News for Events in February

Stupa Diary will continue in early February.

Good news:

Maghapuja Retreat and Dharma Teaching by a Tibetan Master

สมาธิภาวนาเนื่องในวันมาฆบูชากับพระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเช

Kunga Sangbo Rinpoche is coming back to Thailand next month. He will lead a 7-day Maghapuja Retreat at Khadiravana. The dates will be confirmed. On Maghapuja day (28 February), Rinpoche will recite a prayer for world peace and perform a special blessing to the planting of 500 pilings for the Tara Great Stupa. That day we will also recite 100,000 Tara mantra and make a stone mandala. Rinpoche will preside over opening ceremonies for the Tibetan earth house and the new Sala. Detail will be announced later.

Tibetan Medicine

ปรึกษาปัญหาสุขภาพกับคุณหมอทิเบตจากสถาบันการแพทย์ที่ลาซา

Dr. Tsedor Nyarongsha will give consultation to patients and those who want to have a health check-up at the foundation house on 20-21 February, 9 am-7pm. Interested persons, kindly bring your first urine sample of the day. Consultation fee: 400 baht (not including medicine). For reservation, please email: 1000tara@gmail.com, or call our volunteer 0869775867.  We’d appreciate it if you could make reservation via email.

Advertisements

Stupa Diary (2)

แล้วการเดินกราบเพื่อขัดเกลาจิตใจให้ใสสะอาดก่อนการทำบุญกุศลครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2550 ฉันไปกราบครูอีกครั้ง ท่านสอนวิธีตั้งจิตขณะกราบ ฉันกราบเท้าครูด้วยความกตัญญู จากวันนั้น ฉันน้อมนำจิตของครูมาอยู่กับใจของฉันทุกหนแห่งที่เดินทาง พรของครูเป็นดังน้ำอมฤตชำระล้างกิเลสเครื่องเศร้าหมองในใจ หลายสิ่งหลายอย่างที่ครูพูดสลัดหน้ากากจอมปลอมของตัวตนออกไป

หลังกลับมาเมืองไทยจากการไปกราบได้วันเดียว ฉันไปทำธุระแถวสยาม แล้วเลยเดินไปสถานีรถไฟฟ้าชิดลม ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาทัก เขาถามว่าจำเขาได้ไหม และฉันไปทำอะไรมาจึงหน้าดำ ฉันเคยพบเขาเมื่อปีก่อน เขาชื่อเอก (อธิพงศ์ ธาดานุพงศ์) เขาเคยนำรูปพระแม่ตาราขาวที่เขาวาดที่ธรัมศาลามาให้ดู ฉันเล่าให้เขาฟังถึงการไปเดินกราบจาริกแสวงบุญ แม้ว่าจะไม่สนิทกัน ฉันเชื่อมั่นว่าเขาจะเป็นผู้วาดรูปพระสถูปให้ได้ ฉันขอให้เขาวาดรูปให้ทันทีโดยขยายจากร่างเดิมที่ศุภโชคทำ เขาบอกว่าไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือเปล่าเพราะเขาไม่เคยวาดรูปสถูปเจดีย์มาก่อน แล้วจริงๆทังกาแบบทิเบตที่เคยวาดก็มีเพียงภาพเดียวในชีวิต เวลาส่วนใหญ่ของเขาหมดไปกับการวาดการ์ตูนหรือวาดรูปประกอบบิลล์บอร์ดที่เขาทำเป็นอาชีพ  เขาขอเวลาไปคิด ก่อนจากกัน ฉันถามเขาว่ารู้จักใครที่จะมาช่วยทำภูมิทัศน์ไห้ศูนย์ปฏิบัติธรรมที่หัวหินไหม เขาบอกว่าจะลองคิดดู

เย็นวันนั้น เอกโทรมาหา เขาจะไปเอาแบบพระสถูปที่จุฬาฯ เขาบอกว่าจะลองวาดดูสักอาทิตย์ เขาให้เบอร์สถาปนิกคนหนึ่งที่มีชื่อว่าเป็นคนใจบุญ สถาปนิกคนนี้ชื่อว่าจุ่น (ชลทิศ ตามไท) เมื่อฉันขอให้เขามาช่วยทำขทิรวัน เขาไม่ปฏิเสธ ในวันรุ่งขึ้นเราเดินทางไปขทิรวันด้วยกันทันที เขาประทับใจบรรยากาศธรรมชาติและรับที่จะทำภูมิทัศน์ให้

