “พระศานติตารามหาสถูป”
ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้าง พระศานติตารามหาสถูป พุทธสถานเพื่อสันติภาพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์แทนจิตตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จะสร้างตามแบบพุทธศิลป์ทิเบตทุกประการ พระมหาสถูปสร้างขึ้นจากแรงบันดาลใจในวิถีของพระโพธิสัตว์และอุทิศแด่สันติสุขของมวลมนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลาย ในขณะนี้เรากำลังรวบรวมทุนทรัพย์สำหรับการทำฐานรากและคานคอดิน พร้อมทั้งการหล่อรูปพระพุทธรูปที่จะประดิษฐานภายในมหาวิหาร ใจกลางพระสถูป

กิจกรรมที่ได้ดำเนินการแล้ว
งาน​“ศิลปะ ธรรมชาติ ความรัก” (มค 54 ศูนย์ขทิรวัน)
งาน “เยียวยาจิตใจบนวิถีพระโพธิสัตว์ตารา” (กพ 54 ศูนย์ขทิรวัน)
งาน “มาฆบูชาภาวนา บ่มเพาะความกรุณา ฝึกโยคะเพื่อสุขภาพและสมาธิ (กพ 54 ศูนย์ขทิรวัน)
ภาวนาซกเช็น เรียนรู้วัฒนธรรมพุทธแบบทิเบต (เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 ถึงปัจจุบัน เดือนละครั้ง ทุกวันอาทิตย์ที่ 2)

When Compassion Blooms in Our Heart

Photos from “Maghapuja Compassion & Yoga Retreat,” Khadiravana Center, 17-20 February 2011

เมื่อความกรุณาเบ่งบานในใจของเรา

มาฆบูชาภาวนา 17-20 กุมภาพันธ์ 2554 ศูนย์ขทิรวัน

ความรัก ความสุข สุขภาพ สมาธิ และจุดเร่ิมต้นของมิตรภาพธรรม

ทุกวันมาฆบูชา เราจะปฏิบัติธรรมเพื่อบ่มเพาะความกรุณา ฝึกจิตให้อ่อนโยนและเมตตาต่อทุกสรรพชีวิต นี่คืออีกหนึ่งวันที่จะรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมศาสดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระแม่ตารา พระโพธิสัตว์ตารา ผู้ตั้งมหาปณิธานอันประเสริฐที่จะดำรงอยู่ในสังสารวัฏเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์จนกว่าชีวิตสุดท้ายจะเข้าถึงการหลุดพ้น

ปีนี้เป็นปีที่สามของการจัดมาฆบูชาภาวนาที่ศูนย์ขทิรวัน สวนป่าแห่งความรื่นรมย์ที่พวกเราน้อมถวายเป็นพุทธบูชาเพื่อสานต่อการงานพระโพธิสัตว์โดยเฉพาะการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งโพธิจิตในจิตใจของผู้คน

นอกจากจะได้สวดตารามนตรา นั่งสมาธิถึงพระองค์ ทำกิจกรรมการกุศลต่างๆ เรายังได้ฝึกโยคะเพื่อสุขภาพและสมาธิร่วมกัน ครูดล ครูแดง ครูอ๊อด จากเครือข่ายชีวิตสิกขาทำให้มาฆบูชาภาวนาปีนี้กลายเป็นช่วงเวลาดีๆที่เราได้เตรียมกายให้พร้อมสำหรับจิตที่กระจ่างใสและมั่นคง

ขอขอบคุณและอนุโมทนาต่อกัลยาณมิตรทุกคน ต่อจิตอาสาและผู้ประสานงานพันดารา ทำให้มาฆบูชาภาวนาครั้งนี้เต็มไปด้วยบุญกุศล ความเบิกบานและเสียงแห่งความสุข

ศาลาวสุตารา ที่ทำสมาธิและกราบพระ ตั้งตระหง่านกลางแมกไม้และดอกไม้

อาหารมื้อนี้อร่อยเป็นพิเศษ หลังภาวนายามเช้าไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง

