Happiness Training at Khadiravana Center

อบรม “วิถีแห่งการบ่มเพาะปัญญาภายใน” สำหรับองค์กร ครั้งที่ 2
ตอน “ความสุขเริ่มง่ายๆที่ตัวเรา”
ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 4-5 ธันวาคม 2553
ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน


วัตถุประสงค์
เพื่อให้แนวทางในการเปลี่ยนแปลงตัวเองสำหรับชีวิตที่ดีขึ้น ฟื้นฟูจิตใจ สร้างความรักความสามัคคีในองค์กร และนำประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้จริงในชีวิตประจำวัน

วิธีการ
เสนอแนะการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราเอง เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งการทำงานและครอบครัว โดยเน้นการเรียนรู้ร่วมกัน ปรับมุมมองบนพื้นฐานของหลักการ “ความสุขเริ่มง่ายๆที่ตัวเรา” แลกเปลี่ยนนานาทัศนะเพื่อหามุมมองในการคิดบวกและเพื่อบ่มเพาะปัญญาภายใน ด้วยการภาวนาในหลายรูปแบบ

กิจกรรมในครั้งนี้จัดเป็นพิเศษสำหรับบุคลากรบริษัท Precision Parts ไม่ได้เปิดรับบุคคลทั่วไป แต่ถ้าองค์กรใดสนใจจะให้มูลนิธิจัดอบรมในแนวนี้ สามารถสอบถามที่ 1000tara@gmail.com หรือโทร 0806100770

กำหนดการ
วันที่ 4 ธันวาคม 2553
16.00 น. คณะผู้เข้าอบรมเดินทางมาถึงศูนย์ขทิรวัน
16.30 น. ก้าวย่างผ่านตัวตน…สู่วิถีแห่งความสุข
17.30 น. ชื่นชมธรรมชาติในยามเย็นและพักผ่อนตามอัธยาศัย
18.30 น. รับประทานอาหารเย็นแบบเรียบง่ายและพอเพียง
19.30 น. สนทนาเรื่อง “คิดบวก คิดดี”
20.30 น. ชมภาพยนตร์กลางแสงดาว
22.00 น. ผ่อนกายพักใจ

วันที่ 5 ธันวาคม 2553
06.00 น. ตื่นนอนด้วยจิตเบิกบาน
06.30 น. กราบอัษฎางคประดิษฐ์ นั่งสมาธิ และสวดมนตร์ ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสที่วันพ่อ
เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง
08.00 น. รับประทานอาหารเช้า
09.00 น. ความสุขเริ่มง่ายๆที่ตัวเรา
10.30 น. จิบชายามสาย
11.00 น. ผูกธงมนตราศักดิ์สิทธิ์ถวายเป็นพระราชกุศล
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.30 น.  สนทนาและร่วมกิจกรรม “ตัวตนเดิมแท้”
15.00 น. จิบความสุขเพื่อการผ่อนคลายอย่างแท้จริง
15.45 น.  ส่งมอบความรัก…ก่อเป็นความสามัคคี
17.00 น. ยาตราภาวนา
18.00 น. รับประทานอาหารเย็นแบบเรียบง่ายและพอเพียง
19.30 น. สวดมนตร์เพื่อขอพรในการเข้าถึงปัญญาภายใน
20.00 น. ถวายเทียนชัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
21.00 น. มนตราภาวนาพร้อมกับถวายดวงประทีปแห่งสันติภาพ ณ บริเวณก่อสร้างพระศานติตารา-มหาสถูป อุทิศบุญกุศลด้วยกัน
21.45 น. แบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์
22.30 น. ผ่อนกายพักใจ

วันที่ 6 ธันวาคม 2553
06.30 น. ตื่นนอน เก็บสัมภาระ
07.00 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

