เช้าตรู่วันหนึ่ง คนบ้าถือตะเกียงเข้าไปในตลาด เขาตะโกนหาพระเจ้าท่ามกลางเสียงหัวเราะเย้ยหยัน ผู้คนในตลาดมองหน้ากันและกัน ตะโกนกลับไปว่า “เอ็งเป็นบ้าไปแล้วหรือ” “เอ็งหลงทางหรือเปล่า” “เอ็งกำลังจะไปไหน”
คนบ้าวิ่งเข้าหาผู้คน จ้องมองเข้าไปในดวงตาของพวกเขา “ฉันจะบอกพวกแก” “พระเจ้าตายแล้ว” “คนฆ่าเป็นใครหรือ พวกเรายังไง” ‘เราทั้งหมดเป็นฆาตกร” “พวกแกไม่ได้ยินเสียงขุดหลุมฝังหรือ” “แกไม่ได้กล่ินศพท่านเน่าหรือ” “ไม่รู้สึกถึงลมหายใจบนพื้่นที่ที่ว่างเปล่าหรือ” “ไม่รู้สึกถึงความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาหรือ” คนบ้าถาม “เราจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อตัวเราเองเป็นผู้นำพระอาทิตย์ออกไปจากโลก”
แล้วคนบ้าก็นิ่งเงียบไป ทุกคนตลึงงัน ตกอยู่ในภวังค์ มองตาเขาอย่างสำนึกผิด เขาบอกว่า เขามาถึงเร็วเกินไป ผู้คนยังไม่รู้ว่าพระเจ้าตายแล้ว ในวันเดียวกัน เขาเดินทางไปหลายวัด ตะโกนบอกทุกคนว่า “วัดเป็นแค่สุสานของพระเจ้า”
***
เราเรียนรู้อะไรจากนิทานของนิตเช่ เราจะปล่อยชีวิตไปวันๆ ทำบุญเพียงแค่เปลือกนอก เรียกตัวเองว่าเป็นชาวพุทธแต่ไม่สนใจแก่นความเป็นพุทธอย่างนั้นหรือ เราจะรอวันที่คนบ้ามาบอกเราว่าเราสังหารพระศาสดาของเราอย่างนั้นหรือ เพราะศรัทธาที่เราพูดว่าเรามี มันแฝงไปด้วยความอยากได้อยากมี ในดินแดนพุทธ เรายังข่มเหงกัน ด้วยโลภะ ผู้ชายข่มชืนผู้หญิง ผู้ใหญ่ข่มขืนเด็ก ด้วยแรงริษยา เราขัดแข้งขัดขากัน เมื่อเพื่อนได้ดี หัวใจเราสั่นไปด้วยความรุ่มร้อน เมื่อคนชั้นต่ำได้ดี คนชั้นสูงไม่ชอบ ด้วยโทสะบันดาล เราด่าว่ากันและกันด้วยถ้อยคำหยาบคาย ชกต่อยอย่างไม่ปราณี เราทำร้ายกันและกัน ฆ่าสัตว์อย่างเลือดเย็นเพียงเพราะอยากกินเนื้อที่แสนอร่อยของมัน หลายคนเรียกตัวเองว่าเป็นชาวพุทธ แต่พวกเขานับถือเพียง “เงา” ของพระพุทธเจ้า พวกเขาไม่เชื่อในกฎแห่งกรรม แต่เชื่อในกฎไสยศาสตร์ พวกเขาบูชาก้อนหินที่พวกเขาบรรจงสร้างให้เหมือนพระองค์
อย่ารอให้มีวันที่คนบ้าถือตะเกียงวิ่งเข้ามาบอกเรา จ้องเข้ามาในดวงตาของเรา ขอพวกเรากลับมาสร้างศรัทธาที่บริสุทธิ์ที่ไม่แปดเปื้อนไปด้วยโลภะ ขอพวกเราอย่ามองศาสนาเป็นเพียงแค่พิธีกรรม ขอเรามองข้ามร่างกายที่หวงแหนที่วันหนึ่งก็จะเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็นไม่ต่างจากซากศพทั้งหลาย วัดจะไม่เป็นสุสาน ถ้าเราเข้าใจความหมายของการไปวัด ความหมายของการทำบุญที่ไม่ใช่การให้เพื่อขอสิ่งตอบแทน แต่เป็นการชำระล้างจิตใจภายในให้สะอาด ขอเรื่องราวของคนบ้าเป็นอุทธาหรณ์สอนใจพวกเรา ศาสนาจะรอดก็เพราะพวกเราเป็นคนทำให้รอด
***
นิตเช่เป็นนักปรัชญาชาวเยอรมันในศตวรรตที่ 19 เขาเขียนงานเขียนหลายเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์คริสต์ศาสนาที่ได้กลายเป็นเพียงรูปแบบภายนอก

In relaxing mood
Happy smiles when everything went well
Happy Birthday to Mai!
Hello from Bo & Ella
Yontan, who is behind all the creative work
Jun & Emaho came to help and joined the first day’s activity.
Vasutara shines in the sun -
Welcome back!

Morning at Khadiravana
We started the Maghapuja day by taking refuge in Buddha, Dharma and Sangha. We made a mandala offering together. We visualized the best of all in the universe and offered it as a cloud of offering to Buddha.