มาฆบูชาภาวนา

มาฆบูชาภาวนา
ภาวนาเพื่อบ่มเพาะความกรุณา ฝึกโยคะเพื่อสุขภาพและสมาธิ

17-20 กุมภาพันธ์ 2554 (3 คืน 4 วัน)
ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน 

…ขอเชิญกัลยาณมิตรบำเพ็ญบุญกุศลเนื่องในวันมาฆบูชา ด้วยการปฏิบัติบูชาพระแม่ตารา พระโพธิสัตว์แห่งความกรุณา สวดมนตราประจำพระองค์ร่วมกัน 100,000 จบ ละอกุศลกรรมทางกาย วาจา ใจ 10 ประการ (ด้วยการถือศีลทิเบต 10) ปฏิบัติโยคะภาวนาเพื่อสุขภาพและสมาธิ และร่วมเวียนเทียนถวายดวงประทีป 505 ดวง ณ บริเวณก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป เจดีย์แบบทิเบตซึ่งสร้างขึ้นโดยเน้น “โพธิจิต” จิตอธิษฐานเพื่อให้สัตว์โลกเข้าถึงการตรัสรู้

ความเป็นมา
วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งในพระพุทธศาสนา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดง “โอวาทปาติโมกข์” อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา และเป็นวันมหัศจรรย์เนื่องจากพระอรหันต์ 1,250 รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
มูลนิธิพันดาราได้จัดงานมาฆบูชาภาวนาเป็นประจำทุกปีโดยเน้นการปฏิบัติเพื่อบ่มเพาะคุณธรรมเรื่องความเมตตากรุณาถวายเป็นพุทธบูชา ณ ศูนย์ขทิรวัน ซึ่งเป็นธรรมาศรมในพระพุทธศาสนาอุทิศแด่พระโพธิสัตว์ตารา ผู้เป็นบุคลาธิษฐานแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้า ในปีนี้ทางมูลนิธินอกจากจะจัดให้มีการปฏิบัติบูชาพระแม่ตาราและการเวียนเทียนใหญ่ที่บริเวณพระมหาสถูปแล้ว ยังจัดให้มีการสอนโยคะเพื่อการภาวนาอีกด้วย

อาหาร-ที่พัก
ทางมูลนิธิจะให้บริการอาหารมังสะวิรัติ ผลไม้ อาหารว่าง และเครื่องดื่มร้อน/เย็น ตลอดช่วงภาวนา และจะจัดที่พักเป็นเต้นท์เดี่ยว เต้นท์รวม และศาลาซึ่งมีมุ้งลวดกันยุง ที่ศูนย์มีห้องอาบน้ำ ห้องน้ำอย่างดี และศาลาพักผ่อนในตอนกลางวันไว้บริการ

การเดินทางไปศูนย์ขทิรวัน
– เดินทางทางรถตู้ที่มูลนิธิจัดให้ ค่ารถไปกลับ 500 บาท
– ไปโดยรถยนต์ส่วนตัว (สามารถขอรับแผนที่ได้ทางอีเมล์)
– เดินทางโดยรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยไปลงที่หัวหิน จากสถานีรถตู้ นั่งรถสองแถวไปลงหน้าศูนย์ (แต่เนื่องจากกิจกรรมนี้เริ่มช่วงเย็น ตั้งแต่บ่ายสามโมง จะไม่มีรถสองแถวให้บริการ)

การลงทะเบียน
ผู้สนใจกรุณาลงทะเบียนที่ 1000tara@gmail.com โทร 0878299387

บริจาคร่วมกิจกรรม 500-2000 บาทเพื่อเป็นค่าจ้างแม่ครัวและผู้ช่วย ค่าวัสดุอาหาร ค่าแรงคนงาน และค่าสาธารณูปโภค

อาจารย์ผู้นำภาวนา
รศ.ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมทิเบต ผู้จาริกแสวงบุญด้วยการกราบอัษฎางคประดิษฐ์ในทิเบต อาจารย์สอนธรรมะโดยได้รับมอบคำสอนจากพระอาจารย์ในหลายนิกายในพุทธวัชรยาน

