How to Get to Khadiravana

วิธีการเดินทาง
1 การเดินทางโดยรถประจำทาง หรือรถทัวร์ สามารถขึ้นรถทัวร์ได้ที่สายใต้ใหม่ ขึ้นรถ กทม-หัวหิน-ปราณ ลงรถที่อ.หัวหิน จากท่ารถต้องเดินมาขึ้นรถสองแถว ที่คิวรถสองแถวหัวหิน-หนอง พลับ ประมาณ 200 เมตร (หน้ามูลนิธิหัวหิน) สอบถามจากวินมอเตอร์ไซด์ หรือคนแถวนั้น  ตอนลงจากรถทัวร์ว่าคิวรถอยู่ตรงไหน
2 รถตู้จากอนุเสาวรีย์ชัยฯ กทม-หัวหิน  หรือ มาลงที่อ.หัวหิน  เดินมาขึ้นรถสองแถวที่คิวรถหัวหิน-หนองพลับ 100 เมตร แจ้งรถสองแถวว่าต้องการลงที่ศูนย์ทิเบตบริเวณหมู่บ้านมะค่าสี่ซอง เลยอบต หนองพลับ ประมาณ 7 กิโล
Advertisements

สถานปฏิบัติธรรมแห่งป่าสีเสียด

ศูนย์ปฏิบัติธรรมแบบทิเบตแห่งแรกของประเทศไทย

มูลนิธิพันดาราสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมแบบทิเบตแห่งแรกของประเทศไทยบนเนื้อที่ 68 ไร่ที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้า ภูเขาสูง และทะเลสาบธรรมชาติ ณ ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้มีชื่อว่า “ภัทรกัลป์ตาราขทิรวัน” หรือเรียสั้นๆว่า “ขทิรวัน” หมายถึงป่าขทิระหรือป่าสีเสียด

ขทิรวันเป็นชื่อสวรรค์ของพระแม่ตารา พระโพธิสัตว์แห่งความเมตตากรุณา ตามตำนานและในบทสวดมนตร์กล่าวว่าพระองค์กำเนิดจากน้ำพระเนตรของพระอวโลกิเตศวรหรือ ที่คนไทยรู้จักในนามของ “เจ้าแม่กวนอิม”เมื่อคราวกรรแสงที่เห็นสัตว์นรกมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

จุดเด่นของศูนย์ปฏิบัติธรรมนี้คือเป็นที่ประดิษฐาน พระศานติตารามหาสถูป ซึ่งจะก่อสร้างตามแบบพุทธศิลป์ทิเบตโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นที่กราบสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แทนกาย วาจา ใจของพระพุทธเจ้า

จุดเด่นอีกประการของศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้คือการเป็นสถานที่ฝึกจิตตามแนวการปฏิบัติซกเช็นและเป็นสถานที่จำศีลปลีกวิเวกเพื่อให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้ใช้ชีวิตอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

การบริหารงานของขทิรวันจะเป็นไปตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ป่าขทิระแห่งนี้เป็นป่ารื่นรมย์ทางจิตวิญญาณ และเน้นการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน

นอกจากนี้ ขทิรวันจะเป็นที่ตั้งของห้องสมุด เพื่อให้ผู้สนใจเรื่องราวของทิเบตและหิมาลัยรวมทั้งเรื่องการแพทย์แบบทิเบตได้มีแหล่งเรียนรู้

การตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมนี้เป็นทางเลือกหนึ่งให้คนไทยได้แสวงหาความหมายของการดำรงชีวิตโดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้เกิดความรักใคร่ปรองดองในสังคม และเพื่อน้อมนำให้เกิดความสุขและสันติภาพบนโลก

ภาพข้างบนแสดงขทิรวันในวันแรกๆที่เราเข้าไปพัฒนา (สิงหาคม 2550)

ภาพต่อไปนี้แสดงขทิรวันในปัจจุบัน

ในวันที่รุ้งกินน้ำหลังอบรมวิถีฑากินี มิถุนายน 2552

ในวันที่เรือนปฏิบัติธรรมบ้านดินสร้างเสร็จ กุมภาพันธ์ 2553

ในวันลงเสาเข็มพระมหาสถูปครบ 100 ต้น เมษายน 2553

ในวันเสวนาบทบาทของสตรีในพระพุทธศาสนา มีนาคม 2553

กฎแห่งกรรม

เรื่องกฎแห่งกรรมที่พี่ชายท่านหนึ่งเล่าให้ฟัง

หลายปีก่อน เพื่อนคนหนึ่งของพี่คนนี้ชอบล่าสัตว์ เขาล่าด้วยความคึกคะนอง แล้วนำสัตว์ที่ล่ามาอวดกัน คราวใดที่ได้สัตว์ดุร้าย เช่น งูจงอาง ก็จะนำมาเล่าด้วยความภาคภูมิใจ ในการล่าสัตว์ พวกเขามักจะไปกันตอนกลางคืน การล่าสัตว์จะเน้นส่องสัตว์โดยดูจากดวงตาของมันซึ่งเหมือนดวงไฟสีแดง