ยืดหลัง ผ่อนสิ่งที่ตึง คลายความหมกมุ่นในจิตใจ

เมื่อกำมือ เหมือนกำอัตตาไว้แน่น

เมื่อคลายมือ อัตตาสลายไป

ทำแต่ละท่วงท่าอย่างอ่อนโยน ผ่อนคลาย เบิกบาน

นอน นั่ง ยืน เดิน

ทุกท่วงท่า คือ โยคะ

ทุกท่วงท่า คือ สมาธิ

“บ้าน” หน้าขุนเขา

 

ไม่ว่าหลับตา หรือลืมตา เราจะสลัดการปรุงแต่งให้หมดไป คงเหลือเพียงจิตกระจ่างใส สว่าง สะอาด เบิกบาน

การปฏิบัติธรรมคือการเช็ดกระจกให้ใส เอาเขม่าแห่งกิเลสออกจากกระจกแก้วที่เป็นจิตภายใน วิธีการต่างๆ เป็นเหมือนน้ำยาเช็ดกระจก ถ้าไม่เช็ด กระจกก็จะหมอง ขุ่นมัวไปเรื่อยๆ จนเรามองไม่เห็นตัวตนที่แท้ของเราเอง

เบิกบานในทุกเวลา โดยเฉพาะเวลานี้

ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล อ่อนโยน และเปี่ยมด้วยเมตตาของครูดล โยคะกลายเป็นเรื่องง่าย

ขอน้อมถวายพระจันทร์วันเพ็ญเป็นพุทธบูชา

“โอม ตาเร ตุตตาเร ตุเร โซฮา”

มนตราบทนี้จะหมุนกลางใจของเราจนกว่าจิตเย่อหยิ่งจะอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยเมตตากรุณา

ดุจดังจิตของพระแม่ตารา

ช่วงเวลาแห่งการภาวนาทำให้เราได้มีเวลาใคร่ครวญ เคารพความคิดเห็นของผู้อื่น และรู้จักตัวตนของเราเอง

กองทัพธรรมเดินด้วยท้อง ขอบคุณแม่ครัวใจบุญของเรา

ถึงเวลาลาศีล อ.เยินเต็นตีฉาบอวยชัย

สถูปมนตร์แห่งนี้ เตือนใจให้นึกถึงพระอาจารย์ผู้ประเสริฐ และวันคืนดีๆกับสังฆะพันดารา

สวดมนตร์อวยชัย


 

ปัญญากับกรุณาเป็นของคู่กัน เหมือนปีกทั้งสองของนก เหมือนเท้าทั้งสองของเรา


ปฏิบัติธรรมในวันพระใหญ่

รศ.ดร.กฤษดาวรรณ จัดโครงการปฎิบัติธรรม “มาฆบูชาภาวนา” ปฎิบัติโยคะสมาธิวันพระใหญ่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กุมภาพันธ์ 2554 09:56 น.

รศ. ดร.กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ อาจารย์ที่ปรึกษาคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมทิเบต เชิญชวนร่วมบำเพ็ญบุญกุศลเนื่องใน “ วันมาฆบูชา” ด้วยการปฏิบัติบูชาพระแม่ตารา พระโพธิสัตว์แห่งความกรุณา และปฏิบัติโยคะภาวนาเพื่อสุขภาพและสมาธิ ในวันที่ 17-20 กุมภาพันธ์นี้ ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน

รศ.ดร.กฤษดาวรรณ ประธานมูลนิธิพันดารา กล่าวว่า “ มูลนิธิพันดาราได้จัดงานมาฆบูชาภาวนาเป็นประจำทุกปี โดยเน้นการปฏิบัติเพื่อบ่มเพาะคุณธรรมเรื่องความเมตตากรุณาถวายเป็นพุทธบูชา ณ ศูนย์ขทิรวัน และในปีนี้ทางมูลนิธิฯ นอกจากจะจัดให้มีการปฏิบัติบูชาพระแม่ตาราและการเวียนเทียนใหญ่ที่บริเวณพระ มหาสถูป ยังนำศาสตร์ของโยคะทิเบตมาฝึกเพื่อให้จิตเป็นสมาธิ โดยนำเทคนิคการบริหารข้อต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย เทคนิคการผ่อนคลายอย่างลึกสำหรับคนนอนหลับยาก เทคนิคการหายใจเพื่อขจัดความเครียด โดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายชีวิตสิกขา อยากขอเชิญชวนกลัยณมิตรทุกท่านมาร่วมเพาะบ่มความกรุณาในวันมาฆบูชาภาวนาที่ จะถึงนี้นะคะ ”

ทั้งนี้ โครงการปฏิบัติธรรม “ มาฆบูชาภาวนา ” จัดขึ้นโดยมูลนิธิพันดารา ภายใต้การนำ ภาวนาของประธานมูลนิธิ รศ. ดร.กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ อาจารย์ที่ปรึกษาคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมทิเบต

ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเชิญชวนกัลยาณมิตรมาร่วมบ่มเพาะคุณธรรมเรื่องความ เมตตากรุณาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ด้วยการปฏิบัติบูชาพระแม่ตารา พระโพธิสัตว์แห่งความกรุณา สวดมนตราประจำพระองค์ร่วมกัน 100,000 จบ ละอกุศลกรรมทางกาย วาจา ใจ 10 ประการ (ด้วยการถือศีลทิเบต 10) ปฏิบัติโยคะภาวนาเพื่อสุขภาพและสมาธิ และร่วมเวียนเทียนถวายดวงประทีป 505 ดวง ณ ศูนย์ขทิรวัน โดยมี รศ.ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ เป็นอาจารย์ผู้นำภาวนา และ ครูธนวัช เกตุวิมุติจากเครือข่ายชีวิตสิกขา เป็นอาจารย์สอนโยคะ

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรม “ มาฆบูชาภาวนา” ในวันที่ 17-20 กุมภาพันธ์นี้ ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ 1000tara@gmail.com หรือโทรศัพท์ 087-829-9387

มนตรา เครื่องมือฝึกสติและสมาธิ

สวดมนตราเป็นเรื่องน่าเบื่อ?

คนไทยเรายังไม่คุ้น กับการสวดมนตราหรือคาถาแบบชาวทิเบต เมื่อให้สวดมากๆ บางครั้งเราเหนื่อย เบื่อ หรือง่วงนอน แต่จริงๆ การสวดมนตราเป็นเครื่องมือในการฝึกสติและสมาธิเป็นอย่างดี ทำให้เราไม่คิดฟุ้งซ่าน และทำให้ได้ใช้เวลาแต่ละนาทีเป็นไปอย่างมีความหมาย

วิธีสวดมนตรา

1. สวดเบาๆ ให้เสียงมนตราไม่ขาดสายเหมือนสายน้ำ

2. ร้องเป็นเพลง วิธีนี้มีประโยชน์มากเมื่อเราทำเป็นกลุ่มและเมื่อเรามีเสียงที่ไพเราะ แต่ละพยางค์ที่เปล่งออกมาเป็นจังหวะจะทำให้จิตใจเบิกบาน และคลื่นเสียงที่แผ่ออกมาจะทำให้เกิดพลังสามัคคี และพลังทางบวกที่นำความปีติยินดีให้แก่ผู้ได้ยิน

3. สวดในใจด้วยการตั้งจิตเป็นสมาธิ และตั้งนิมิตว่ามนตราหมุนเวียนอยู่ที่กลางหัวใจล้อมรอบพยางค์หลัก (พีชพยางค์) ซึ่งแทนพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์ องค์ที่ปฏิบัติบูชา

