Advice to a Friend

Don’t be afraid of death. Don’t get angry with illness. You are not alone who faces death or confronts illness. Be prepared for what will happen. And learn how to be mindful of death. Learn about bardo, just like when you prepare yourself when you know you are going to a new country. This is the advice my teacher gives to a distant friend…

จิตประเสริฐในฟากฟ้า

ผู้ป่วยชาวอเมริกันคนหนึ่ง ผู้ที่ฉันไม่เคยพบ แต่ได้ติดต่อพูดคุยทางอีเมล์ เมื่อตอนที่เธอเขียนมาหา เธอป่วยหนักใกล้ตาย
เธอถามเพื่อนฝรั่งของเธอที่อยู่เมืองไทยว่ามีใครบ้างไหมที่จะสวดมนตร์ให้เธอได้
เพื่อนคนนั้นติดต่อฉันมาและขอให้ฉันเขียนจดหมายไปให้กำลังใจเธอ ทำให้เราได้รู้จักกัน
เธอขอให้ฉันตั้งชื่อเธอเป็นภาษาทิเบต ฉันตั้งให้ว่า “คาลา เซ็มซัง” แปลว่า จิตประเสริฐในฟากฟ้า เป็นชื่อที่สัมพันธ์กับชื่อและนามสกุลของเธอ
คาลา เซ็มซังขอให้ฉันเรียนพระอาจารย์ว่าตามคำวินิจฉัยของแพทย์เธอจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงหกเดือน เธอถามท่านว่าเธอควรจะเตรียมตัวตายอย่างไร
คำถามของเธอเป็นคำถามสำคัญที่พวกเราทุกคนควรถาม การเตรียมตัวตายเปรียบเสมือนการเตรียมตัวเดินทางไปประเทศใหม่ หากไม่เตรียมตัว เราจะมีความกังวลไม่รู้ว่าประเทศใหม่เป็นอย่างไร ใช้ภาษาอะไร และเราจะดำรงชีวิตในแต่ละวันอย่างไร การมีความกลัวทำให้เกิดความกังวลและเป็นทุกข์ แล้วเมื่อเวลาแห่งการเดินทางมาถึง จิตจะทุรนทุรายอันจะเป็นเหตุให้ไม่สามารถไปเกิดในภพภูมิที่สูงได้
พระอาจารย์ตอบว่าไม่มีใครทำนายได้ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ต่ออีกนานเท่าไร ไม่ว่าเราจะมีอายุยืนหรือสั้น จะอยู่อีกกี่เดือนหรือกี่วัน เราต้องไม่กลัวตาย เพราะความตายเป็นประสบการณ์ที่ทุกคนต้องประสบ ความตายแม้จะเป็นความทุกข์แต่ก็เป็นสิ่งงดงาม เพราะเราเตรียมได้ด้วยการทำความเข้าใจว่าเมื่อตายไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
นอกจากไม่กลัวตาย พระอาจารย์ยังสอนว่าเราต้องเข้าใจด้วยว่าเมื่อตายแล้ว มนุษย์และสัตว์เกือบทั้งหมดต้องไปบาร์โด อันหมายถึงภพชาติที่อยู่ระหว่างการตายกับการเกิดใหม่ ภพชาตินี้ตามปกติกินเวลา ๔๙ วันหลังการตาย ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงที่ชาวทิเบตทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตายอยู่ตลอดเวลา
ในขณะที่อยู่ในบาร์โด สัมภเวสีจะรับรู้นิมิตต่างๆ บางนิมิตทำให้เกิดความกลัวอย่างที่สุด นิมิตเหล่านั้นล้วนแต่เกิดมาจากจิต ในเวลานั้น ไม่มีอะไรช่วยเราได้นอกจากพระรัตนตรัยในใจซึ่งจะเป็นส่ิงเดียวที่ติดตัวเราไปหลังจากที่เราได้ละสังขารไปแล้ว
คาลา เซ็มซังบอกว่าเธอประทับใจคำสอนนี้มาก รู้สึกตัวเองว่ามีความกล้าหาญมากขึ้น ครั้งหนึ่งเธอเคยโมโหและโกรธทุกสิ่ง โกรธความเจ็บป่วยที่เป็นอยู่ และกลัวความตายอย่างที่สุด แต่คำสอนของพระอาจารย์ทำให้เธอเห็นสัจธรรม เธอสัญญาว่าจะใช้เวลาที่เหลืออยู่เพื่อการปฏิบัติธรรม
จากวันนั้นที่เราคุยกันเกินหกเดือนแล้ว ฉันไม่ได้ข่าวคราวจากเธออีก ไม่รู้ว่าคาลายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ฉันรู้สึกว่าคาลาเป็นคนมีบุญ อย่างน้อยเธอได้ฟังคำสอนที่ยิ่งใหญ่ของพระอาจารย์และเธอได้รับความปรารถนาดีจากพวกเราแม้ว่าเราจะไม่เคยพบกันมาก่อนก็ตาม
ฉันได้แต่ภาวนาขอให้เธอหายจากโรคภัยไข้เจ็บและการปฏิบัติธรรมของคาลางอกงามดุจดังดวงจันทร์วันเพ็ญ…

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s