ไม่กี่วันหลังจากนั้น ฉันได้เพื่อนร่วมเดินทางอีกคน เธอชื่อจิ๊ก (ปรัชวัน เกตวัลห์) จิ๊กหลงรักทิเบตนับแต่การเดินทางไปที่นั่นครั้งแรก เธอเคยมาหาฉันเมื่อคราวเราจัดประชุมที่จุฬาฯ เคยเอาสมุดไดอารี่มาให้และเคยรับมนตราภิเษกจากครู

เรานัดกันไปทิเบตตะวันออก ไปเยี่ยมชมพระสถูปที่บ้านเกิดเยินเต็นในแคว้นอัมโด และเอารูปพระสถูปขนาดใหญ่ที่เอกวาดไปให้ครูดูเพื่อตรวจสอบสัดส่วน ก่อนเดินทาง จุ่นพาเพื่อนสถานิกอีก 2 คนเล็กและกลาง (ศิษฐ์-ปรีชญา ธีระเกเมน) มาพบ ทั้งคู่ขอตามไปทิเบตด้วย

มิถุนายน 2550 เรา 7 คน (รวมฉันและเยินเต็น) ไปพบครู เมื่อเห็นรูปพระสถูปขนาดใหญ่ ครูรีบนำไม้บรรทัดมาวัด ให้คำแนะนำต่างๆ ครูสอนเราเรื่ององค์ประกอบของพระสถูป ขั้นทั้ง 5 ที่ฐานแทนธาตุทั้ง 5 ขั้น 4 ขั้นเหนือบัลลังก์พระสถูปแทนพรหมวิหาร 4  จิตใจฉันพองโตด้วยความสุข การงานพระสถูปเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

ที่อัมโด เราเรียนวิถีชีวิตของชาวทิเบตที่เรียบง่ายและเปี่ยมไปด้วยศรัทธา เราไปกราบพระสถูปใหญ่ 2 องค์ คือสถูปยุงตรุง เกอเลกที่วัดตกเต็นซึ่งเป็นวัดที่อดีตพระเยินเต็นจำพรรษาอยู่ 27 ปี และสถูปทงเทรอ ที่วัดโกมัง การเดินทางไปไหว้พระสถูปครั้งนั้นทำให้พวกเรา 7 คนได้มาทำงานร่วมกัน ปีนั้น เราช่วยกันทำนิทรรศการพระสถูปที่การประชุมความสุขในสังคมสมัยใหม่ในเดือนสิงหาคม ต่อมาในเดือนตุลาคม ทั้ง 7 คนก็มาเป็นวิทยากรเกี่ยวกับทิเบตในแง่มุมต่างๆในการสัมมนาเรื่องสานศิลป์สู่สันติ

หลายคนเชื่อเรื่องพลัง คำๆนี้น่าจะเป็นคำยอดฮิตในสังคมไทย บางคนแบมือออกเพื่อรับพลังจากข้างนอก บางคนเปล่งเสียงดังเอาพลังจากข้างในออกมา พลังดูเหมือนจะถ่ายไปถ่ายมาจนเป็นสินค้า ทิเบตก็มีพูดถึงพลังเหมือนกัน แต่พลังในความหมายของพวกเขาคือพรของพระพุทธองค์ คือพรของครูที่เราตั้งนิมิตว่าเป็นหนึ่งเดียวกับพรของพระพุทธเจ้า ถ้าจะมีพลัง ก็มีเพียงพลังจิตที่เกิดจากการฝึกดี ตั้งจิตเยี่ยงพระโพธิสัตว์ เยี่ยงพระอรหันต์ จิตที่ไม่มัวหมองปราศจากอัตตามีพลังที่จะดับทุกข์ของสัตว์โลก หลังเดินทางจากการกราบได้เพียงวันเดียว ฉันได้พบเพื่อนคนไทย 5 คนที่ได้กลายมาเป็นทีมทำงานหลักของพระสถูป สำหรับฉัน นี่คืออานิสงส์ของการไปกราบ คือพรของครู คือพลังแห่งคุณงามความดี ถ้าจะเป็นปาฏิหาริย์ก็เป็นปาฏิหาริย์ที่จะเกิดกับใครที่ได้ที่คิดดี