กติกาในการเข้ารับการอบรม ทำกิจกรรมจิตอาสา และปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ขทิรวัน
เนื่องจากศูนย์ขทิรวันเป็นสถานวิเวกภาวนา ใคร่ขอความร่วมมือดังต่อไปนี้
1. เราจะใช้ชีวิตด้วยกันอย่างเรียบง่ายและกลมกลืนกับธรรมชาติ โดยปรุงแต่งให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว การพูดคุย การคิด หรือการกระทำสิ่งใด เพื่อให้เราได้อยู่กับจิตใจที่ใสกระจ่างภายในให้มากที่สุด
2. เราจะเคารพกันและกันโดยพูดถึงและคิดเกี่ยวกับผู้อื่นในแง่บวกเสมอ
3. เราจะใช้ชีวิตอย่างมีความกตัญญูรู้คุณต่อธรรมชาติและบุคลากรที่คอยให้ความช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวก
4. เราจะฝึกจิตให้อ่อนน้อม อ่อนโยน เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา ไม่เบียดเบียนสัตว์เล็กสัตว์น้อยแม้แต่ยุงหรือแมลง
5. ในระหว่างทำกิจกรรม เราจะไม่ใช้โทรศัพท์นอกจากในกรณีที่จำเป็นเร่งด่วน
6. เพื่อให้ศูนย์ขทิรวันงดงามอยู่เสมอ เราจะช่วยกันรักษาความสะอาดบริเวณที่พัก ศาลาปฏิบัติธรรม ที่รับประทานอาหาร รวมทั้งห้องน้ำ

7. เราจะไม่นำขนมและอาหารโดยเฉพาะเนื้อสัตว์เข้าไปรับประทานในศาลาและเรือนปฏิบัติธรรม

8. เพื่อช่วยในการฝึกสติและเป็นการเคารพต่อสถานที่ เราจะไม่ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มของมึนเมาในบริเวณศูนย์ฯ

9. หลังเลิกการอบรมหรือปฏิบัติธรรมทุกครั้ง ขอความกรุณาพวกเราช่วยกันเก็บเครื่องนอนให้เรียบร้อย

10. เนื่องจากศูนย์ขทิรวันดำเนินการโดยเน้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการดูแลสุขภาพตามแนวทิเบต เราจึงเน้นการรับประทานอาหารที่เรียบง่ายและพอเพียงปรุงด้วยผักสดเป็นสำคัญ สำหรับผู้อยู่จำศีลปลีกวิเวกจะต้องไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ส่วนผู้ร่วมกิจกรรมทั่วไป ขอให้รับประทานเนื้อสัตว์แต่น้อย โดยขอให้ละเว้นอาหารทะเลเป็นสำคัญเนื่องจากต้องใช้ชีวิตของสัตว์เป็นจำนวนมาก

Advertisements

Reflections on the Notions Enlightenment & Nirvana

วันนี้จะเขียนเรื่องเป้าหมายในการปฏิบัติธรรมและความเข้าใจเกี่ยวกับการตรัสรู้ :

ในฝ่ายซกเช็นซึ่งเป็นวิถีหนึ่งของวัชรยานเน้นการกลับไปสู่สภาวะเดิมแท้ของจิตที่เรียกว่า “จิตกระจ่าง” (ริกปะ) ซึ่งมีคุณลักษณะ สมบูรณ์ บริสุทธิ์ ปราศจากกิเลส ว่าง และกระจ่าง เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความเมตตากรุณา จิตกระจ่างนี้มีอยู่เอง ไม่ได้เกิดมาจากที่ใดและไม่มีผู้ใดทำให้หมดสิ้นไปได้ สภาวะเช่นนี้นอกจากจะเป็นสภาวะเดิมแท้ของจิตเรายังเป็นสภาวะธรรมชาติของทุกสรรพสิ่ง

การตระหนักรู้และเข้าถึงสภาวะนี้เป็นจุดหมายปลายทางของการปฏิบัติธรรม เมื่อเข้าถึงสภาวะนี้อย่างถาวร เราก็ไม่ต้องเวียนวนอยู่ในวัฏสังสารอันเป็นทุกข์และไม่มีแก่นสารอีกต่อไป ในทิเบตไม่ได้ใช้ศัพท์ “นิพพาน” ในการอธิบายสภาวะนี้แม้ว่าอาจจะเป็นส่ิงเดียวกัน แต่เรียกเป้าหมายแห่งการปฏิบัตินี้ว่า “การได้เข้าถึงสภาวะพุทธะ” (ซังเจ โกพัง ทบวา)

ในการเข้าถึงสภาวะนี้ ผู้ปฏิบัติจำเป็นต้องมีความเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องไตรลักษณ์ อริยสัจจ์ 4 อย่างถ่องแท้ เพื่อให้จิตไม่ยึดติดในความจริงในระดับสมมุติ ให้เข้าใจว่าทุกอย่างเป็นเพียงสิ่งปรุงแต่งเท่านั้น แล้วหมั่นบ่มเพาะปัญญากับกรุณาให้เกิดในหัวใจด้วยการบริกรรมภาวนาและทำสมาธิ เจริญโพธิจิตหรือจิตที่ปรารถนาจะเข้าถึงการตรัสรู้เพื่อประโยชน์ของสัตว์โลกที่ต้องการความสุขและไม่ต้องการความทุกข์เช่นเดียวกับเรา

