Tibetan Masters


เมื่อชำระล้างอกุศล การปฏิบัติก็จะดีขึ้น เพราะอุปสรรคต่างๆหมดสิ้นไป หรือพูดได้ว่า เราเอาตัวอุปสรรคออกไปจากหนทางแห่งธรรม

พลังทั้งสี่

การชำระล้างทำได้โดยยึดพลังทั้ง 4 ได้แก่

1. Power of witness พลังของผู้รับรู้/พยาน – ตั้งจิตต่อหน้าพระพุทธรูปที่จะยึดพระพุทธเจ้าเป็นสรณะไปจนกว่าจะถึงการตรัสรู้ ขอให้พระองค์ประทานพรต่อการสลายบาปกรรม

2. Power of regret พลังแห่งการสำนึกผิด – สำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปอย่างจริงใจ

3. Power of commitment พลังแห่งการสัญญา – ตั้งคำมั่นสัญญาที่จะไม่ทำอกุศลกรรมนั้นอีก

4. Power of application พลังของการฝึกปฏิบัติ – ตั้งจิตฝึกปฏิบัติธรรมด้วยกาย วาจา ใจตั้งแต่นี้ต่อไป

เมื่อตั้งจิตเช่นนี้แล้ว ให้นึกว่าพระพุทธองค์ทรงรับรู้ในความผิดของเรา ให้เราคิดว่าบาปกรรมต่างๆหมดสิ้นไป ไม่มีอะไรติดค้างในใจอีก

ข้อคิดเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม

- เมื่อเราได้ปฏิบัติธรรม ให้สังเกตว่าตัวเรามีศรัทธาเพิ่มพูนในพระรัตนตรัยมากน้อยเพียงไร เชื่อในกฎแห่งกรรมมากขึ้นหรือไม่ เราเปลี่ยนไปอย่างไร (Am I the same person?) สังเกตว่าการสวดมนตร์ภาวนาให้ผลอย่างไร

- เมื่อเราไม่มีทุกข์ ไม่มีปัญหา เราลืมพระพุทธเจ้าหรือเปล่า

- ไม่ว่าจะทำสิ่งใด ให้จิตของเราอยู่กับพระพุทธเจ้าตลอดเวลา ให้นึกรู้ว่าพรของพระองค์อยู่กับเราตลอด

คำสอนของญีมา ทรักปา ริมโปเช ในหัวข้อ “การปฏิบัติเบื้องต้น “อาทรี” เพื่อการฝึกปฏิบัติซกเช็น บ้านมูลนิธิพันดารา วันที่ 9 ตุลาคม 2552

กรรมและการชำระล้างให้บริสุทธิ์

การชำระล้าง (ชักปา/Shagpa)  เรียก อีกอย่างได้ว่า การสารภาพบาป  โดยที่การสารภาพอย่างสำนึกในความผิดและเสียใจในอกุศลกรรมที่ได้ทำลงไปทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งของการชำระล้างนี้

กรรม

มีทั้งที่เป็นกุศลกรรมและอกุศลกรรม ไม่ว่าจะทำสิ่งใด ก็ย่อมมีผลของการกระทำทั้งสิ้น ตัวผู้ทำเป็นผู้รับผิดชอบผลของการกระทำ เพราะมนุษย์เราไม่สมบูรณ์ (imperfect) เราจึงทำสิ่งต่างๆ บางครั้งเพราะขาดเจตนา บางครั้งเพราะไม่รู้ ทำเพราะถูกสั่งให้ทำ หรือทำร่วมกับผู้อื่น เช่น สมรู้ร่วมคิด

หนทางในการชำระล้าง

ไม่มีใครร่วมรับผลกรรมของเราได้ แต่พระพุทธเจ้าทรงเปี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณ (ทุกจีเช/thukjiche)  และทรงมีพระปรีชาญาน (ทับแคปา/ thapkhepa) ทรงสอนวิธีในการสลายบาปกรรมเพื่อให้สัตว์ทั้งหลายได้ชำระล้างอกุศลกรรมที่ได้เคยทำ เมื่อผู้ใดทำผิดพลาด ก็สามารถแก้ไขได้ เปรียบเสมือนเสื้อผ้าที่เลอะเทอะ ก็สามารถชำระล้างให้สะอาดได้ ถ้าซักไม่ได้ ซักไม่ออก หรือไม่มีทางซัก เราก็ต้องทนใส่เสื้อที่สกปรกนั้น

ความสกปรก

ความสกปรกยังเปรียบเสมือนฝุ่นละอองที่ติดบนกระจก กระจกที่มีผู้อยากใช้แต่ไม่มีใครอยากทำความสะอาด เป็นกระจกที่งดงามภายใต้ฝุ่นละออง