หลังจากนั้น เพื่อนอีกหลายคนได้เข้ามาช่วยสานฝันพระสถูป การทำงานกับพวกเขาทำให้ฉันได้ฝึกความอ่อนน้อมถ่อมตน ได้เรียนรู้การจัดการกับอารมณ์ความรู้สึก ฉันนึกถึงคำสอนของครูที่ว่าคลื่นเป็นส่วนหนึ่งของทะเล อารมณ์เป็นส่วนหนึ่งของจิตเดิมแท้ที่ใสกระจ่าง ในการสร้างพระสถูปบนโลกมนุษย์ เราต้องเรียนรู้ที่จะสร้างพระสถูปในจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความรักความกรุณา ที่เปี่ยมไปด้วยสันติสุข เหมือนชื่อของพระสถูปที่ครูตั้งให้ ถ้าคนสร้างขาดคุณธรรมสองข้อนี้ พระสถูปจะเป็นศานติตาราไปได้อย่างไร

ในปี 2551 เชน เจ้าของสำนักพิมพ์เซรินเดียและเซรินเดียแกลอรี่ได้พาผู้เชี่ยวชาญทิเบต/หิมาลัยจากหลายประเทศมาให้รู้จัก เขาเปิดบ้านของเขาที่ซอยอารีย์ให้เป็นที่แสดงนิทรรศการพระสถูปและที่ประดิษฐานพระสถูปจำลองอยู่หลายสัปดาห์ เขาช่วยจัดนิทรรศการพระสถูปในการประชุม “จิตกับชีวิต” ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในเดือนสิงหาคม 2551 คำพูดหนึ่งที่เขาบอกฉันซึ่งยังก้องอยู่ในโสตประสาท พระสถูปจำลองจะค่อยๆผุพังลงพร้อมๆกับองค์ใหม่ที่งดงามจะเกิดมาแทนที่ เราจะเฝ้ารอวันที่พระสถูปองค์ใหญ่กำเนิดขึ้นมาเป็นหลักชัยให้แก่พวกเราและสัตว์ทั้งหลาย

Tara Great Stupa Construction in Progress, January 2010

The past weekend we also met to plan the Stupa work, survey the land again, and make necessary preparations for piling, which is scheduled to start next month. The foundation is grateful to Methi and Jun for taking the time to supervise the work. Thanks are also due to Anne, who accompanied them and cooked a lunch for us.

Methi and Jun explained the area of construction site to the survey team.

Checking land contour

Locating the site on Tuesday

It’s always a joy to work for the stupa. Earth, engineer from Hua-Hin came to join us for the first time. He offered to be of service to the stupa project.

The engineering team grew bigger. Tu in Addidas shirt, a Hua-Hin native also offered his service to us.

We will clear the land by the end of the month, sign contract for piling work, prepare water, electricity and sanitary systems for the stupa workers. Piling (planting 500 pillars) will start soon after Tibetan New Year.

Tibetan Earth House in Progress

5th Gathering of Earth house volunteers

This past weekend volunteers for “ban din” (earth/mud house) came to Khadiravana again to resume our muddy work and begin rooftop. We did the first layer of finishing of all the walls. This time Suree brought many new and young faces. Three kids joyfully played with mud and sand. With rain Sunday morning, we took a chance to visit Juk and his friends’ forest houses in the Pala-u area.

Aeh, Juk, Jun, Suree – Ban din discussion over Tibetan tea

What we have achieved so far

Window work a few days ago

Preparing mud

My brother wrote: “I’m impressed by Suree’s strong will to build a Tibetan house in Thailand”

Serious talk on how to make our roof strong and beautiful

Students in action

Bo’s  5th time

Time to play for little builders

We will meet again next weekend to work on the final layer of finishing – this time there will be a need to use cow dung.

