Pandara Newsletter December 2009

Please click the link here: Pandara Newsletter Dec 09 sm

Advertisements

Aspiration for Dying Ones & Those Traveling in Bardo

อา โอม ฮุง

เวลานี้ เมื่ออยู่ในบาร์โดแห่งการดำรงชีวิตอยู่

เพราะจิตไม่ตระหนักรู้จึงหมกมุ่นเพียงเรื่องราวในสังสารวัฏ

ไม่คิดถึงความตาย ความเป็นอนิจจัง

จึงถูกรัดกุมด้วยความทุกข์แห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย

ฉับพลันความเจ็บป่วยมาเยือนร่างแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้

ขอการยึดติดในตัวตนแปรเปลี่ยนเป็นความเป็นธรรมดา

ขอพระอาจารย์ผู้รู้ทุกสิ่งโปรดเมตตา

ระงับการปรากฏแห่งบาร์โด

ขอให้ศูนยตาและริกปามาบรรจบกันดุจดังมารดาได้พบบุตรด้วยเทอญ

*

เวลานี้ เมื่ออยู่ในบาร์โดแห่งการตาย

ถึงเวลาแห่งการเดินทางไปอีกฝั่งแต่เพียงผู้เดียว

แม้จะแวดล้อมด้วยญาติมิตร

แต่เพียงเสี้ยววินาทีหนทางที่จะอยู่ด้วยกันก็หมดไป

เมื่อธาตุทั้งสี่ เครื่องจักรแห่งกาย แตกดับ

ขอการยึดติดในตัวตนแปรเปลี่ยนเป็นความเป็นธรรมดา

ขอพระอาจารย์ผู้รู้ทุกสิ่งโปรดเมตตา

ระงับการปรากฏแห่งบาร์โด

ขอให้ศูนยตาและริกปามาบรรจบกันดุจดังมารดาได้พบบุตรด้วยเทอญ

*

เมื่อถึงเวลาที่พลังแห่งดินสลายต่อน้ำ

พละกำลังมลายไปรู้สึกดังล้มลงสู่พื้น

เกิดพายุทรายหมอกและภาพไหวในดวงจิต

เมื่อรู้สึกเห็นแสงกระพริบสีเหลือง

ขอให้ตระหนักรู้ด้วยเถิดว่านี่คือพระวรกายของพระพุทธเจ้าเซวา รังชุง

ขอพระอาจารย์ผู้รู้ทุกสิ่งโปรดเมตตา

ระงับการปรากฏแห่งบาร์โด

ขอให้ศูนยตาและริกปามาบรรจบกันดุจดังมารดาได้พบบุตรด้วยเทอญ

*

เมื่อถึงเวลาที่พลังแห่งน้ำสลายต่อไฟ

ผิวพรรณขาดความเปล่งปลั่งคอกระหายล้ินแห้ง

รู้สึกโยกเยกราวกับน้ำพัดพาไป

เมื่อรู้สึกเห็นแสงสีฟ้าแห่งอณูของน้ำ

ขอให้ตระหนักรู้ด้วยเถิดว่านี่คือพระวรกายของพระพุทธเจ้ากาวา เทินทุบ

ขอพระอาจารย์ผู้รู้ทุกสิ่งโปรดเมตตา

ระงับการปรากฏแห่งบาร์โด

ขอให้ศูนยตาและริกปามาบรรจบกันดุจดังมารดาได้พบบุตรด้วยเทอญ

*

เมื่อถึงเวลาที่พลังแห่งไฟสลายต่อลม

ความอบอุ่นในร่างกายสิ้นไปเส้นต่างๆหมดแรง

ปรากฏดังแสงหิ่งห้อยในดวงจิต

เมื่อรู้สึกเห็นแสงกระพริบสีแดง

ขอให้ตระหนักรู้ด้วยเถิดว่านี่คือพระวรกายของพระพุทธเจ้าเชทรัก เงอเม