ผลของการกระทำ

ในภาษาทิเบตเรียก พักชัก (phakchak) เป็นร่องรอยของกรรมที่ติดตัวเราไปตลอด ไม่ว่านกจะบินสูงเพียงไร ก็จะปรากฏเงาบนพื้นเมื่อมันบินสู่พื้นดิน การกระทำใดๆย่อมทิ้งร่องรอยไว้เบื้องหลัง อีกตัวอย่างหนึ่ง เรามีห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยของต่างๆ ไม่ว่าเราจะใช้หรือไม่ ของก็อยู่ในห้องนั้น

เรามีสิ่งที่เรียกว่า “กุนฉี (kunzhi)”ความรู้เกี่ยวกับประสบการณ์ทุกอย่าง เป็นรายการบันทึกการกระทำทั้งหลาย ทั้งดีและไม่ดี เมื่อเหตุปัจจัยเหมาะสม ผลของการกระทำก็เกิดขึ้น

เพราะฉะนั้น เราพูดถึงความทุกข์อย่างเดียวไม่พอ เราต้องชำระล้างให้หมดไปด้วย ถ้าเราซักเสื้อสกปรกให้สะอาดเร็วเพียงใด เราก็เหนื่อยน้องลงเพียงนั้น

(ยังมีต่อ)

สรุปความจากการบรรยายของญีมา ทรักปา ริมโปเช ในหัวข้อเกี่ยวกับการปฏิบัติเบื้องต้น “อาทรี” เพื่อการฝึกปฏิบัติซกเช็น

 

 

Hua Hin

ในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน มูลนิธิได้เริ่มเย็บถุงรัตนโชคลาภแบบทิเบตจำนวน 199 ใบ ขอขอบคุณคุณนริศและคุณลัดดาที่มาช่วยเย็บ ขอบคุณนุชและคุณพ่อคุณแม่ที่ช่วยหาซื้อผ้าสำหรับทำถุงและทำธงธวัชชัย

มูลนิธิกำลังดำเนินการเรื่องมนตราธารณีและเครื่องบูชาที่จะบรรจุในถุง เมื่อได้เครื่องบูชาครบและได้ประอบพิธีที่จำเป็นแล้ว จะได้แจ้งให้ทราบในวันที่เราจะบรรจุเครื่องบูชาใส่ถุง

ในการทำเครื่องบูชานี้ มูลนิธิมีความจำเป็นต้องใช้กิ่งสนสามใบที่มีกลิ่นหอมเป็นจำนวนมาก หากท่านใดสามารถให้ความช่วยเหลือในการจัดหากิ่งสน ทางมูลนิธิก็จะขอบคุณเป็นอย่างสูง

การทำถุงรัตนโชคลาภเป็นประเพณีเก่าแก่ของทิเบต ถือว่าเป็นการนำสิริมงคลมาต่อชีวิต ครอบครัวและชุมชนที่อาศัยอยู่ เมื่อทำถุงแล้ว ชาวทิเบตจะนำถุงไปฝังตามพื้นดินหรือโยนลงน้ำเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินและผืนน้ำซึ่งจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต

การทำเช่นนี้ยังเป็นการถวายเครื่องบูชาต่อพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ ตลอดจนพญานาคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พิทักษ์แผ่นดิน

นอกจากจะฝังดินและโยนลงน้ำที่ทะเลสาขทิรวันในวันเสาร์ที่ 26 กันยายนแล้ว มูลนิธิจะจัดให้พระอาจารย์นำถุงรัตนโชคลาภไปถ่วงที่ทะเลหัวหินเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของทะเลและมหาสมุทร เพื่อความสุขของสัตว์น้ำทั้งหลาย และจะขอให้ริมโปเชสวดมนตร์เพื่อพระศานติตารามหาสถูป เพื่อสันติสุขของแผ่นดินไทยและสันติภาพในโลก

