Homage to you whose face is like one hundred autumn moons combined blazing with radiant lights of a thousand stars.
ขอนอบน้อมแด่พระองค์ พระพักตร์ดุจจันทรสารทหนึ่งร้อยดวงรวมกัน
ส่องสว่างด้วยแสงสุกใสของดวงดาราหนึ่งพันดวง
ชีวิตช่างมีความเป็นน่าอัศจรรย์…ฉันรู้จักเรื่องราวของพระแม่ตาราในปี 2536 (ปีแรกที่เรียนจบปริญญาเอกและเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เมื่อได้รับภาพทังกาพระแม่ตาราเขียว (ขทิรวนีตารา) จากเนปาล
ก่อนหน้านั้นฉันไปเรียนภาษาทิเบตและทำวิจัยที่กาฎมัณฑุ ก่อนจะกลับบ้านได้ขอให้เพื่อนทิเบตช่วยหาช่างวาดทังการูปพระพุทธเจ้าศากยมุนี ให้หนึ่งผืน
หนึ่งปีผ่านไป เพื่อนส่งทังกามาให้แต่แทนที่จะเป็นรูปพระพุทธเจ้าศากยมุนีกลับเป็นรูปพระแม่ตารา ความรู้สึกในตอนนั้นทั้งดีใจและประหลาดใจ เมื่อโทรศัพท์ถามเพื่อนว่าทำไมถึงกลายเป็นรูปพระแม่ตารา เขาบอกว่าพระภิกษุรูปหนึ่งเป็นผู้วาดทังกานี้ ก่อนวาด ท่านนั่งสมาธินึกถึงคนที่ขอให้วาด เกิดความรู้สึกว่าควรจะวาดรูปพระแม่ตาราเขียวให้
หลังจากนั้น ก็ได้บูชาพระองค์มาตลอดด้วยการถวายน้ำ 7 ใบและสวดตารามนตราเป็นประจำ
ภาพทังกานี้มีข้อความภาษาทิเบตใต้ภาพว่า “พระแม่ตาราแห่งป่าขทิระกำเนิดจากอักขระ “ตัม” สีเขียว” ปัจจุบันฉันนำภาพนี้ไปบูชาที่ขทิรวัน เป็นการนำทังกาตาราไปสู่สถานที่ที่เหมาะสมที่สุด คือ ป่าขทิระดุจดังพระนามของพระองค์ ตาราแห่งป่าขทิระ
ในปี 2543-4 ฉันได้รับทุนจากมูลนิธิการศึกษาเอเซียไปทำวิจัยภาษาทิเบตตะวันออกในทิเบต ทุนนั้นทำให้ได้พบครูบาอาจารย์หลายท่าน ครูคนหนึ่งคือท่านกุงกา ซังโป ริมโปเช ท่านทำพิธีมนตราภิเษกและมอบคำสอนตาราให้
ปี 2545 กุงกา ซังโป ริมโปเชเดินทางมาเรียนภาษาอังกฤษที่เมืองไทย ท่านมอบทังกาพระแม่ตาราขาว (จินดามณีจักรตารา) ให้ ฉันได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีให้ตามเสด็จไปทิเบต
เมื่อกลับมาฉันต้องเข้ารับการผ่าตัด ในระหว่างพักฟื้นได้บูชาพระแม่ตาราขาว เมื่อหายแล้ว มีโอกาสไปทำวิจัยที่มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด โดยการสนับสนุนของมูลนิธิการศึกษาเอเซีย ระหว่างอยู่ที่นั่น ได้สวดบทสรรเสริญพระแม่ตารา 21 องค์อยู่ตลอดเวลา
ปี 2549 กุงกา ซังโป ริมโปเชพาฉันไปกราบสมเด็จสาเกีย โกงมา ริมโปเช (ประมุขของนิกายสาเกียปะ) และจัมยัง ตักโมลา ผู้เป็นภริยาของท่าน พระอาจารย์ทั้งสองให้พรแก่การสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมพระแม่ตาราในเมืองไทย ตักโมลาได้มอบคำสอนพระแม่ตาราขาวให้
เมื่อสวดบูชาพระแม่ตาราไปมากๆ จิตใจก็เปลี่ยนแปลงจากที่เคยเย่อหยิ่ง ก็อ่อนน้อมและอ่อนโยนขึ้น จากความเป็นคนขี้โมโห ก็กลายเป็นคนใจเย็นขึ้น จากที่เคยใฝ่ฝันจะทำอะไรยิ่งใหญ่ให้แก่ตนเอง กลายเป็นการตั้งจิตที่จะทำประโยชน์ให้แก่เพื่อนมนุษย์