ในการเจริญโพธิจิต ผู้ปฏิบัติจะฝึกฝนตนดังเช่นพระโพธิสัตว์ทั้งหลายได้ฝึกตนด้วยการบำเพ็ญบารมีหกอันได้แก่ ทาน ศีล วิริยะ ขันติ สมาธิ ปัญญา ด้วยเหตุนี้ จึงมีครูบาอาจารย์บางท่านอธิบายว่าฝ่ายวัชรยานเน้นการเก็บเกี่ยวโพธิญาณในขณะที่ฝ่ายเถรวาทเน้นการเข้าสู่พระนิพพาน

ในวัชรยานมีอีกประเด็นที่สำคัญคือ แม้ว่าเราจะรู้ว่าสังสารวัฏเป็นทุกข์ แต่สังสารวัฏนี้คือสภาวะที่จะทำให้เราเข้าถึงการหลุดพ้น จึงมีคำกล่าวว่า “สังสารวัฏไม่แบ่งแยกจากนิพพาน” ทั้งสองอย่างล้วนเป็นสภาวะของจิต

Pre-registration Form: Teaching Tibetan

แบบฟอร์มแสดงความจำนงเข้าอบรม “ภาษาทิเบตพื้นฐาน I”
วันที่ 18 มกราคม ถึง 1 มีนาคม 2554
บ้านมูลนิธิพันดารา ซอยลาดพร้าว 11
กรุณาส่งแบบฟอร์มที่กรอกแล้วมาที่ 1000tara@gmail.com หรือ โทรสาร 025285308
ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2553
ทางมูลนิธิจะติดต่อกลับภายในวันที่ 27 ธันวาคม 2553

 

ชื่อ……………………………………………………..นามสกุล…………………………………………….

ที่อยู่…………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………..

โทรศัพท์มือถือ    …………………………………………………………………………………………….

Email ………………………………………………………………………………………………………….

วันเดือนปีเกิด…………………………………………………………………………………………………

อาชีพ……………………………………………………………………………………………………………

วุฒิการศึกษา …………………………………………………………………………………………………

พื้นฐานภาษาทิเบต…………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………

พื้นฐานภาษาต่างประเทศ…………………………………………………………………………………..

เหตุผลในการสมัครเรียนภาษาพื้นฐาน I กับมูลนิธิพันดารา………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………

Teaching Tibetan in Thailand


โครงการอบรม “ภาษาทิเบตพื้นฐาน 1”
เน้นพูด ฟัง อ่าน เขียนภาษาทิเบต พร้อมทั้งสวดมนตร์เป็นภาษาทิเบตและเรียนรู้เกร็ดทางศาสนาและวัฒนธรรม

หลักการและเหตุผล
โลกสมัยใหม่นำมาซึ่งความสุขสบายทางวัตถุและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ในขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งความรู้สึกโดดเดี่ยวแปลกแยก ความเครียดอันเกิดจากการแข่งขันและชีวิตทำงานที่เร่งรีบ

ในอีกซีกโลกหนึ่ง ทิเบตดำรงอยู่มาเป็นเวลาช้านานด้วยการใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียงและกลมกลืนกับธรรมชาติ โดยมีปรัชญาที่เน้นการให้ความหมายต่อจิตวิญญาณและการดำรงชีวิตอยู่ ด้วยปัจจัยทางการเมือง ทำให้ชาวทิเบตต้องลี้ภัยไปอยู่ตามประเทศต่างๆ ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และความเชื่ออันมีผลให้ภาษาของพวกเขามีการใช้ในวงกว้างขึ้นทั้งในการศึกษา วิจัย ปฏิบัติธรรม และการท่องเที่ยว

มูลนิธิพันดาราเล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมทิเบต จึงมีความประสงค์ที่จะเปิดอบรมภาษาทิเบตให้แก่สาธารณชนที่ต้องการศึกษาภาษานี้อันเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาพุทธและเป็นการเปิดโลกทัศน์ด้านปรัชญาและจิตวิญญาณ เพื่อชีวิตที่มีความหมายมากขึ้นและเพื่อการเข้าใจภาษาและวัฒนธรรมของเพื่อนบ้านของเรา

วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับภาษาทิเบต โดยเน้นการสนทนาและการอ่าน
2. เพื่อให้ความรู้ด้านวัฒนธรรมและศาสนาผ่านมุมมองของเจ้าของภาษา
3. เพื่อให้ผู้เรียนได้นำความรู้ไปใช้ในการศึกษาพระพุทธศาสนา การค้นคว้าด้านภาษาและวัฒนธรรมของเอเซีย การปฏิบัติธรรม หรือการเดินทางในทิเบตและดินแดนในหิมาลัยที่มีการใช้ภาษาทิเบต

กลุ่มเป้าหมาย
บุคคลทั่วไป ผู้ชื่นชอบวิถีทิเบต/หิมาลัย นักศึกษา ผู้ปฏิบัติธรรม นักวิชาการ

หัวข้อฝึกอบรม
ตัวอักษรและการสะกดคำ    ความเข้าใจด้านไวยากรณ์ การสนทนาเบื้องต้น การอ่านและเขียนคำและประโยค การทำความรู้จักอักขระศักดิ์สิทธิ์ มนตรา และฝึกอ่านบทสวดมนตร์พื้นฐาน รวมเวลาฝึกอบรม 30 ชั่วโมง

สถานที่อบรม
บ้านมูลนิธิ 695 ลาดพร้าว ซอย 11 จตุจักร กรุงเทพฯ

วันเวลาอบรม
ทุกวันอังคารและพุธ ครั้งละ 2 ชั่วโมง เวลา 18.00-20.00 น. วันที่ 18 มกราคม ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2553 ในบางสัปดาห์จะมีการเพิ่มชั่วโมงเรียนในวันพฤหัสบดีตามตารางที่กำหนด

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
มีพื้นความรู้เกี่ยวกับภาษาทิเบตสำหรับการศึกษาในขั้นสูงต่อไป
สามารถสนทนาเบื้องต้นเป็นภาษาทิเบตได้
สามารถอ่าน และเขียนคำศัพท์และประโยคง่ายๆ อ่านมนตราและบทสวดมนตร์ที่คัดมาให้ได้
ได้เรียนรู้เกี่ยวกับภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมของทิเบต

ผู้อบรม
*อาจารย์มิว เยินเต็น ทรงเทรอ
ผู้ประสานงานโครงการของมูลนิธิพันดารา อดีตอาจารย์พิเศษภาษาทิเบต มหาวิทยาลัยชนชาติกลุ่มน้อยตะวันตกเฉียงใต้ มณฑลเสฉวน และบรรณาธิการ”วารสารแสงแห่งเขาไกรลาศ” วัดตกเต็น เมืองอาบา มณฑลเสฉวน ประเทศจีน

ที่ปรึกษาโครงการและผู้อบรมด้านไวยากรณ์
*รองศาสตราจารย์ ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์
ประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิพันดารา ผู้เชี่ยวชาญด้านพุทธวัชรยานและทิเบตศึกษา อดีตอาจารย์ประจำ ภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ค่าอบรม
ตลอดหลักสูตร 30 ชั่วโมง 4,500 บาท รวมค่าถ่ายเอกสาร hand-outs แต่ไม่รวมตำรา

ตำราและหนังสืออ้างอิง
รายชื่อจะได้แจ้งให้ทราบในวันเปิดเรียน

ลงทะเบียน
แจ้งความจำนงภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2553 และจ่ายค่าอบรมตลอดหลักสูตรภายในวันที่ 7 มกราคม 2554  โทรศัพท์มือถือ 086100770 หรือโทรศัพท์/โทรสาร 025285308 Email: 1000tara@gmail.com
เพื่อให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทางมูลนิธิจึงมีความจำเป็นที่จะต้องจำกัดจำนวนผู้เรียนโดยพิจารณาจากจุดมุ่งหมายในการเข้าอบรม ขอให้ผู้สนใจเข้าร่วมกรุณากรอกแบบฟอร์มประกอบการพิจารณาภายในวันที่ 25 ธันวาคม

การโอนค่าลงทะเบียน
ชื่อบัญชี “มูลนิธิพันดารา” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแควร์  บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 038-4-31667-8

ตารางเรียน
ครั้งที่ 1    วันอังคารที่ 18 มกราคม 2554
แนะนำภาษาทิเบต ตัวอักษรภาษาทิเบตและการออกเสียง