จะสวดมนตราเวลาไหน

การ สวดมนตราสามารถทำได้ทุกขณะ ไม่จำเป็นต้องทำในห้องพระ เช่น เมื่อเราล้างจาน เราสามารถร้องเพลงมนตรา หรือบริกรรมมนตราเบาๆ เวลาเดิน เราก็บริกรรมมนตราไป พร้อมๆกับการก้าวเท้าอย่างมีสติ หรือแม้แต่เวลาขับรถ เราก็สามารถสวดมนตราไปด้วย นอกจากจะทำให้ไม่หงุดหงิดเมื่อรถติดแล้ว ยังทำให้จิตใจแจ่มใส

สวดมนตราบทไหนดี

มน ตรามีหลายบท บทที่รู้จักกันแพร่หลายน่าจะเป็น “โอม มณี เปเม ฮุง” มณีในดอกบัว ซึ่งเป็นคาถาประจำพระอวโลกิเตศวร (กวนอิม) มนตราบทนี้เน้นความเมตตากรุณาต่อสัตว์โลกทั้งหลาย

อีกบทหนึ่ง ของมนตราแห่งความกรุณา คือ “โอม ตาเร ตุตตาเร ตุเร โซฮา” มนตราสิบพยางค์ประจำพระแม่ตารา พระโพธิส้ตว์สตรี ผู้ปวารณาพระองค์จะช่วยพระอวโลกิเตศวรอีกแรงหนึ่งในการรื้อขนสัตว์โลก

ไม่ ว่าเราจะสวดบทใด หัวใจหลัก เราต้องมีโพธิจิต จิตที่ปรารถนาจะยังประโยชน์ต่อสัตว์โลก เมื่อนั้น มนตราที่เราเปล่งออกมาจะมีความหมายอย่างสมบูรณ์ เมื่อปากของเราทำงาน และใจต้องการหลุดพ้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น

กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์

16 กุมภาพันธ์ 2554

Maghapuja Retreat

มาฆบูชาภาวนา
ภาวนาเพื่อบ่มเพาะความกรุณา ฝึกโยคะเพื่อสุขภาพและสมาธิ

17-20 กุมภาพันธ์ 2554 (3 คืน 4 วัน) ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน
…ขอเชิญกัลยาณมิตรบำเพ็ญบุญกุศลเนื่องในวันมาฆบูชา ด้วยการปฏิบัติบูชาพระแม่ตารา พระโพธิสัตว์แห่ง

ความกรุณา สวดมนตราประจำพระองค์ร่วมกัน 100,000 จบ ละอกุศลกรรมทางกาย วาจา ใจ 10 ประการ  ปฏิบัติโยคะภาวนาเพื่อสุขภาพและสมาธิ และร่วมเวียนเทียนถวายดวงประทีป 505 ดวง ณ บริเวณก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป เจดีย์แบบทิเบตซึ่งสร้างขึ้นโดยเน้น “โพธิจิต” จิตอธิษฐานเพื่อให้สัตว์โลกเข้าถึงการตรัสรู้


ความเป็นมา
วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งในพระพุทธศาสนา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดง “โอวาทปาติโมกข์”
อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา และเป็นวันมหัศจรรย์เนื่องจากพระอรหันต์ 1,250 รูปมาประชุมกันโดย
มิได้นัดหมาย
มูลนิธิพันดาราได้จัดงานมาฆบูชาภาวนาเป็นประจำทุกปีโดยเน้นการปฏิบัติเพื่อ บ่มเพาะคุณธรรมเรื่อง
ความเมตตากรุณาถวายเป็นพุทธบูชา ณ ศูนย์ขทิรวัน ซึ่งเป็นธรรมาศรมในพระพุทธศาสนาอุทิศแด่พระโพธิสัตว์ตารา ผู้เป็นบุคลาธิษฐานแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในปีนี้ทางมูลนิธินอกจากจะจัดให้มีการปฏิบัติบูชาพระแม่ตาราและการเวียน เทียนใหญ่ที่บริเวณพระมหาสถูปแล้ว ยังจัดให้มีการสอนโยคะเพื่อการภาวนาอีกด้วย