คืนหนึ่ง เพื่อนของพี่กับเพื่อนของเขาไปกันสองคันรถ พวกเขาแบ่งโซนล่าสัตว์ เขากับเพื่อนกลุ่มหนึ่งแยกเข้าป่าไป พวกเขาขับรถวนไปวนมาก็ยังหาสัตว์ไม่ได้ รถของเพื่อนพวกเขาอีกคันจอดพักโดยที่คนขับจุดไฟเพื่อสูบบุหรี่ รถของเพื่อนพี่เห็นประกายไฟ ดีใจคิดว่าเป็นดวงตาของเสือ พวกเขารีบยิงไปทันที ปรากฏว่าพวกเขาได้สังหารเพื่อนของพวกเขาเอง ในรถคันนั้น คนหนึ่งตายทันที อีกคนถูกยิงเข้าแก้ม ทะลุกราม โชคดีว่าผู้ถูกยิงเพิ่งไปถอนฟันมา ทำให้กระดูกฟันไม่แตก และกระสุนทะลุไปที่แก้มอีกด้านหนึ่ง คนนี้ไม่ตาย แต่บาดเจ็บ ส่วนเพื่อนอีก 2 คนในรถพยายามขับรถออกจากป่า แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร พวกเขาก็หลงป่าถึงสองวัน ในช่วงนั้น พวกเขาต้องอยู่กับศพผู้ตายเหมือนกับอยู่กับเหยื่อที่พวกเขาเคยล่ามา

หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ ผู้ถูกยิงทะลุแก้มตั้งปฏิญาณที่จะไม่ฆ่าสัตว์อีกต่อไป ทุกวันนี้เขาก็ยังดำรงชีวิตอยู่ แต่น้องชายของเขาไม่เชื่อเรื่องบาปกรรม ยังคงชอบล่าสัตว์อยู่ หลังจากนั้นไม่นาน น้องชายเขาถูกจับเป็นตัวประกันและถูกยิงทิ้ง

บาปกรรมมีจริงโดยเฉพาะถ้าฆ่าสัตว์โดยมีองค์ประกอบครบทั้ง 4 องค์ประกอบ: มีเจตนาที่จะฆ่า มีสัตว์ที่ต้องการฆ่า มีการฆ่า และมีผลของการกระทำ คือ สัตว์นั้น ตาย บางครั้ง กรรมดี กรรมชั่ว ไม่ได้ให้ผลเร็ว เพราะขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยในอดีตชาติด้วย แต่ถ้าเป็นกรรมดีมากๆหรือกรรมชั่วมากๆ ผลมักจะเกิดขึ้นทันตาเห็น

สัตว์ทั้งหลายไม่ว่าตัวมันจะเล็กเพียงใดล้วนแต่รักชีวิต ปรารถนาความสุขและไม่ต้องการความทุกข์ การฆ่าสัตว์จะทำให้เราเป็นคนเจ็บป่วยและมีอายุสั้น ในวาระสุดท้ายของชีวิต จิตของเราจะระทมทุกข์ด้วยความสำนึกผิด

Great Stupa in Action

More pilings were delivered at Khadiravana Center on May 19. Although we had problem with the workers the day before, all the problems are now fixed and today (May 21) a group of new workers have arrived. The pilings work will resume tomorrow. About 250 more pilings will be planted.

250 pilings of various sizes successfully planted

Newly transported pilings

Vasutara Sala and Mantra Stupa amidst green summer

Interesting cloud over the Stupa site

Natural meditation site

Drawing Symbols of Auspiciousness

กิจกรรมวาดสัญลักษณ์พุทธศิลป์มงคลแปด (ต้าชี่ ตักเจด) เพื่อเฉลิมฉลองวิสาขบูชา

ภาพผนังศาลาที่จะวาดและรายละเอียดของสัญลักษณ์

Event: Drawing Eight Symbols of Good Fortune (Tashi Dagyed) in Tibetan/Himalayan Culture

Venue: Khadiravana Center

Dates: 28-29 May 2010 to celebrate Visakhapuja

Artists: Supachok Chumsai Na Ayudhaya, Atipong Padanupong and drawing volunteers

We’ll draw eight auspicious symbols at the Center’s new pavilion, Dewa Watana Sala.

