Reflections on the Notions Enlightenment & Nirvana

วันนี้จะเขียนเรื่องเป้าหมายในการปฏิบัติธรรมและความเข้าใจเกี่ยวกับการตรัสรู้ :

ในฝ่ายซกเช็นซึ่งเป็นวิถีหนึ่งของวัชรยานเน้นการกลับไปสู่สภาวะเดิมแท้ของจิตที่เรียกว่า “จิตกระจ่าง” (ริกปะ) ซึ่งมีคุณลักษณะ สมบูรณ์ บริสุทธิ์ ปราศจากกิเลส ว่าง และกระจ่าง เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความเมตตากรุณา จิตกระจ่างนี้มีอยู่เอง ไม่ได้เกิดมาจากที่ใดและไม่มีผู้ใดทำให้หมดสิ้นไปได้ สภาวะเช่นนี้นอกจากจะเป็นสภาวะเดิมแท้ของจิตเรายังเป็นสภาวะธรรมชาติของทุกสรรพสิ่ง

การตระหนักรู้และเข้าถึงสภาวะนี้เป็นจุดหมายปลายทางของการปฏิบัติธรรม เมื่อเข้าถึงสภาวะนี้อย่างถาวร เราก็ไม่ต้องเวียนวนอยู่ในวัฏสังสารอันเป็นทุกข์และไม่มีแก่นสารอีกต่อไป ในทิเบตไม่ได้ใช้ศัพท์ “นิพพาน” ในการอธิบายสภาวะนี้แม้ว่าอาจจะเป็นส่ิงเดียวกัน แต่เรียกเป้าหมายแห่งการปฏิบัตินี้ว่า “การได้เข้าถึงสภาวะพุทธะ” (ซังเจ โกพัง ทบวา)

ในการเข้าถึงสภาวะนี้ ผู้ปฏิบัติจำเป็นต้องมีความเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องไตรลักษณ์ อริยสัจจ์ 4 อย่างถ่องแท้ เพื่อให้จิตไม่ยึดติดในความจริงในระดับสมมุติ ให้เข้าใจว่าทุกอย่างเป็นเพียงสิ่งปรุงแต่งเท่านั้น แล้วหมั่นบ่มเพาะปัญญากับกรุณาให้เกิดในหัวใจด้วยการบริกรรมภาวนาและทำสมาธิ เจริญโพธิจิตหรือจิตที่ปรารถนาจะเข้าถึงการตรัสรู้เพื่อประโยชน์ของสัตว์โลกที่ต้องการความสุขและไม่ต้องการความทุกข์เช่นเดียวกับเรา

ในการเจริญโพธิจิต ผู้ปฏิบัติจะฝึกฝนตนดังเช่นพระโพธิสัตว์ทั้งหลายได้ฝึกตนด้วยการบำเพ็ญบารมีหกอันได้แก่ ทาน ศีล วิริยะ ขันติ สมาธิ ปัญญา ด้วยเหตุนี้ จึงมีครูบาอาจารย์บางท่านอธิบายว่าฝ่ายวัชรยานเน้นการเก็บเกี่ยวโพธิญาณในขณะที่ฝ่ายเถรวาทเน้นการเข้าสู่พระนิพพาน

ในวัชรยานมีอีกประเด็นที่สำคัญคือ แม้ว่าเราจะรู้ว่าสังสารวัฏเป็นทุกข์ แต่สังสารวัฏนี้คือสภาวะที่จะทำให้เราเข้าถึงการหลุดพ้น จึงมีคำกล่าวว่า “สังสารวัฏไม่แบ่งแยกจากนิพพาน” ทั้งสองอย่างล้วนเป็นสภาวะของจิต

Author: Krisadawan Kalsang Dawa กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล

Dharma teacher, founder and president of the Thousand Stars Foundation

1 thought on “Reflections on the Notions Enlightenment & Nirvana”

  1. ขอกราบคารวะพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บรรพบุรุษ ครูบาอาจารย์ และลูกหลานนักปฏิบัติธรรมทุกท่านทุกชาติทุกศาสนา ตัวข้าน้อยได้รับมอบหมายหน้าที่บางประการมาจึงขออนุญาตอาจารย์กฤษฎาวรรณร่วมแสดงความเห็นในพื้นที่แห่งนี้บ้าง หากข้อความใดท่านเห็นเป็นการไม่สมควรก็กรุณาลบออกตามความเหมาะสมเถิด

    พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ได้เคยแบ่งภาคลงมาสั่งสอนธรรมในดินแดนธิเบตคู่กับภาคแบ่งของพระสมันตภัทรมหาโพธิสัตว์ ข้าน้อยขอนอบน้อมต่อพระมหากรุณาธิคุณของท่านทั้งสองตลอดจนทีมงานพระโพธิสัตว์ พระปัจเจก และพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ได้ถ่ายทอดวิถีแห่งพุทธะให้ลุกหลานได้บำเพ็ญสืบเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน

    วิถีบำเพ็ญสู่โพธิสัตวญาณ สาวกญาณ และปัจเจกญาณนั้นมีความแตกต่างกันเพียงน้อยนิดแต่ก็ใหญ่หลวงยิ่งนัก ในการสั่งสอนธรรมจึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอาจารย์ที่จะต้องทราบระดับบารมีตลอดจนปณิธานของลูกศิษย์โดยละเอียด พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ได้รับมอบหมายจากพระพุทธองค์ให้ใช้ปัญญาถ่ายทอดธรรมให้เหมาะสมกับภูมิธรรมของลูกหลาน สำหรับพระสาวกของพระศากยมุนีท่านก็ถ่ายทอดสาวกญาณให้โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการหลุดพ้นของลูกศิษย์ สำหรับพระปัจเจกที่จะบรรลุธรรมต่อไปในอนาคตท่านก็ถ่ายทอดปัจเจกญาณให้เพื่อสั่งสมบารมีให้ได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าต่อไปในอนาคต สำหรับพระโพธิสัตว์ซึ่งมีปณิธานหลากหลายท่านก็ถ่ายทอดโพธิสัตวญาณตามปณิธานอันหลากหลายเหล่านั้น ขอลูกหลานครูสอนธรรมและนักปฏิบัติธรรมสายวัชรยานได้โปรดพิจารณาวิธีแสดงธรรมโดยแยบยลและระลึกถึงเจตนารมณ์ของครูบาอาจารย์ไว้บ้างจักเป็นพระคุณยิ่ง

    วัชรยานสามารถถ่ายทอดได้ทั้งโพธิสัตวญาณ ปัจเจกญาณ และสาวกญาณ ไม่ขัดขวางต่อการเจริญญาณทั้ง 3 ภูมิ สาวกของพระศากยมุนีผู้ปรารถนาการหลุดพ้นโดยด่วนก็ควรได้รับการถ่ายทอดธรรมะให้เป็นไปตามยุค วิธีพิจารณาธรรมเพื่อเจริญปัญญาของสาวกญาณย่อมแตกต่างจากโพธิสัตวญาณอยู่หลายประการ วัชรยานมีสิ่งเหล่านี้ครบถ้วนอยู่แล้ว ขอเป็นกำลังใจให้ลูกหลานครูสอนธรรมและนักปฏิบัติธรรมสายวัชรยานสามารถสานต่อเจตนารมณ์ของครูบาอาจารย์ได้ผลตามเหตุปัจจัยอันสมควรทุกประการเทอญ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s