อาจารย์ผู้สอนโยคะ: ครูดล (ธนวัช เกตุวิมุติ) จากเครือข่ายชีวิตสิกขา

กำหนดการ
วันที่หนึ่ง : พฤหัสบดีที่ 17 กพ.
16.00 น. เดินทางถึงศูนย์ขทิรวัน รับคู่มือปฏิบัติ เตรียมภาวนา
17.00 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00 น. กิจกรรมปรับทัศนคติ “เริ่มต้นที่จุดจบ”
20.00 น. โยคะภาวนา
21.00 น. นั่งสมาธิ
22.00 น. เข้านอน

วันที่สอง : ศุกร์ที่ 18 กพ. (วันมาฆบูชา)
4.00 น. ตื่นนอน ดื่มน้ำปานะ
4.30 น. นั่งสมาธิ
5.30 น. ทำวัตรเช้า กราบอัษฎางคประดิษฐ์
6.00 น. เดินทำสมาธิ
7.00 น. โยคะภาวนา
8.00 น. รับประทานอาหารเช้า
9.00 น. โยคะภาวนา
10.00 น. ฟังบรรยายเรื่อง “การบ่มเพาะความกรุณา”
11.00 น. พิธีรับศีล 10 ทิเบตและอ่านพระสูตรร่วมกัน
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. สวดมนตรา
15.00 น. โยคะภาวนา
15.30 น. ดื่มน้ำปานะ
16.00 น. นั่งสมาธิ
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น
18.30 น. ทำวัตรเย็น เดินเวียนเทียน ถวายดวงประทีปที่บริเวณก่อสร้างพระมหาสถูป
20.00 น. โยคะภาวนา
21.00 น. นั่งสมาธิ
22.00 น. เข้านอน

วันที่สาม : เสาร์ที่ 19 กพ.
4.00 น. ตื่นนอน ดื่มปานะ
4.30 น. นั่งสมาธิ
5.30 น. ทำวัตรเช้า กราบอัษฎางคประดิษฐ์
6.00 น. เดินทำสมาธิ
7.00 น. โยคะภาวนา
8.00 น. รับประทานอาหารเช้า
9.00 น. ปฏิบัติตามบทสาธนะและสวดมนตรา
10.30 น. โยคะภาวนา
11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. สวดมนตรา
14.30 น. โยคะภาวนา
15.30 น. ดื่มน้ำปานะ
16.00 น. สวดมนตรา
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00 น. ทำวัตรเย็น
19.30 น. โยคะภาวนา
20.30 น. พิธีอุทิศแก่ผู้ล่วงลับและสวดมนตราดับทุกข์โศกของสัตว์โลก
21.00 น. นั่งสมาธิ
22.00 น. เข้านอน

วันที่สี่ : อาทิตย์ที่ 20 กพ.
4.00 น. ตื่นนอน
4.30 น. นั่งสมาธิ
5.30 น. ทำวัตรเช้า กราบอัษฎางคประดิษฐ์
6.00 น. เดินทำสมาธิ
7.00 น. โยคะภาวนา
7.30 น. รับประทานอาหารเช้า
9.00 น. ปฏิบัติตามบทสาธนะ
9.30 น. สวดมนตรา
10.30 น. โยคะภาวนา
11.30 น. แบ่งปันประสบการณ์
12.30 น. พิธีลาศีล อุทิศบุญกุศลร่วมกัน
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

การปฏิบัติเพื่อบ่มเพาะความกรุณา
หัวใจหลักของการปฏิบัติธรรมคือการบ่มเพาะปัญญาและกรุณาซึ่งเป็นคุณงามความดีในจิตใจของเรา ปราศจากคุณธรรมทั้งสอง เราไม่สามารถเข้าถึงความสุขที่ยั่งยืนตรัสรู้ธรรมและช่วยเหลือสัตว์โลกได้

ในพุทธวัชรยานมีหลายวิธีในการบ่มเพาะความกรุณา วิธีหนึ่งคือการปฏิบัติบูชาพระโพธิสัตว์ตารา พระองค์ทรงตั้งปณิธานที่จะดำรงอยู่ในสังสารวัฏจนกว่าสัตว์โลกชีวิตสุดท้ายจะเข้าถึงการหลุดพ้น