Dewa Watana Sala, Khadiravana Center

This Pavilion’s inner walls are where we’ll draw eight auspicious symbols.

The Parasol (Tib. dug) represents protection against the heat of defilements (klesha).

ฉัตร (ทิเบต: ตุก) ปกป้องจากความร้อนแห่งกิเลส

The Golden Fishes (Sernya), a symbol of good fortune

สุวรรณมัจฉา (เซร์ญา) แสดงด้วยปลาทองคู่ เป็นสัญลักษณ์ของโชคดี

The Right-Turning Conch Shell (Dung yer khyil) stands for the fame of the Buddha’s teaching, which spreads in all directions like the sound of the conch trumpet.

ทักษิณาวรรตสังข์ (ตุงเยชีล) หมายถึง เสียงแห่งพระธรรมแพร่กระจายไปทุกทิศ ดุจเสียงแตรสังข์

The Lotus (Padma) is a symbol of purity.

ปัทมา (เปมา) คือ สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์

The Treasure Vase (Bumpa) stands for the fulfillment of spiritual and material wishes.

โถรัตนะ (พุมปา) แทนความสมประสงค์ทั้งทางโลกและทางธรรม

Glorious endless knots (Palwe) symbolizes that all phenomena are interrelated and infinite knowledge of Buddha.

ปาเว เป็นสัญลักษณ์ของการพึ่งพาอาศัยกันของสรรพสิ่ง และพระมหาปัญญาธิคุณของพระพุทธองค์ที่ไม่มีวันหมดสิ้น

The Victory Banner (Gyaltshan) symbolizes the victory of the Buddhist teaching, the victory over ignorance, and the victory over all disagreements and disharmonies.

ธวัชชัย (เกียลเซน) เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะในพระพุทธศาสนา ชัยชนะเหนืออวิชชา และชัยชนะเหนือการแตกแยกและไม่ปรองดองกัน

The Wheel (Khorlo) represents the Buddhist teaching, which is complete and perfect.

ธรรมจักร (คอร์โล) คือ กงล้อแห่งพระธรรมอันสมบูรณ์

***

กิจกรรมนี้ยังคงเปิดรับอยู่จนถึงวันที่ 25 พฤษภาคม หากท่านใดจะมาร่วมปฏิบัติธรรมและให้กำลังใจผู้วาด ก็จะเป็นอานิสงส์อย่างยิ่ง

อมงคลอันประเสริฐมาสู่ท่านและครอบครัวและประเทศไทยตลอดไป

Email: 1000tara@gmail.com โทร. 0806100770

บ่มเพาะความเมตตากรุณาในหัวใจ

ในขณะที่โลกวุ่นวายเต็มไปด้วยภัยพิบัติทั้งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาและทั้งที่เกิดจากธรรมชาติ (ซึ่งก็ยังเกี่ยวข้องกับการกระทำของมนุษย์) เรายิ่งต้องบ่มเพาะความเมตตากรุณาให้เกิดขึ้นในหัวใจของเรา   ทุกเช้าเมื่อตื่นนอน สัญญากับตัวเองว่าจะรักและกรุณาสัตว์ทั้งหลายอย่างไม่มีอคติ ทุกชีวิตคือผู้ที่เคยเกี่ยวข้องกับเรามาก่อนแล้วทั้งนั้น ระหว่างวัน ดำรงชีวิตเยี่ยงพระโพธิสัตว์ ปฏิบัติต่อพ่อแม่ญาติพี่น้องด้วยความรัก ปฏิบัติต่อบุคคลอื่นและสัตว์อื่นด้วยไมตรีจิต ให้ความช่วยเหลือผู้มีทุกข์เท่าที่จะทำได้ ไม่เบียดเบียนหรือฆ่าสัตว์ไม่ว่ามันจะตัวเล็กหรือดูด้อยค่าเพียงไร สวดคาถาแห่งความเมตตากรุณาในทุกๆขณะที่มีเวลา ก่อนนอน แผ่บุญกุศลให้ทุกชีวิต อธิษฐานให้พวกเขาเข้าถึงการตรัสรู้ธรรม พร้อมกับหลับไปกับความรู้สึกเมตตากรุณาในหัวใจ

Tara Great Stupa News

The pilings work is under way. As of today (May 14), 250 pilings have been planted. We have accomplished half way. The remaining work will be done till completed next month. On May 28-29, the foundation will organize a Viskhapuja full moon meditation. This will be the first time we will resume our prayers at the Stupa site after pilings work started in late March.