04-531x800-6-1

พระอาจารย์ลาตรี เคนโป ญีมา ทรักปา ริมโปเช เป็นผู้ก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมพุทธทิเบต นิกายเพิน ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรีย รัสเซีย เบลารุส และอินเดีย ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดลาตรีในทิเบต ริมโปเชเติบโตในชุมชนทิเบตอพยพในเนปาล ท่านเป็นบุตรของพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของทิเบตตะวันออก ในวัยเยาว์ท่านใช้ชีวิตเหมือนชาวทิเบตอพยพทั่วไป ขายเสื้อ ทอพรม แต่เมื่อโตขึ้น ท่านได้รับการอุปสมบทที่วัดแมนรีในอินเดียภายใต้การอุปการะของสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 33 ของเพินจนจบการศึกษาพุทธปรัชญา ได้ปริญญา เกเช เทียบเท่ากับปริญญาเอก ริมโปเชมีเป้าหมายที่จะอนุรักษ์ภูมิปัญญาโบราณของทิเบตและให้ความช่วยเหลือเด็กๆในทิเบตและหิมาลัยเพื่อให้พวกเขามีความภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเอง ท่านมักได้รับเชิญไปบรรยายตามที่ต่างๆทั่วโลก หัวข้อที่ท่านเคยบรรยาย เช่น การบำบัดรักษาโรค กายกับใจ ซกเช็น การนั่งสมาธิ รวมทั้งการปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้าการแพทย์ ริมโปเชเป็นครูทางจิตวิญญาณชั้นนำของโลกและเป็นที่ปรึกษาของมูลนิธิพันดาราในประเทศไทย หนังสือของท่านเรื่อง Opening the Door to Bon ได้รับการแปลเป็นหลายภาษาทั่วโลก

Latri Khenpo Nyima Dakpa Rinpoche is founder and director of several Bon Buddhist centers in several countries, e.g., USA, Austria, Russia, Belarus and India. He is abbot of Latri monastery in Tibet. He grew up in a Tibetan refugee settlement in Nepal. His father was a famous reincarnated lama from eastern Tibet who passed on the Latri lineage to him. When he was young, he spent his life like most Tibetan refugees: selling sweaters and weaving carpets. Later on he was educated at sMenri Monastery under the guidance of His Holiness 33rd sMenri Trizin, spiritual head of Bon. Rinpoche obtained the Geshe degree equivalent to Ph.D in philosophy. His goal is to preserve Tibetan ancient wisdom and to sponsor Bonpo children in Tibet and the Himalayas so that they can take part in preserving their heritage. He has regularly been invited to give talks in many countries. Among the topics he often teaches include  healing, body and mind, Dzogchen, calm abiding, as well as how to practice on Medicine Buddha. Rinpoche is one of the foremost spiritual teachers in the west and serves as an advisor to the Thousand Stars Foundation. His book “Opening the Door to Bon” was translated in many languages.

พระอาจารย์ญีมา ทรักปา ริมโปเชจะประกอบพิธีมนตราภิเษกพระไภษัชยคุรุ (พระพุทธเจ้าการแพทย์) เช้าวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ศูนย์ขทิรวัน หลังการสนทนาธรรมในหัวข้อ “กรรมในทางพุทธศาสนากับการรักษาโรค”

พิธีนี้เป็นการขอพรจากพระพุทธเจ้ามายังผู้เข้าร่วมพิธีเพื่อให้พวกเขาสามารถปฏิบัติบูชาพระองค์ได้ เป็นการขอพรในการปฏิบัติธรรมและในการบำบัดรักษาโรค

ผู้สนใจจะไปร่วมงานและร่วมพิธีก่อฐานพระมหาสถูป กรุณาแจ้งความจำนงโดยเร็วที่สุด ในเย็นวันเสาร์ที่ 26 เราจะจัดช่วงเวลาให้ทุกท่่านได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับริมโปเชด้วย

The Foundation is pleased to invite interested persons to receive blessing from Medicine Buddha in the Medicine Buddha empowerment on Sunday September 27 at Khadiravana Center. The empowerment conducted by Nyima Dakpa Rinpoche is part of the grand celebration of the first day of construction of the Tara Great Stupa.

ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจทุกท่านฟังธรรมและรับพรจากพระอาจารย์  ลาตรี เคนโป เกเช ญีมา ทรักปา ริมโปเช พระอาจารย์ซกเช็นซึ่งเป็นที่เคารพรักอีกท่านหนึ่งของพันดารา ในระหว่างงานพระมหาสถูป วันที่ 26-27 กันยายน ศกนี้

ท่านจะมาประกอบพิธีก่อฐานพระศานติตารามหาสถูป ทำพิธีถวายเครื่องบูชาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของผืนน้ำและแผ่นดินซึ่งจะนำมาซึ่งความสุขและความเป็นปึกแผ่นของพวกเราทุกคน นอกจากนี้ ท่านจะนำภาวนา สอนพวกเรานั่งสมาธิกรรมฐาน และบรรยายธรรมในหัวข้อ “กรรมในพระพุทธศาสนากับการบำบัดรักษา” ในเรื่องการบำบัดรักษา ริมโปเชได้สอนหัวข้อนี้ไปทั่วโลก และได้ประกอบพิธีมนตราภิเษกพระพุทธเจ้าการแพทย์หลายครั้ง