ในการบ่มเพาะความกรุณา เราจะฝึกจิตของเราให้เป็นจิตแบบเดียวกับพระองค์ ด้วยการนั่งสมาธิ สวดมนตร์ และบริกรรมมนตราแห่งความกรุณาซึ่งนอกจากจะทำให้จิตสงบ ผ่องใส มีสันติสุขแล้ว ยังให้อานิสงส์ทั้งทางโลกและทางธรรม

โยคะ กับการภาวนา
ศาสตร์เพื่อการฝึกฝนให้จิตเป็นสมาธิ เพื่อความสุขอันแท้จริง จิตสงบได้แม้กายยังคงเคลื่อนไหว ทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาวะของร่างกาย พัฒนาระบบย่อยอาหารและขับถ่าย เสริมสร้างกล้ามเนื้อชั้นในให้แข็งแรง กระตุ้นการไหลเวียนของกระแสโลหิต จัดปรับแนวกระดูกสันหลังให้สมดุล ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายจากการฝึกโยคะที่ถูกวิธีตามตำราโบราณ
หัวข้อในการฝึกปฏิบัติ :
·เทคนิคการบริหารข้อต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อการเตรียมความพร้อม
·อาสนะ เพื่อพัฒนาความสมดุลของร่างกาย (Homeostasis และ Muscle Tone)
·เทคนิคการผ่อนคลายอย่างลึก สำหรับผู้มีปัญหานอนหลับยาก หรือหลับไม่สนิท
·เทคนิคการหายใจเพื่อขจัด ความเครียดและเอื้อให้จิตเป็นสมาธิได้ง่ายและรวดเร็วขี้น
·โยคะกับการภาวนา ฝึกโยคะด้วยความพยายามที่น้อยที่สุด เพื่อรับผลแห่งการภาวนาได้มากที่สุด

Advertisements

Monkey and the Moon

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าแห่งหนึ่ง มีลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก วันหนึ่ง ลิงตัวหนึ่งมองลงไปในบ่อน้ำ มันเห็นพระจันทร์อยู่ในน้ำก็ตกใจ คิดว่าพระจันทร์ตกน้ำ มันจึงตะโกนเรียกลิงทั้งหลายให้มาช่วยกันเอาพระจันทร์ขึ้นมาจากบ่อ พวกลิงก็ช่วยกัน เอาหางผูกกันไว้ จนเจ้าลิงตัวแรกลงไปถึงน้ำได้ เมื่อไปถึง มันคลำหาพระจันทร์ไม่เจอ ก็แหงนหน้าบอกลิงตัวที่อยู่ถัดกับมันว่า ไม่มีพระจันทร์ เจ้าลิงตัวนั้นก็แหงนหน้าบอกลิงตัวถัดไปว่า ไม่มีพระจันทร์ บอกกันไปเป็นลำดับ จนถึงเจ้าตัวสุดท้ายที่อยู่บนสุด มันแหงนหน้าดูฟ้า แล้วเห็นพระจันทร์อยู่บนนั้น ก็โล่งใจ บอกทุกตัวว่าพระจันทร์ไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ดีบนฟ้า…

นิทานทิเบต อ.เยินเต็นเล่าให้เด็กๆฟังเป็นครั้งแรกที่งาน “ศิลปะ ธรรมชาติ ความรัก” 22 มค 54 บนสนามหญ้าขทิรวัน

Art, Nature & Love (2)

Painting clay stupas, which will be blessed and placed in the Great Stupa.

Little stupas of five colors. Thanks to Chalit and his team of Chalit Art Project & Gallery for producing these clay stupas. Painting them is a beautiful exercise and mindfulness training.

Spiritual activity in the morning

Mantra singing and light offerings at the Stupa site

Looking for flowers to offer to Buddhas

Thanks to all, particularly Chalit and Orn, who made this event possible.

Till we meet again…

Art, Nature & Love (1)

Jan 22-23, 2011

Khadiravana celebrated the New Year with a lovely event on art, nature and love. It was organized specially for kids to bring them joy, happiness and inspiration for drawing and painting.