Foggy morning before a heavy rain

Jun drew the design of the doors.

With dad and Yos at Juk’s garden

Yonten and Prai enjoyed outing on Sunday

Meeting Phra Paisal

ตอนบ่ายวันที่ 18 พระไพศาล วิศาโลมาบรรยายที่ศูนย์จิตตปัญญาเช่นกัน เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้พบท่าน ได้ฟังธรรมบรรยายจากท่านในหัวข้อ ความทุกข์ในยุคโลกาภิวัฒน์ ที่มีข้อสรุปว่าความสุขของผู้คนในโลกสมัยใหม่อยู่ที่การได้วัตถุ ความรักก็ต้องแสดงออกด้วยการให้วัตถุ ความสัมพันธ์ของมนุษย์จึงอยู่บนพื้นฐานของการแลกเปลี่ยนวัตถุมากกว่าจะเป็นความสัมพันธ์ทางใจ ก่อนจากกัน เราคุยกันสั้นๆเกี่ยวกับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาโบราณ เช่น ในทิเบต ที่เน้นการบ่มเพาะปัญญาควบคู่กับการสอนให้เห็นถึงความสำคัญของจิตวิญญาณ

Six Ways to Meditate on Impermanence

ที่ระลึกจากการบรรยายในวันที่ 18 มกราคม 2553

หกวิธีในการภาวนาถึงความเป็นอนิจจัง

ในคัมภีร์เรื่อง มหาสมุทรแห่งพระวัจนะ (กาลุง เกียมโซ) พระอาจารย์ชาซา ริมโปเชอธิบายเรื่องวิธีการภาวนาถึงความเป็นอนิจจัง สรุปได้ย่อๆ ดังนี้

1. การภาวนาถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกและจักรวาล

โลกอาจจะดูแข็ง ทนทาน แต่เปลี่ยนทุกๆวินาที เมื่อพระพุทธเจ้าองค์สุดท้ายในแต่ละภัทรกัลป์ (กัลป์ที่มีพระพุทธเจ้า) ได้เสด็จมาแล้ว จะเกิดไฟประลัยกัลป์ 7 ครั้ง ตามด้วยน้ำท่วมโลก เป็นเช่นนี้อยู่ 7 ครั้ง กัลป์ที่เราอาศัยอยู่นี้ พระพุทธเจ้าเสด็จมาแล้ว 8 พระองค์ จะยังคงมีพระพุทธเจ้าอีก 1,014 พระองค์ ที่จะเสด็จมาโปรดสัตว์ ดูเหมือนว่าโลกจะไม่สลายในปี 2012 เหมือนที่ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งบอกเรา

เมื่อเข้าใจประเด็นนี้อย่างถ่องแท้ นั่งสมาธิพินิจความไม่เที่ยงของโลกกับจักรวาล พินิจว่าตัวเราเป็นเพียงเถ้าธุลีที่น้อยนิด ไฉนเราถึงคิดว่าตัวตนของเรายิ่งใหญ่ ไฉนเราจึงยึดติดกับวัตถุภายนอกที่ล้วนแต่อยู่ในบ่วงของความเป็นอนิจจังทั้งนั้น

2. การภาวนาถึงการเปลี่ยนแปลงของสรรพชีวิต

ก่อนโลกสลาย สัตว์ต่างๆจะประสบกับหายนะครั้งสำคัญ 3 แบบ คือ โรคระบาด (จะมีโรคต่างๆเกิดขึ้น 400 กว่าโรค) ความอดหยาก 3 ครั้ง และการทำลายล้างในชั่วพริบตา

ความอดหยากครั้งที่ 1 มนุษย์จะไม่มีอาหารกิน สัตว์ต่างๆก็ถูกฆ่าเป็นอาหารไปจนหมด ต้องเอาเปลือกธัญพืิชต้มน้ำกิน เมื่อเปลือกธัญพืชหมด ต้องเอากระดูกบรรพบุรุษในสุสานมาต้มกิน เมื่อหมด มนุษย์ก็ต้องฆ่ากันเอง ในตอนนั้นไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกหรือญาติพี่น้องอีกต่อไป