ขอพระอาจารย์ผู้รู้ทุกสิ่งโปรดเมตตา

ระงับการปรากฏแห่งบาร์โด

ขอให้ศูนยตาและริกปามาบรรจบกันดุจดังมารดาได้พบบุตรด้วยเทอญ

*

เมื่อถึงเวลาที่พลังแห่งลมสลายต่อวิญญาณ

แม้แต่ลมหายใจก็หมดไปตาเบิกค้าง

ปรากฏราวกับแสงเทียนที่ถูกลมพัด

เมื่อรู้สึกเห็นแสงกระพริบสีเขียว

ขอให้ตระหนักรู้ด้วยเถิดว่านี่คือพระวรกายของพระพุทธเจ้าเก-ลา กาชุก

ขอพระอาจารย์ผู้รู้ทุกสิ่งโปรดเมตตา

ระงับการปรากฏแห่งบาร์โด

ขอให้ศูนยตาและริกปามาบรรจบกันดุจดังมารดาได้พบบุตรด้วยเทอญ

*

เมื่อถึงเวลาที่วิญญาณทั้งหลายสลายต่อมโนวิญญาณ

อายตนภายนอกภายในหยุดทำงาน

ปรากฏดังท้องฟ้าไร้เมฆหมอก

เมื่ออยู่ในบาร์โดแห่งแสงกระจ่าง

ขอให้ตระหนักรู้ด้วยเถิดว่านี่คือพระวรกายของพระพุทธเจ้ากุนนัง เชียบบา

ขอพระอาจารย์ผู้รู้ทุกสิ่งโปรดเมตตา

ระงับการปรากฏแห่งบาร์โด

ขอให้ศูนยตาและริกปามาบรรจบกันดุจดังมารดาได้พบบุตรด้วยเทอญ

*

เมื่อองค์ประกอบหกอายตนะหกมาประชุมกันที่หัวใจ

ปรากฏความมืดเงาดำฝนเลือดทะเลเลือดพลุ่งขึ้น

เกิดเสียงสนั่นหวั่นไหวแสงจ้า

เมื่อตระหนักว่านี่คือภาพลวงในดวงจิต

ขอให้บรรลุธรรมได้เข้าถึงริกปาและความเป็นธรรมตาในไพศาล

ขอพระอาจารย์ผู้รู้ทุกสิ่งโปรดเมตตา

ระงับการปรากฏแห่งบาร์โด

ขอให้ศูนยตาและริกปามาบรรจบกันดุจดังมารดาได้พบบุตรด้วยเทอญ

*

เมื่อปราศจากกายที่ห่อหุ้ม วิญญาณจากไปอย่างโดดเดี่ยว

ภายนอกเห็นยมบาลหน้าถมึงทึงน่าหวาดกลัว

เสียงแสงรังสีทั้งสามคือภาพลวงในดวงจิต

เมื่อตระหนักว่านี่คือพลังโดยธรรมชาติของตัวตน

ขอโปรดประทานพรให้หลุดพ้นจากบาร์โด

ขอพระอาจารย์ผู้รู้ทุกสิ่งโปรดเมตตา

ระงับการปรากฏแห่งบาร์โด

ขอให้ศูนยตาและริกปามาบรรจบกันดุจดังมารดาได้พบบุตร

ขอโปรดประทานพรให้รู้ว่าปรากฏการณ์คือภาพลวง

ขอโปรดประทานพรให้ทวารแห่งอบายภูมิปิด

ขอโปรดประทานพรให้รู้ว่าเวลานี้คือกาลทั้งสาม

ขอโปรดประทานพรให้เข้าถึงกายทั้งสามแห่งพระพุทธองค์

ขอโปรดประทานพรให้ได้รับปัญญาห้า

ขอพระอาจารย์ผู้รู้ทุกสิ่งโปรดเมตตาด้วยเทอญ

*

กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ แปลจากบทสวดมนต์ภาษาทิเบต “รัตนมาลัย” รจนาโดยมหาโยคีซกเช็นกูร์ชก เชมโป (Gur Zhog Chen Pos mDzad pai sMon Lam Rin Chen Preng ba bZhugs)