The event was a great fun and brought many special experiences. We will never forget the kids’ witty remarks, laughs, cunning smiles, innocent questions, funny stories, as well as their mantra singing and beautiful wishes for peace and clean earth.

Baeng Pan showed his masterpiece to the teachers. When asked: Do you like it? He said without thinking: No.

Nadia sketches flowers and things she likes in a circle.

Our art class

Khadiravana in Amy’s vision

Nong mil’s clock

Yonten’s kailash & Natalie’s four seasons

After drawing – it’s time to play with mud.

Finding inspiration in the forest

Father and daughters

Em is giving some painting tips to the kids.

My sunflower

Does anyone know what this is?

New artists

Making clay stupa (tsa tsa)

Tibetan lotus from Jick


 

 

 

 

My Favorite Story

ตำนานนกแก้ว เรื่องจากนิทานชาดก

ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช เล่าให้คณะทำงานพระสถูปและจิตอาสาพันดารา ในคราวที่ท่านมาพักบ้านมูลนิธิ พฤศจิกายน 2550

วันหนึ่งเกิดไฟไหม้ป่าอย่างหนัก นกแก้วตัวหนึ่งบินหนีได้เพราะว่ามีปีก แต่ว่ามีสัตว์จำนวนมากที่ติดไฟอยู่ในป่า ร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ นกแก้วบินออกไปแล้ว แล้วรู้สึกว่าทิ้งป่าไม่ได้ สงสารสัตว์เหล่านั้น ก็บินกลับมา แต่เนื่องจากว่าตัวเล็ก ไม่สามารถจะทำอย่างอื่นได้ ก็เลยคิดวิธีที่จะช่วยเหลือเพื่อดับเพลิง โดยบินลงไปในน้ำ ทำตัวให้ขนเปียกอุ้มน้ำ แล้วบินมาสะบัดน้ำออกจากขนเพื่อจะดับไฟ ก็ทำอยู่อย่างนี้หลายรอบมาก ทั้งที่ไม่มีศักยภาพที่จะดับไฟได้ เพราะว่าเป็นนกตัวเล็ก น้ำที่สะบัดออกมาก็เป็นแค่หยดน้ำ แต่ว่าไฟลุกไหม้ใหญ่โต เจ้านกแก้วทำอยู่อย่างนั้นจนอ่อนแรง จนมันกำลังจะตาย เพราะสำลักควัน มองอะไรไม่เห็น ขนของมันก็ลุกไหม้ไปหมด

บนสวรรค์ดาวดึงส์คือชั้นที่ 13 มีเทวดาจำนวนมาก มีพระอินทร์เป็นประมุขแห่งเทวดา เทวดาเหล่านั้นก็มองลงมา แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์กันว่าเจ้านกตัวนี้ทำอะไรประหลาดๆ ทำตัวโง่มาก ทำไมอยู่ๆ ก็บินไปชุบน้ำให้ตัวเองเปียก มาสะบัดน้ำอยู่อย่างนั้น จะช่วยดับเพลิงได้ยังไง

พระอินทร์ก็แปลงองค์เป็นนกอินทรีย์ลงไปดู บินอยู่เหนือนกแก้วตัวนี้ แล้วถามนกแก้วว่า “เจ้าทำอะไรอยู่ รู้ไหมว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะทำอย่างนี้” นกแก้วก็หันมาบอกว่า “ไม่ต้องมาสั่งสอน ตอนนี้ไม่ต้องการคำแนะนำใดๆ มาช่วยกันดับเพลิงดีกว่า เพราะเจ้าตัวใหญ่กว่า ก็บินไปชุบน้ำให้ตัวเปียก แล้วจะได้มาช่วยกันดับเพลิง”