ทางมูลนิธิจะได้จัดให้ริมโปเชได้สอนพวกเราอีกหลายครั้งในระหว่างที่ท่านพำนักในเมืองไทย กำหนดการของริมโปเชจะได้ประกาศให้ทราบโดยเร็ว

ประวัติชีวิตริมโปเช อ่านได้ใน www.thousand-stars.org คำสอนของท่านเกี่ยวกับซกเช็นพิมพ์ในหนังสือสายธารแห่งธรรม เล่ม 2 ซึ่งมูลนิธิได้แจกเป็นธรรมทานเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว

I just returned from Khadiravana. As soon as I opened my mailbox, I received a message from one of our great masters Lhatri Khenpo Geshe Nyima Dakpa Rinpoche. It’s such a joy to welcome Rinpoche back to Thailand again. He came here the first time in December 2006 as a speaker in the international conference on Body and Mind. At that time Rinpoche also gave a talk on Bon and Dzogchen.  It was one of the best talks I have ever heard.

The talk was translated into Thai and published in a series of Pandara Stream of Dharma. The booklet with Thai and English texts was distributed as a dharma gift at our love & compassion conference and phapa event. A PDF version of this talk will be available for download soon.

Nyima Dakpa Rinpoche is a Dzogchen master from the Yungdrung Bon tradition and is Lhatri lineage holder. He was educated at Menri Monastery. His biography is available at www.thousand-stars.org (please click at “teachers”) as well as at the Yeru Bon Center and Olmo Ling websites.

Over the past ten years Rinpoche has traveled extensively in the west. He set up many spiritual centers to promote Bon Buddhist teaching and to help relieve suffering of sentient beings. Among the topics he has taught include: healing with meditation, living well in difficult times, changing the energies, and Dzogchen.

It’s a great joy to hear that Rinpoche would be coming with another geshe and will stay many days after the stupa event. Apart from blessing the stupa construction and perform a “bumpa” offering for land and water abundance, Rinpoche will lead us on meditation, conduct activities on love and mindfulness and give teaching on karma and healing.

We are planning his program and hope to arrange many more teaching sessions for him.

First Day of the Construction of the Tara Great Stupa and Grand Celebration on September 26-27, 2009 at Khadiravana Retreat Center, Hua-Hin.

All is invited to be part of this auspicious ceremony conducted by Latri Khenpo Geshe Nyima Dakpa Rinpoche.


ท่ามกลางทุ่งหญ้า ขุนเขา และสายน้ำอันบริสุทธิ์ เราจะร่วมสร้างพุทธสถานแห่งสันติภาพ

ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมพิธีก่อฐาน “พระศานติตารามหาสถูป”

และร่วมขบวนอัญเชิญองค์พระมหาสถูปจำลองสู่

ศูนย์ขทิรวัน (ธรรมาศรมของมูลนิธิพันดารา)

อ. หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์

26-27 กันยายน 2552

จากการรวมใจทอดผ้าป่า ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ในวันแม่แห่งชาติ

สานศรัทธาสู่พิธีก่อฐานพระศานติตารามหาสถูป

“พระศานติตารามหาสถูป” เป็นมหาปูชนียสถานทางพระพุทธศาสนา

สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพระบรมธรรมิกราชและเพื่อรังสรรค์ให้สันติภาพ ความรัก และความปรองดองกันบังเกิดในแผ่นดิน

มูลนิธิพันดาราขอเชิญทุกท่านร่วมบุญในพิธีประวัติศาสตร์ วันแรกแห่งการก่อสร้างพระมหาสถูปบนแผ่นดินไทย

ร่วมเดินทางบนวิถีธรรมอันเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความรักและความสุข ในการอัญเชิญองค์พระสถูปจำลอง

ซึ่งผ่านพิธีพุทธาภิเษก จากบ้านมูลนิธิพันดาราในกรุงเทพฯ ไปประดิษฐานเป็นหลักชัยแห่งการสร้างพระมหาสถูป

รับพรแห่งสุขภาพกายและจิตที่สมบูรณ์จากพระอาจารย์ญีมา ทรักปา ริมโปเช

ณ ศูนย์ขทิรวัน วันที่ 26-27 กันยายน 2552

ขอเชิญผู้มีความประสงค์จะไปร่วมงานบุญในครั้งนี้เดินทางไปกับคณะของริมโปเชและรศ. ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ (ประธานมูลนิธิพันดารา) ในขบวนอัญเชิญองค์พระสถูปจำลองสู่ขทิรวันซึ่งจะมีการประดับประดาด้วยสีสันอันสดใสของธงมนตราและสัญลักษณ์มงคลแปด

นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลในชีวิตและเป็นพรแก่ท่านและสรรพสัตว์ทั้งปวง

เพื่อตอบแทนพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ให้การสนับสนุนมูลนิธิเสมอมา

มูลนิธิยินดีบริการอาหารทั้งแบบมังสะวิรัติและแบบทั่วไป และที่พักอันเรียบง่ายและอบอุ่นท่ามกลางธรรมชาติแก่ผู้ร่วมกิจกรรมทุกท่าน

มูลนิธิจะจัดรถบัสปรับอากาศบริการท่านที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมขบวนอัญเชิญพระสถูปฯ แต่เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด ขอความกรุณาท่านสำรองที่นั่งภายในวันที่ 15 กันยายน 2552


ท่านสามารถเดินทางโดยพาหนะส่วนตัวไปยังศูนย์ขทิรวันได้โดยตรงเพื่อไปต้อนรับ ขบวนอัญเชิญพระสถูปฯซึ่งจะไปถึงที่ศูนย์ขทิรวันประมาณ 11 นาฬิกา


หากท่านประสงค์จะเดินทางโดยรถยนตร์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ ไปพร้อมกับขบวนอัญเชิญพระสถูปฯ ขอเชิญท่านมาเข้าร่วมขบวนและตกแต่งรถของท่านได้ที่บ้านมูลนิธิ เลขที่ 695 ซอยลาดพร้าว 11 ตั้งแต่เวลา 6 นาฬิกา

สนใจร่วมกิจกรรม

กรุณาแจ้งความจำนง ภายในวันที่ 15 กันยายน 2552 จักเป็นพระคุณยิ่ง

E-mail:  1000tara@gmail.com” 1000tara@gmail.com

โทรศัพท์/ โทรสาร 0 2528 5308 มือถือ 08 6977 5867

การจัดงานครั้งนี้เป็นการสานจิตศรัทธาและสานสายใยพันดาราให้แน่นแฟ้น ขอเชิญชวนจิตอาสาช่วยเตรียมงาน

เช่น ประดับขบวนอัญเชิญองค์พระสถูปจำลอง ร่วมในขบวน จัดเตรียมสถานที่ที่ศูนย์ขทิรวัน ทำความสะอาด ผูกธงมนตรา จัดเตรียมอาหารและที่พัก ปลูกกระโจม ช่วยประชาสัมพันธ์ ฯลฯ

กำหนดการ

และเส้นทางขบวนอัญเชิญพระสถูปจำลอง

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2552

เวลา 06.00 น. ตั้งขบวนที่บ้านมูลนิธิพันดารา

เดินทางผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และพระราชวังไกลกังวล หัวหิน

แวะที่ตัวเมืองหัวหิน นายกเทศมนตรีและชาวเมืองให้การต้อนรับ

มู่งหน้าสู่ขทิรวัน พร้อมวงดุริยางค์ วงดนตรีธรรมะและขบวนแห่แบบทิเบต

อัญเชิญพระพุทธรูป พระคัมภีร์ และพระสถูป

ไปประดิษฐานที่ศาลาปฏิบัติธรรมวสุตารา

พักรับประทานอาหารกลางวัน

ร่วมพิธีถวายเครื่องบูชาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของผืนน้ำและแผ่นดิน

พิธีลงฐานพระสถูป โดยพระอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพรักของชาวไทยและชาวทิเบต

พักรับประทานอาหารว่าง

กิจกรรมวิถีแห่งรักและสติ

รับประทานอาหารเย็น

ชื่นชมธรรมชาติในยามคำ่คืนพร้อมทั้งถวายดวงประทีป ร่วมภาวนาและเดินประทักษิณบริเวณพระมหาสถูป

พักผ่อนด้วยจิตเปี่ยมสุขกลางแสงดาว

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2552

นั่งสมาธิ ตื่นรู้กับลมหายใจสดชื่นแห่งขุนเขา น้อมนำจิตมาสู่ความเป็นธรรมชาติ

ร่วมกราบอัษฎางคประดิษฐ์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบุพการี และเพิ่มพูนศรัทธาในพระรัตนตรัย

รับประทานอาหารเช้า

สนทนาธรรมกับพระอาจารย์ในหัวข้อ “กรรมในทางพระพุทธศาสนากับการบำบัดรักษาโรค”

รับประทานอาหารกลางวัน

เดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

Next Page »