**ขอแนะนำให้ผู้สนใจสวดบทนี้แก่ผู้ป่วยในวาระสุดท้ายของชีวิตด้วยจิตที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาอย่างที่สุดและสวดก่อนนอนเป็นประจำทุกวันเพื่อเป็นการแผ่เมตตาให้ดวงจิตที่ล่องลอยในอันตรภพ (บาร์โด) การสวดบทนี้ยังเป็นการเตือนตัวเราให้นึกถึงความเป็นอนิจจังของชีวิต เป็นมรณสติ เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท บทสวดนี้ยังเป็นคู่มือฉบับย่อให้รู้ว่าจิตจะเดินทางไปอย่างไรเมื่อความตายมาถึง หากตั้งใจสวดให้ผู้ตายคนใดคนหนึ่ง สามารถเอ่ยเรียกชื่อผู้ตายก่อนสวดได้

Talk at Kuan Yin Temple

Yesterday I was invited to give a talk on Tara and Kuan Yin at Kuan Yin Temple, Chokchai 4. This is part of the 21-day celebration of the Great Pagoda of 10,000 Buddhas.

A different manifestation, Kuan Yin (Avalokiteshvara) is one and same essence as Tara. We perceive them differently because of our conceptual minds but all Buddhas are of the same nature. Om Mani Peme Hung!

It was a great pleasure to be with Venerable Great Master Kuang Seng again. I’m grateful to her encouragement and aspiration for the completion of the Tara Great Stupa.

We also  talked about the law of karma and the duty of being born a human. It’s essential for all of us to accumulate merit, not to harm animals, and to perform all kinds of good deeds. We have no time to waste, as life is full of uncertainties. There’s no guarantee that we will be born a human again.

Pandara wishes to thank the Venerable Great Master, Ven. Bhukkhuni Dr. Lee and all Kuan Yin devotees who were present at the talk yesterday for their kind donation of 10,100 baht for the Tara Great Stupa project.

Great Impressions from Earth House Project

This past weekend (12-13 December) volunteers came to Khadiravana for the third time to build a Tibetan earth house for our spiritual masters.

I highly admire hardships that everyone went through – digging, carrying mud, holding heavy frames, and endless pounding.

And it’s so wonderful to see all the smiles, laughters and cheerful spirits.

You all have been so great. Thanks to Suree and strong hands from Goodboy, Phi Ah and her friend who have been cooking delicious food for us and specially prepared vegetarian food for me, Orn and friends, and energetic members of the Klatham group.

During the past few weeks Khadiravana has become your home and you all have made great impressions on us as well as set good examples for our workers.

We finished our work at 7 pm. All the walls were completed.

Till we meet again – 9-10 January 2010

รักษ์ธรรม รังสรรค์บ้านดิน จะกลับมาใหม่วันที่ 9-10 มกราคม 2553 เราจะทำหลังคากับทาสีกันในช่วงนั้น

Beautiful interior design of our Tibetan earth house by Jun (Cholatis Tamthai). Contributions to make this first Tibetan house in Thailand are still welcome and will be much appreciated. Interested persons, please contact me at 1000tara@gmail.com

Dharma Gift

“What Luangpu Has Said” translated into English by Soraj Hongladarom is a collection of teachings by Luang Pu Dulya, a great Buddhist master in the forest tradition. It is available at the Foundation House.  Thanks to Dr. Bundit and his friends for initiating this project. We are grateful to Don Sandage for editing the English version.

ผู้สนใจมารับหนังสือได้ที่บ้านมูลนิธิค่ะ หรือส่งที่อยู่พร้อมซองติดแสตมป์มาให้มูลนิธิ ทางเราจะจัดส่งไปให้ค่ะ

Foundation address:

695 ซอยลาดพร้าว 11 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

New Book on Tibet

ทิเบต คือ ชัมพาลาในความทรงจำ

บันทึกความรัก ความสุขบนหลังคาโลกผ่านสี่ฤดูกาล โดยสำนักพิมพ์สุขภาพใจ ขอแสดงความยินดีกับหนังสือเล่มแรกของคุณจิ๊ก (ปรัชวัน เกตวัลห์) การเดินทางที่บันทึกในหนังสือเป็นแรงบันดาลใจให้คุณจิ๊กเข้ามาช่วยงานพันดาราแล้วเลยได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญของการก่อสร้างพระมหาสถูป

Congratulations to Jick for her new book on Tibet recording her trips through the four seasons. Tibet has become her Shambhala. It inspired her to work with the Foundation and join our Great Stupa project.