Krisadawan’s Acceptance Speech

สุนทรพจน์รับรางวัลของดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์
พิธีมอบรางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนา 2009
เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล องค์กรสหประชาชาติ
ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์
ณ สมาคมส่งเสริมสถานภาพของสตรี
วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๒

นมัสการพระคุณเจ้า ประธานและคณะกรรมการมอบรางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนา ผู้มีเกียรติทุกท่าน

ดิฉันมีความยินดีที่ได้มาอยู่ที่นี่กับพวกท่านทั้งหลายในวันนี้เพื่อรับรางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนา ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างที่สุด ดิฉันรู้สึกมีกำลังใจ เชื่อว่าครอบครัว เพื่อนและศิษย์ที่ได้ให้การสนับสนุนการงานของดิฉันและได้ร่วมเดินทางบนเส้นทางแห่งธรรมก็คงจะรู้สึกเช่นนี้เหมือนกัน

ย้อนไปปี ๒๕๓๑ ปีแรกที่ดิฉันได้เรียนภาษาทิเบตที่สหรัฐอเมริกา ตอนนั้นดิฉันเป็นเพียงนักศึกษาภาษาศาสตร์ที่มีความรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาและวัฒนธรรมโบราณของทิเบตน้อยมาก เหมือนเพื่อนนักศึกษาส่วนใหญ่ ดิฉันมีจุดมุ่งหมายเพียงการทำวิจัย รับปริญญา และเตรียมตัวสำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต

แต่ด้วยผลบุญ ดิฉันมีโอกาสได้สัมผัสพุทธศาสนาและวัฒนธรรมในทิเบตอย่างเจาะลึก ชีวประวัติและการงานของพระมหาโพธิสัตว์และการได้รู้จักพระอาจารย์ผู้ยังมีชีวิตอยู่ ผู้อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนามีอิทธิพลต่อชีวิตของดิฉันมาก เหนือส่ิงอื่นใดคือการได้ยินพระนาม “ตารา” พระแม่แห่งความเมตตากรุณา พระองค์เป็นแรงบันดาลใจ ดิฉันตั้งสัตย์ปฏิญาณว่าจะดำรงชีวิตและทำการงานเยี่ยงพระองค์

สังคมสมัยใหม่มอบความรู้อันไม่มีพรมแดนในทุกสาขาวิชาแก่มนุษย์ชาติ ให้ความสะดวกสบายและเทคโนโลยี แต่ความเจริญก็ยังนำไปสู่ความเห็นแก่ตัว ความรุนแรง และการทำลายสิ่งแวดล้อม หากปราศจากความเมตตากรุณา ความรักและความห่วงใยอย่างไม่เห็นแก่ตัว สังคมจะดำเนินต่อไปไม่ได้ มนุษย์จะไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน สัตว์เดรัจฉานจะไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ และอาหารก็จะหมดไปจากโลกนี้

สังคมต้องการพระแม่ตาราหลายพระองค์ มีเพียงความรักบริสุทธิ์เฉกเช่นความรักของแม่ที่มีต่อบุตรเท่านั้นที่จะเยียวยาโลกและจักรวาล ดิฉันเชื่อว่ารางวัลนี้คือการยอมรับว่าความรักเช่นนี้สำคัญ รางวัลยังเป็นการตอกย้ำถึงศักดิ์ศรีของมนุษย์และการสนับสนุนผู้หญิงที่อุทิศตนเพื่อผู้อื่น ไม่ว่าผู้หญิงเหล่านั้นจะเป็นภิกษุณี แม่ชี หรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าพวกเขาจะทำงานในแวดวงการเมืองต่อสู้กับความขัดแย้งในสังคมอย่างเห็นชัด หรือนั่งสมาธิอยู่ในป่าต่อสู้กับอุปสรรคในใจของพวกเขาเอง

ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๒ พุทธศาสนาแบบทิเบตได้รับการเผยแผ่ไปทั่วโลก และได้กลายเป็นแนวทางทางจิตวิญญาณที่สำคัญในหลายประเทศในโลกตะวันตก ในประเทศไทยพุทธทิเบตยังคงเป็นปรากฏการณ์ใหม่ อาจกล่าวได้ว่ามีความเป็นมาพอๆกับความเป็นมาของมูลนิธิพันดารา มูลนิธิมีจุดมุ่งหมายที่จะเผยแผ่พุทธธรรมในลักษณะที่พุทธวัชรยานดำรงอยู่ในบริบทของเถรวาทได้ มีความจำเป็นที่เราจะไม่ตกเป็นเหยื่อของการแบ่งฝ่าย แบ่งนิกาย เป้าหมายของเรามีเพียงการนำเสนออีกแนวทางหนึ่งในพระพุทธศาสนา แนวทางที่ทำให้แต่ละบุคคลดำรงชีวิตอย่างมีความสุขอย่างปราศจากการเห็นแก่ตัวและตระหนักถึงศักยภาพของพวกเขาในการเข้าถึงการตรัสรู้

รางวัลนี้จึงเป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลายในการปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา เป็นอีกก้าวหนึ่งของการธำรงไว้ซึ่งปรัชญาและวัฒนธรรมทิเบตในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ดิฉันขอรับรางวัลนี้ด้วยความขอบคุณยิ่งเพื่อผู้หญิงทั้งหลายทั่วโลกในทุกสายการปฏิบัติธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่อุทิศชีวิตเพื่อความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขและเพื่อสันติภาพ ดิฉันขอรับรางวัลนี้ในนามของคณะกรรมการบริหารมูลนิธิพันดาราและอาสาสมัคร การงานของดิฉันจะไม่มีความสำคัญหากปราศจากวิริยะและความช่วยเหลือของพวกเขา สุดท้ายนี้ ดิฉันขอรับรางวัลเพื่อพระอาจารย์ผู้อยู่ห่างไกลในทิเบต เนปาล อินดีย สหรัฐอเมริกา และพระอาจารย์ในประเทศไทย ขอพวกท่านยังคงเป็นดวงประทีปส่องทางในสังสารวัฏนี้ด้วยเทอญ

ขอขอบพระคุณ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s