11 ปีหลังจากที่ได้รับภาพทังกาผืนนั้น ฉันตั้งมูลนิธิพันดาราเพื่อบูชาพระแม่ตารา พระโพธิสัตว์และพระพุทธเจ้าสตรี ผู้เป็น “มารดา” ของพระชินเจ้าทั้งหลาย และผู้เป็นแม่ของสัตว์โลก
12 ปี หลังจากนั้น ได้เดินทางไปไหว้พระที่วิหารตาราที่เมืองเต็นมา ตั้งสัตย์ปฏิญาณต่อเบื้องพระพักตร์ของ “พระแม่ตาราตรัสได้” (Speaking Tara) จะติดตามพระองค์ไปทุกภพทุกชาติเพื่อรับใช้การงานของพระองค์ หนึ่งวันหลังจากนั้นได้พบฑากินีปัลเดน เชอโซและสามเณรีที่ฑากินีอาศรม ทิเบตตะวันออก ได้ปฏิบัติบูชาพระแม่ตาราขาวที่นั่น ตั้งปณิธานที่จะช่วยผู้หญิงปฏิบัติธรรมในเขตยากไร้ งานแรกที่ได้ทำคือช่วยท่านฑากินีสร้าง “ซังตก ปารี” วิหารพระคุรุปัทมสัมภวะ
ในปีเดียวกันได้พบครูหลักอีกท่านหนึ่งในชีวิต กุนเทรอ เมินเกียล ลาเซ ริมโปเช พระอาจารย์ผู้มีจิตไม่แบ่งแยกจากพระคุรุปัทมสัมภวะ ท่านเป็นครูซกเช็น ท่านสอนให้ละอัตตา ให้ดำรงชีวิตเพื่อผู้อื่น ให้สั่งสมบุญที่เป็นมหากุศลเพื่อให้เข้าถึงการตรัสรู้ ท่านคือที่มาของโครงการมหาสถูปเพื่อสันติภาพ คุณพ่อของท่าน ฮุงเชน โตรตรู ลิงปะ พระอาจารย์ผู้เป็นเตรเตินมีเตรมา (ธรรมสมบัติแอบซ่อน) พระแม่ตาราเขียว ริมโปเชตั้งความหวังที่จะให้ฉันหล่อพระแม่ตารา 1000 องค์ในอนาคตเพื่อฉลองพระแม่ตาราศักดิ์สิทธิ์และพิเศษองค์นี้
ท่านลาเซ ริมโปเชได้มอบรูปหล่อพระแม่ขทิรวนีตาราให้ในคราวที่ท่านเดินทางมาเมืองไทยเป็นครั้งแรกปลายปี 2549 นอกจากท่านจะบรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายใต้ฐานพระแม่ตาราองค์นี้ ท่านยังเย็บผ้าสีเหลืองแดงเป็นอาภรณ์ประจำพระองค์อีกด้วย
13 ปี หลังจากนั้น ฉันตัดสินใจสร้างศูนย์ขทิรวัน ซึ่งมีชื่อเต็มว่า “ภัทรกัลป์ตาราขทิรวัน” ป่าขทิระแห่งตาราในกัลป์อันประเสริฐ ที่บ้านเกิด หัวหิน ด้วยความปรารถนาจะให้ผู้คนไปหัวหินไม่ใช่เพื่อไปเสพสุขกินอาหารทะเล แต่ไปปฏิบัติธรรมอยู่จำศีลภาวนา
14 ปี หลังจากนั้น ฉันไปเดินกราบในทิเบตเยี่ยงโยคินี เริ่มต้นที่วิหารตาราในเมืองเนทัง และสิ้นสุดที่วัดซัมเย่
2 เดือนหลังจากนั้น ฉันลาออกจากราชการ ตั้งปณิธานนำความรู้ทางโลกมาช่วยงานทางธรรม
ปี 2552 ฉันไปจาริกแสวงบุญที่เขาไกรลาศ พระสถูปธรรมชาติบนโลกมนุษย์และศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณที่สืบสานมาไม่ขาดสายตั้งแต่อดีต
ทุกวันนี้ ฉันเปลี่ยนวิถีดำรงชีวิตมาเป็นผู้อยู่อย่างเรียบง่ายและพอเพียง โดยมีการงานของขทิรวัน เป็นแรงขับเคลื่อนให้ออกไปสู่ผู้คน เพื่อให้พวกเขาได้สั่งสมบุญบารมี ให้ได้รู้จักธรรมะของพระแม่ตาราที่เน้นความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข และเพื่อให้พวกเขาได้เข้าถึงจิตกระจ่างที่อยู่ภายในตัวพวกเขาเอง…
