When There Is No Fire In the Forest

เมื่อไฟไม่ไหม้ป่า : เสียงสะท้อนจากขทิรวัน

บ้านมะค่าสี่ซองเป็นหมู่บ้านเล็กๆในตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นี่เป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนที่เราจะเข้าไปในเขตช้างป่า บ้านพักของชาวกะเหรี่ยง และน้ำตกป่าละอู ทางตะวันตกของหัวหิน

ฉันรู้จักที่นี่โดยบังเอิญเมื่อมาดูที่ดินเพื่อหาที่ตั้งของศูนย์ทิเบตและธรรมาศรมที่ฉันตั้งใจสร้างในนามมูลนิธิพันดารา

สี่ปีแล้วที่ฉันได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินผืนนี้ ฉันยังจำวันแรกที่ได้มาเยือนที่แห่งนี้ได้ชัดเจน วันนั้นที่ดินเขียวชอุ่มไปด้วยหญ้าคา มีต้นหางนกยูง ต้นปาล์ม และต้นไม้่ป่าอีกหลายต้น ที่ประทับใจเป็นอย่างมาก คือ ต้นไทรใหญ่ด้านหลังของที่ดินที่มีรากฝังบนก้อนหิน และต้นฟักข้าวที่ออกผลเป็นสีทองอร่าม

ด้านหน้าของที่ดินผืนนี้มีสระน้ำเก็บน้ำซับจากภูเขา เมื่อเดินเข้าไปข้างในที่ดิน แล้วมองไปรายรอบจะเห็นเทือกเขาสุดลูกหูลูกตา เพราะภูเขา ฉันจึงหลงรักที่ดินผืนนี้

ภูเขาทำให้ฉันนึกถึงทิเบต นึกถึงการฝึกจิตขั้นสูงในพุทธแบบทิเบตที่เรียกว่า “ซกเช็น” ในการฝึกปฏิบัติมีการให้พินิจพระอาทิตย์พระจันทร์ที่ขึ้นเหนือยอดเขา

ฉันกับเพื่อนๆตั้งชื่อที่ดินผืนนี้ว่า “ขทิรวัน” แปลว่า ป่าสีเสียด ไม่ใช่เพราะที่แห่งนี้มีต้นสีเสียดอยู่เต็มไปหมด แต่เป็นเพราะเราต้องการตั้งชื่อตามสถานที่ที่พระอาจารย์นาคารชุนเห็นนิมิตพระแม่ตารา ที่ๆเป็นดังสวรรค์ของพระองค์ และเพื่อรำลึกถึงพระพุทธเจ้าศากยมุนีในคราวที่เสด็จป่าสีเสียดเมื่อพระองค์อาพาธหลังตรัสรู้ได้ 8 พรรษา

เมื่อซื้อที่ดินใหม่ๆ ข้างๆ ขทิรวันยังเป็นพื้นที่สีเขียว มีต้นไม้ประปราย

สองปีต่อมา เริ่มมีการทำไร่สับปะรดมากขึ้น ต้นไม้น้อยใหญ่ถูกรถแบคโฮถอนรากถอนโคลนอย่างไม่ปรานี ไม่ไกลจากที่ทำการอบต. หนองพลับ มีบริษัททำสับปะรดกระป๋องของอเมริกาตั้งอยู่

ชาวบ้านดูจะไม่สนใจปัญหาเรืื่องดินเสียหลังทำไร่สับปะรด พวกเขานิยมจุดไฟเผาหญ้า เผาป่า เป็นวิธีที่จะทำให้ดินได้รับการปรับโดยเร็ว และสิ่งที่ไม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นหญ้าคา หรือตอสับประรดได้รับการขจัดออกไปอย่างรวดเร็ว

แต่เมื่อเผาป่า นอกจากส่ิงไม่พึงประสงค์จะหมดไป ระบบนิเวศที่ธรรมชาติมอบให้พวกเราก็หมดไปด้วย สัตว์ป่าขาดบ้าน ต้องหนีเตลิดเปิดเปิงไปตามที่ต่างๆ ตกเป็นเหยื่อของนายพราน นี่ไม่นับสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยที่หนีไม่ทันและต้องสังเวยชีวิตเพราะน้ำมือของมนุษย์ที่เป็นพญาม้จจุราช

วันนี้ ขทิรวันยังคงเขียวชอุ่มท่ามกลางความร้อนระอุของไอแดดในเวลากลางวัน แต่ที่ดินข้างๆแทบจะไม่มีต้นไม้ใหญ่อีกแล้ว เมื่อหันไปทางขวาของขทิรวัน เราเจอที่ดินปรับแล้วรอการลงต้นกล้าสับประรด เมื่อมองทางด้านซ้าย เราเห็นดงสับปะรดที่ปลูกเป็นแถว ร่มเงาแห่งธรรมชาติหมดสิ้นไป เหลือเพียงต้นสับประรดที่ออกลูกออกผลให้เจ้าของและเกษตรกรที่มาเช่าที่ดินได้ชื่นใจ

คืนแล้ว คืนเล่า เราเห็นไฟป่าตามจุดต่างๆทั่วหมู่บ้านและบริเวณใกล้เคียง ฉันมองดูกองไฟเหล่านั้นเหมือนอยากจะให้ส่ิงที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตา เป็นเพียงฝันร้าย

ไฟสีแดงเปลี่ยนสีเมฆให้กลายเป็นสีเดียวกัน ควันขโมงในยามค่ำคืนปิดบังความงามของดวงดาวบนฟากฟ้า ฉันนึกถึงฝูงสัตว์ที่หวาดกลัวต่อเสียงประทุของไฟ ต่อความร้อนแรงของอัคนีที่จะแผดเผาทุกอย่าง

ขอพระแม่ตาราโปรดคุ้มครอง โปรดประทานความเข้มแข็งแก่ทุกชีวิตที่หวาดกลัว

อีกนานแค่ไหนหนอที่ไฟจะดับไปจากป่า ขทิรวันจะช่วยดูแลรักษาป่าได้อย่างไร ฉันถามตัวเอง

ไม่ว่าจะเนิ่นนานหรือยากลำบากเพียงไร ฉันจะเฝ้ารอวันนั้น วันที่ไฟไม่ไหม้ป่า วันที่ที่ดินทุกผืนเขียวชอุ่ม และสัตว์เล็กใหญ่อยู่อย่างอิสระปราศจากความกลัว

ขอผู้อ่านทุกท่านโปรดเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาป่าหรือสนับสนุนศูนย์ขทิรวันให้สามารถคงความเป็นป่าแห่งความรื่นรมย์เพื่อเป็นแหล่งพักพิงใจของมนุษย์และสัตว์และเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ

Advertisements

Author: Krisadawan Metavikul (Kalsang Dawa)

Dharma teacher, founder and president of the Thousand Stars Foundation, promoting Tibetan wisdom, engaging in charity work.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s