ครั้งที่ 2    วันพุธที่ 19 มกราคม 2554
ออกเสียงและสะกดคำ

ครั้งที่ 3    วันอังคารที่ 25 มกราคม 2554
ฝึกออกเสียง ความรู้ทางไวยากรณ์ แนะนำตัวเองและทักทาย

ครั้งที่ 4    วันพุธที่ 26 มกราคม 2554
ความรู้ทางไวยากรณ์​ อ่านและเขียนคำศัพท์พื้นฐาน

ครั้งที่ 5    วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม 2554
ความรู้ทางไวยากรณ์ อ่านและเขียนคำศัพท์พื้นฐาน

ครั้งที่ 6    วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554
ความรู้ทางไวยากรณ์ อ่านและเขียนคำศัพท์พื้นฐาน

ครั้งที่ 7    วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554
พูดคุยเกี่ยวกับวัฒนธรรม อ่านประโยคง่ายๆ

ครั้งที่ 8    วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554
พูดคุยเกี่ยวกับวัฒนธรรม อ่านประโยคง่ายๆ

ครั้งที่ 9    วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554
พูดคุยเกี่ยวกับศาสนา อ่านบทสวดมนตร์พื้นฐาน

ครั้งที่ 10    วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554
ทำความรู้จักอักขระศักดิ์สิทธิ์และมนตรา

ครั้งที่ 11    วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554
ฝึกสนทนาและอ่าน

ครั้งที่ 12    วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ 2554
ฝึกสนทนาและอ่าน

ครั้งที่ 13    วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554
ฝึกสนทนาและอ่าน

ครั้งที่ 14    วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554
ฝึกสนทนาและอ่าน ชมภาพยนตร์เป็นภาษาทิเบต

ครั้งที่ 15    วันอังคารที่ 1 มีนาคม 2554
ทบทวน ชมภาพยนตร์เป็นภาษาทิเบต  ปิดคอร์สพร้อมกับฉลองวันปีใหม่ทิเบตล่วงหน้า

ภาษาทิเบตมีผู้พูดไม่ต่ำกว่า 4 ล้านคน ในเขตปกครองตนเองของทิเบตในประเทศจีน มองโกเลีย เนปาล อินเดีย และภูฏาน เป็นภาษาสำคัญที่บันทึกคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การเรียนภาษาทิเบตจะทำให้เราได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของเอเซียและได้แลกเปลี่ยนกับพระอาจารย์และเพื่อนชาวทิเบตอย่างใกล้ชิด

กิจกรรมมูลนิธิพันดาราเกี่ยวกับภาษาทิเบต :
คอร์สภาษาทิเบตพื้นฐาน 2 จะทำการอบรมต้นเดือนพฤษภาคม รายละเอียดจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป

Virupa

Virupa is one of the 84 Indian Mahasiddhas. He taught at Nalanda University where he was given the name Dharmapala. Later he became tired of university life because he saw no signs of spiritual advancement. He was disappointed that he threw his prayer beads in the lavatory. At that time, Nairatmya, Hevajra’s consort manifested herself in front of him and gave him transmission. After that he left Nalanda and traveled to many places until he achieved siddhi and could control the sun. His teachings were transmitted and became part of “Lamdre” (path and fruit), the most important teaching of Sakyapa./ “The Three Visions,” written by Dezhung Rinpoche and translated by Soraj Hongladarom. Publishing in progress, Thousand Stars Foundation.

The Foundation wishes to thank Atipong Padanupong for this beautiful drawing of the great siddha.

ท่านเป็นหนึ่งในพระมหาสิทธาแปดสิบสี่องค์ แต่ก่อนท่านเป็นพระอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ชื่อว่า “ธรรมปาละ” แต่ต่อมาท่านเกิดเบื่อหน่ายชีวิตในมหาวิทยาลัย เนื่องจากปฏิบัติธรรมไม่ได้ผลสำเร็จสักที ท่านท้อแท้มากขนาดโยนสร้อยลูกประคำที่ใช้อยู่ตลอดลงในห้องน้ำ ทันใดนั้นพระนางไนราตมยะ ชายาของพระเหวัชระก็ได้ปรากฏพระองค์แก่ท่าน และก็ได้ถ่ายทอดคำสอนให้แก่ท่าน ต่อจากนั้นท่านก็ออกจากมหาวิทยาลัยท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ ท่านปฏิบัติจนบรรลุมรรคผล และมีฤทธิ์สามารถหยุดดวงอาทิตย์ได้ ซึ่งก็ทำให้ท่านเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป และรูปของท่านก็มักจะทำตอนที่ท่านกำลังหยุดพระอาทิตย์นี้ คำสอนของท่านได้รับการถ่ายทอดมายังสายสาเกียปะ จนมาเป็นคำสอนที่เรียกว่า “ลัมเดร” (มรรคผล) ซึ่งปรากฏอยู่ในหนังสือ “การเห็นทางธรรมสามประการ” ที่มูลนิธิพันดารากำลังพิมพ์อยู่นี้ รศ.ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ แปลจากงานของท่านเตชุง ริมโปเช