เมื่อเข้าใจประเด็นนี้แล้ว นั่งสมาธิพินิจความไม่เที่ยงของสรรพชีวิต ตัวเราเองก็อยู่ในวงจรของความไม่เที่ยงนี้ นึกภาพเราและเพื่อนพ้องสัตว์โลกที่หิวโหย มีเพียงการปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมเท่านั้นที่จะทำให้เราไม่ต้องเผชิญกับหายนะ เมื่อบรรลุธรรม เราก็อยู่นอกเหนือการเปลี่ยนแปลงของสังสารวัฏ

3. การภาวนาถึงการเสด็จปรินิพพานของพระพุทธเจ้า

ในมหาปรินิพพานสูตร คัมภีร์ฝ่ายพุทธเพิน กล่าวไว้ว่า แม้แต่พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ ต่างก็ดับขันธุ์ (แสดงธรรมเรื่องความเป็นอนิจจัง) นับประสาอะไรกับเด็กทารก

ในสมัยหนึ่ง มีพระอาจารย์ผู้หนึ่งชื่อเชียน เช็มโป ริมโปเช ศิษย์ของท่านบอกท่านว่า ขอตายแทนท่าน ท่านบอกว่า ครูไม่สามารถตายแทนศิษย์ได้ ศิษย์ก็ไม่สามารถตายแทนครูได้ ท่านไม่กลัวตาย เพราะกายเนื้อไม่เที่ยง แต่จิตภายในที่ปฏิบัติดีแล้วเป็นอมตะ

ในฝ่ายทิเบตเชื่อว่าพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ธรรมก่อน แล้วจึงเสด็จมาโปรดสัตว์ ตรัสรู้ธรรมให้เห็น ละสังขารให้เห็นเรื่องความเป็นอนิจจัง

พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ พระอรหันต์ พระอาจารย์ทั้งหลายต่างดับขันธุ์ทั้งสิ้น ขอให้เราตระหนักถึงประเด็นนี้เพื่อไม่ยึดติดในสังสารวัฏ ไม่เศร้าเสียใจเมื่อความไม่เที่ยงเกิดขึ้น

4. การภาวนาถึงการเกิดและตายของสัตว์โลก

ทุกๆวินาที มีการเกิด การตายเกิดขึ้น บุคคลที่ย่ิงใหญ่ในประวัติศาสตร์ต่างตายจากไป ชี้ให้เห็นกฎเรื่องความไม่เที่ยง ญาติพี่น้องของเราหรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงต่างก็ตายจากไป ตัวเราเองก็ไม่ละเว้น เมื่อถึงเวลา เราก็ต้องตายจากไปเช่นนี้

นั่งสมาธิถึงบุคคลในครอบครัวหรือสัตว์เลี้ยงที่ตายจากไป ตระหนักให้เข้าใจเรื่องความเป็นอนิจจังที่สัตว์โลกทั้งหลายต้องประสบ

5. การภาวนาถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะธรรมชาติ

ฤดูกาลที่ผันเปลี่ยน พระอาทิตย์ พระจันทร์ ภูเขา สายน้ำ ล้วนแต่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งิสิ้น ในแต่ละฤดู นอกจากจะมีความแตกต่างเรื่องภูมิอากาศ ยังมีความแตกต่างเรื่องต้นไม้ใบหญ้า ผิวดิน จิตใจของผู้คน ให้นึกถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ในชีวิตประจำวันของเรา แล้วตระหนักถึงความเป็นอนิจจัง

6. การภาวนาถึงความตาย

ไม่มีสิ่งใดอยู่เป็นนิรันดร์ สัตว์โลกทั้งหลายล้วนแต่ต้องเผชิญความตายด้วยกันทั้งนั้น การพินิจถึงความตายจึงเป็นประเด็นใหญ่ของการดำรงชีวิตอยู่และการเตือนตัวเองให้นึกถึงหลักเรื่องความเป็นอนิจจังอยู่ตลอด