นกอินทรีย์ฟังแล้วก็เกิดสงสาร ว่านกแก้วตัวนี้มีจิตใจที่ยิ่งใหญ่ มีปณิธานที่จะช่วยดับเพลิงเพื่อรักษาชีวิตของสัตว์อื่น อินทรีย์นั้นฟังแล้วก็น้ำตาไหล แต่เนื่องจากเป็นประมุขแห่งเทวดาทั้งหลาย น้ำตาก็มีอิทธิฤทธิ์ มีพลัง ช่วยดับเพลิงทั้งหมดได้ แล้วน้ำตาที่หยดลงบนขนนกนั้นก็ทำให้ขนใหม่งอกขึ้นมา แล้วขนใหม่ที่งอกขึ้นมาก็มีหลากสีสวยงาม นกแก้วแม้จะดับเพลิงไม่ได้ แต่ก็ได้ขนใหม่ ก็เลยเป็นที่มาว่านี่เป็นตำนานของนกแก้วที่มีขนสวยงาม…

สุดท้ายนี้ อาตมาขอให้พร ขอให้มูลนิธิพันดาราประสบความสำเร็จในการสร้างพระสถูป วิหารพระแม่ตารา และสิ่งต่างๆ ที่ต้องการทำ

How Long Should We Meditate?

เราควรนั่งสมาธินานแค่ไหน
ไม่มีขีดจำกัดว่าจะนั่งมากหรือนั่งน้อย คนที่รู้ดีที่สุดก็คือตัวเราเอง ให้เป็นไปตามวงจรเวลาในชีวิตของเรา โดยปกติมักจะพูดกันว่าเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการนั่งสมาธิคือเวลารุ่งอรุณ แต่บางคนนอนดึก ถ้านอนดึกแล้วตื่นเช้า อารมณ์ไม่แจ่มใสแน่นอน เพราะฉะนั้น เราจะรู้ว่าตัวเองควรนั่งนานแค่ไหน จุดสำคัญคือต้องไม่มองว่า การนั่งสมาธิคือการทำงาน แต่มองว่าเป็นเหมือนงานอดิเรก งานอดิเรกแม้จะเหนื่อยแค่ไหน เราก็สนุก เพราะว่าเราอยากทำ ขอให้เรามองการนั่งสมาธิว่าเป็นงานอดิเรก เป็นการพักผ่อน ไม่ใช่ภาระ ไม่ใช่งานที่ทำแล้วเหนื่อย อย่าให้เกิดความรู้สึกว่าไม่น่านั่งนานแบบนั้นเลย แต่ให้รู้สึกว่าอยากนั่งอีก นั่งบ่อยๆ ตามความเหมาะสมของตัวเรา

จากหนังสือรวมคำสอนท่านริงกุ ทุลกุ ริมโปเช ชุดหนังสือสายธารแห่งธรรม เล่ม 4 สำนักพิมพ์มูลนิธิพันดารา (อยู่ในระหว่างจัดทำ)

Program for “Art, Nature & Love”

ครั้งแรกของมูลนิธิพันดารากับกิจกรรมส่งเสริมความรักความกรุณาในหัวใจของเด็กๆ
“ศิลปะ ธรรมชาติ ความรัก”
เสาร์ อาทิตย์ 22-23 มกราคม 2554
ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน

กำหนดการ (ปรับปรุงใหม่)

วันเสาร์ที่ 22 มกราคม 2554
10.00 น. เดินทางถึงศูนย์ขทิรวัน ต้อนรับแบบทิเบต
10.30 น. หาแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. วาดรูป
14.30 น. รับประทานอาหารว่าง
15.30 น. สันทนาการเพื่อความรักและความสุข
17.00 น. พักผ่อน
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00 น. สวดมนตราและถวายดวงประทีปร่วมกัน
20.00 น. ชมภาพยนตร์บ่มเพาะคุณธรรมจากแดนหิมาลัย
21.00 น. ฟังเพลงกลางแสงดาวและนิทานก่อนนอน

วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2554
7.00 น. ตื่นนอน ทานเครื่องดื่ม
8.00 น. แผ่ความรักความกรุณาและรับของขวัญจากมูลนิธิ
8.30 น. รับประทานอาหารเช้า
9.30 น. ระบายสีสถูปมนตร์องค์น้อย
10.30 น. รับประทานอาหารว่าง
11.00 น. ทำสถูปพิมพ์ให้เพื่อนระบายสี
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