ขอขอบคุณ คุณอธิพงศ์ ภาดานุพงศ์ ที่ถ่ายทอดรูปท่านวิรูปะเป็นงานศิลปะที่งดงาม

อานิสงส์ของการกราบ

บทสวดบันดาลใจ

อานิสงส์ของการกราบ

ข้าพเจ้าขอประณตน้อมด้วยศรัทธาและด้วยการบูชาสูงสุด
ขอให้บาปกรรมและเครื่องเศร้าหมองของสัตว์ทั้งหลายสูญสลายไป

ด้วยมือขวาและซ้ายประสานกัน ขอให้อุบายกับปัญญาอยู่คู่กันเสมอ

เมื่อมือพนมไว้เหนือศรีษะ ขอให้พวกเราได้เข้าถึงพุทธเกษตรและแดนแห่งพระฑากินี

เมื่อมือพนมไว้ที่หน้าผาก ขอให้บาปกรรมทางกายได้รับการชำระให้บริสุทธิ์

เมื่อมือพนมไว้ที่คอ ขอให้บาปกรรมทางวาจาได้รับการชำระให้บริสุทธิ์

เมื่อมือพนมไว้ที่หัวใจ ขอให้บาปกรรมทางความคิดได้รับการชำระให้บริสุทธิ์

เมื่อสลายมือออกจากกัน ขอให้ข้าพเจ้าได้ช่วยเหลือสัตว์โลกด้วยกายทั้งสอง

เมื่อหัวเข่าอยู่บนพื้น ขอให้การเกิดในอบายภูมิหมดสิ้นไป

เมื่อนิ้วทั้งสิบอยู่บนพื้น ขอให้ข้าพเจ้าได้เข้าถึงภูมิสิบและมรรคห้าอย่างเป็นลำดับ

เมื่อหน้าผากแตะพื้น ขอให้ข้าพเจ้าได้พุทธภูมิที่สิบเอ็ดแห่งพระสมันตภัทรพุทธเจ้า

เมือยืดแขนขาออกและหดเข้า ขอให้ข้าพเจ้าได้เข้าถึงพระกรณียกิจทั้งสี่

เมื่อยืดเส้นเอ็นออกและหดเข้า ขอให้เส้นขัดทั้งหลายคลายออก

เมื่อยืดกระดูกสันหลังส่วนกลางออกและค้อมเข้า ขอให้เส้นทั้งหลายประชุมที่ช่องลมปราณกลางกาย

เมื่อสัมผัสพื้นแล้วลุกขึ้นมาอีกครั้ง ขอให้ข้าพเจ้าไม่ต้องดำรงอยู่ในสังสารวัฏอีกต่อไป ขอให้ได้เข้าถึงอริยมรรค

เมื่อก้มลงกราบอีกครั้ง ขอให้ข้าพเจ้าไม่ดำรงอยู่ในสันติสุขอันเป็นนิรันดร์ แต่ได้เป็นผู้นำพาสัตว์ทั้งหลาย

ด้วยบุญกุศลของการกราบอัษฎางคประดิษฐ์ ขอให้ข้าพเจ้ามีอายุยืนยาว ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ขอให้ชีวิตในภายภาคหน้าได้เกิดในดอกบัวแห่งแดนสุขาวดี และได้เข้าถึงพระสัมมาสัมโพธิญาณด้วยเทอญ

รจนาโดยฤษีซกทรุก รังเดรอ กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์แปล

ขอขอบคุณดร. แดน มาร์ติน (Dr. Dan Martin) ที่เขียนบล็อกเกี่ยวกับการกราบและอ้างถึงบทสวดบันดาลใจนี้ http://tibeto-logic.blogspot.com/